วิทยากรกระบวนการ (Facilitator)
นิยามและความหมาย
คำว่า “วิทยากรกระบวนการ”นี้เป็นคำศัพท์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษว่า “Facilitator” ซึ่งมาจากคำว่า“Facilitate” แปลว่า ความง่าย ความสะดวก การทำให้ง่าย การทำให้สะดวก เพราะฉะนั้นคำว่า Facilitator ถ้าแปลตามคำศัพท์แล้ว น่าจะแปลว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ให้ความสะดวกหรือผู้ที่ทำให้สิ่งที่ยากเป็นสิ่งที่ง่ายขึ้น แต่อันที่จริงแล้วความหมายของวิทยากรกระบวนการนั้น มีผู้ได้ให้ความหมายไว้ดังนี้
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี กล่าวไว้ในหนังสือ หมอชาวบ้าน ฉบับที่ 275 เดือนมีนาคม 2545 ว่า วิทยากรกระบวนการ หมายถึง กระบวนการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ
ซึ่งผู้บัญญัติศัพท์คือ พ.อ.นายแพทย์ทวีศักดิ์ นพเกสร ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ในหนังสือวิทยากรกระบวนการกับวิกฤตเกษตรกรว่า วิทยากรกระบวนการ คือ คนกลางที่ช่วยจัดและดำเนินงานการพบปะ ประชุมอบรมให้เกิดการคิดที่เป็นระบบ มีอิสระทางความคิดและสามารถสื่อสารทำความเข้าใจกันอย่างตรงไปตรงมา ด้วยการใช้เทคนิคและกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นหัวใจสำคัญ นอกจากนี้วิทยากรกระบวนการยังช่วยสร้างเสริมบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความร่วมมือที่จริงจัง และขจัดอุปสรรคทางวัฒนธรรมที่ทำให้การคิดและการสื่อสารขาดประสิทธิภาพ วิทยากรกระบวนการช่วยให้สมาชิกในกลุ่มแลกเปลี่ยน และสะท้อนประสบการณ์ หรือปัญหารวมทั้งแนวทางแก้ไข ช่วยกระตุ้นให้สมาชิกกลุ่มรับฟังซึ่งกันและกัน ช่วยตั้งประเด็นให้กลุ่มคิดเป็นระบบแลกเปลี่ยนประสบการณ์จนเข้าใจปัญหาที่แท้จริงอย่างถ่องแท้ ร่วมกันวางแผนและดำเนินงานตามแผนบนพื้นฐานประโยชน์ร่วมกันวิทยากรกระบวนการเปรียบเสมือนทั้งผู้จัดการ ผู้ประสานงาน ผู้สังเกต ผู้กระตุ้น ผู้สร้างบรรยากาศ ผู้เอื้ออำนวยให้เกิดการสื่อสารแนวราบเป็นผู้ร่วมเรียนรู้ไปกับสมาชิกในกลุ่มและโค้ชการเรียนรู้ หรือการแก้ปัญหาด้วยตนเอง
อ.วรภา ชัยเลิศวณิชกุล เรียกผู้ทำหน้าที่ Facilitator ว่า “ผู้อำนวยกลุ่ม” มีหน้าที่รับผิดชอบในอันที่จะทำให้มีหลักประกันได้ว่า สมาชิกกลุ่มได้ใช้วิธีการทำงานที่ก่อให้เกิดประสิทธิผลโดยใช้เวลาที่สั้นหรือน้อยที่สุดในการทำงานในความหมายทางพฤติกรรมศาสตร์ ผู้อำนวยกลุ่ม คือผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์และให้ข้อมูลย้อนกลับถึงสิ่งที่ได้สังเกต ไม่ว่าจะเป็นในด้านเนื้อหา วิธีการทำงานซึ่งรวมทั้งขั้นตอนในการตัดสินใจ การสื่อความหมายในกลุ่ม และพฤติกรรมของสมาชิกกลุ่มปฏิกิริยาของสมาชิก และวิธีการแก้ปัญหาของกลุ่ม โดยผู้อำนวยกลุ่มจะทำอย่างมีประสิทธิภาพ
จากหนังสือคู่มือปรับกระบวนทัศน์ และวิธีการทำงานพัฒนาชุมชนภายใต้สภาวะแวดล้อมการพัฒนาใหม่ของกรมการพัฒนาชุมชน เรียก Facilitator ว่า “วิทยากรกระบวนการ หรือผู้เอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้” เป็นผู้ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนเป็นผู้จัดสถานการฯแห่งการเรียนรู้จะเห็นได้ว่าวิทยากรกระบวนการ(Facilitator) ซึ่งบางทีก็เรียกว่า ผู้เอื้ออำนวยกลุ่มนั้น คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ในการช่วยเหลือและสนับสนุนให้กลุ่มเกิดการเรียนรู้และสามารถคิดหรือตัดสินใจได้อย่างดีที่สุด และมี ประสิทธิภาพ ซึ่งวิทยากรกระบวนการจะมีบทบาทในการกระตุ้นให้สมาชิกกลุ่มเกิดการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ต้องสร้างความเข้าใจระหว่างสมาชิกกลุ่มและช่วยให้กลุ่มสามารถค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุมและสร้างพันธะสัญญาในระหว่างมวลหมู่สมาชิก โดยจะต้องทำตนเป็นกลาง ไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่กลุ่มอภิปรายหรือศึกษากันอยู่
ดังนั้น วิทยากรกระบวนการ (Facilitator) ในทัศนะของผู้เขียนน่าจะหมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางมีหน้าที่เอื้ออำนวยให้เกิดการรวมตัว การร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมดำเนินกิจกรรมใด ๆ ในการประชุมที่มีรูปแบบ ขั้นตอน ของกลุ่มคน หรือชุมชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น
เปรียบเทียบความหมายของวิทยากรในความหมายเดิมกับวิทยากรกระบวนการ
|
วิทยากรในความหมายเดิม |
วิทยากรกระบวนการ |
|
1. เป็นครู(Teacher) |
1. เป็นครูฝึก(Coach) ตั้งคำถาม/สะท้อนความคิด พร้อมให้คำแนะนำ |
|
2. เป็นผู้นำความรู้มาให้ เน้นการ ถ่ายทอด และการฟัง |
2. เป็นผู้จัดกระบวนการให้เกิดความรู้ เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ |
|
3. มีเป้าหมายให้ผู้ฟังเชื่อในสิ่งที่นำเสนอ |
3. มีเป้าหมายให้ผุดบังเกิดความรู้ใหม่ |
|
4. วิทยากรเป็นศูนย์กลาง |
4. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้เป็นศูนย์กลาง |
|
5. เป็นผู้ตัดสินการเปลี่ยนแปลงของผู้เข้าร่วมกิจกรรม |
5. เป็นเพียงกระจกสะท้อนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ เปลี่ยนแปลงตนเอง |
|
6. ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์เป็นความรับผิดชอบของวิทยากร |
6. ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์เป็นความ รับผิดชอบของผู้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ร่วมกันกับวิทยากร |
|
7.การสื่อสารทางเดียว(ONEWAYCOMMUNICATION) |
7.การสื่อสารสองทาง(TWOWAYCOMMUNICATION) |
|
8. มีความรู้เชี่ยวชาญเฉพาะ(Expert) |
8. มีความรู้ที่เป็น สหวิทยาการ(องค์รวม) |
|
9. ต้องตอบคำถามได้ทุกอย่าง |
9. ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้รู้ทุกอย่าง ความรู้อยู่ที่การเรียนรู้ร่วมกัน |
|
10. สนใจให้รับความรู้ พึ่งพาวิทยากร |
10. สนใจให้เกิดกระบวนการการเรียนรู้ร่วมกันนำไปสู่พลังทวีคูณ(Synergy) และพึ่งพาตนเอง |
|
11. มุ่งยกระดับตัวความรู้ |
11. มุ่งยกระดับความคิด(Meta Level) |
|
12. มักเป็นระบบปิด และไม่ยืดหยุ่น |
12. เป็นระบบเปิด และยืดหยุ่น |
|
13.สนใจเนื้อหามากกว่ากระบวนการ |
13. ให้ความสนใจต่อกระบวนการ การปฏิสัมพันธ์ และการเกิดความรู้และวิธีการทำงานของผู้เข้าร่วมสัมมนาใหม่ ๆ มากกว่าการมารับเนื้อหาเพียงอย่างเดียว |
ขอบคุณข้อมูลความรู้นี้น่ะครับ
ขอบคุณ...สำหรับบันทึกนี้..ได้ความรู้กระจ่างขึ้นมากทีเดียว
อาจารย์คะขออนุญาตเอาไปเล่าต่อให้ชาวเครือข่ายบริการปฐภูมินะคะ
ขอบคุณ อ.พรชัย แก้วประเสริฐ มากนะครับ
ขออนุญาตินำข้อมูลไปศึกษาต่อนะคะ