สมุนไพรเล็กๆน้อยๆกับเบาหวาน
เขาบอกว่า(เขาไหนก็ไม่รู้) “ให้กินอาหารเป็นยา ไม่ให้กินยาเป็นอาหาร” คงจะนึกออกนะครับว่าน่าจะเกี่ยวกับ…สมุนไพร…เพราะโดยปรกติของคนไทยเราตั้งแต่ดังแต่เดิมก็ชอบบริโภคพืชพักเป็นอาจินและเป็นอาหารด้วย (พืชก็ปลอดสารพืช) จะเห็นว่าทำไมปู่ย่าตายายเราสมัยก่อนเก่าถึงอายุยืน อย่างน้อยแล้วก็ 70 ปีขึ้นไปโดยที่ไม่ต้องพึ่งหมอไม่ต้องพึ่งแพทย์ ไม่ต้องเข้าออกสุขศาลาโรงพยาบาลเป็นประจำทุกสัปดาห์หรือทุกเดือนเพราะเขาบริโภคอาหารเป็นยา แต่ปัจจุบันอายุยังไม่เกษียณเลยเริ่มมีอาการอัมพฤกอัมพาต เป็นเบาหวานเป็นความดันโลหิตสูงกันแล้วอายุยืนแต่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลและสถานีอนามัยเป็นประจำ ใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข ต้องกินยาเป็นอาหารแทนการกินอาหารเป็นยา อีกทั้งปัจจุบันอาหารขยะก็มีมากขอทำนายแบบฟันธงเลยว่าอีกซัก 30 ปีจะมีผู้ป่วย(ก็รุ่นๆเรานี่แหละ) จากสาเหตุการบริโภคอาหารขยะอาหารที่มีแต่แป้ง อย่ากระนั้นเลยเรามา“ กินอาหารเป็นยา แทนกินยาเป็นอาหารในอนาคต”กันดีกว่า
กล่าวนำเสียยืดยาว จริงแล้วอยากนำเข้าสู่โรคโรคอันน่ากลัว อันหนึ่ง คือโรค เบาหวาน จากเดิมที่เข้าใจว่าเบา คือไม่หนัก เบาหวานก็น่าจะแปลว่า หวานน้อย แต่วามจริงแล้วมันคือภาวะที่นำตาลในเลือดสูง เลยลองคิดเล่นๆ ไม่รู้ว่าจะใช่แบบนี้หรือเปล่า เบาหวาน เบาในที่นี้น่าจะหมายถึง ปัสสาวะ เช่นปวดเบา ก็คือปวดปัสสาวะ ปวดหนักก็คือปวดอุจจาระ ดังนั้นเบาหวานจึงน่าจะหมายถึง โรคที่ปัสสาวะหวาน น่าจะเป็นไปได้นะ เพราะได้ยินเขาพูดกัน(เขาอีกแล้ว ไม่รู้ว่าเขาไหน) ว่าคนเป็นเบาหวาน มดจะมาไต่มาตอม ปัสสาวะ เป็นแล้วรักษาไม่หาย ต้องใช้ยาในการรักษาหรือคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งปกติแล้ว แต่เดิมไม่น่าจะเกิน 120 มิลิกรัม เกณฑ์ใหม่ไม่เกิน 110 มิลิกรัมโดยเฉลี่ย เกิดคำถามในใจอีกว่า “ แล้วมีไหมที่บางคนระดับน้ำตาลของเขาเกินเกณฑ์เฉลี่ย เพราะเคยพบว่า บางคนถ้าน้ำตาลต่ำกว่า 110 มิลิกรัม จะมีภาวะช็อก หรืออ่อนเพลีย หมดแรง ทำงานไม่ไหว ไม่มีแรงทำกิจกรรม ” ขอข้ามประเด็นนี้ให้ผู้รู้เข้ามาช่วยตอบดีกว่า ผมยอมรับละครับว่าไม่ทราบจริงๆ
จำนวนไม่น้อยที่ต้องรับยาแผนปัจจุบันมากินเป็นประจำห้ามหยุดห้ามลาห้ามขาด(หมอสั่ง)และเชื้อว่ามีอีกจำนวนไม่น้อยที่ไปรับยามาแต่กินบางส่วน(หัวดื้อไม่เชื่อหมอ) และอีกไม่น้อยไปรับยามาแล้วไม่กิน แต่ไปตรวจพบว่าระดับน้ำตาลปกติ หมอก็สั่งยาตามเดิมด้วยเข้าใจว่า ใช้ยาแผนปัจจุบันได้ผล แท้จริงแล้ว คนไข้ใช้ยาสมุนไพร แต่กลัว ไม่กล้าบอกหมอ (แค่เอ่ยถึงสมุนไพรก็ถูกดุแล้ว..คุณไม่รักตัวคุณเองเลยนะ เอาชีวิต เอาความพิการมาเสี่ยงกับยาอะไรก็ไม่รู้ ถ้ามันดีจริง คุณก็ไม่ต้องมารักษา มาเอายาที่โรงบาล...ว่าไปนั่น) แต่ทำไมกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่สุขศาลา (ผมมันคนโบราณครับ)ถึงเล่าหมดเปลือกก็ไม่รู้(นอกเรื่องอีกแล้วครับ)เอาเป็นว่าผมลองยกตัวอย่างสมุนไพรที่ได้รับการเล่าขานจากผู้ป่วยที่เขาใช้กันนะครับ เช่น มะระขี้นก เห็ดหลินจือ บระเพ็ด พลูคาว หญ้าหนวดแมว ฟ้าทะลายโจร ดอกต้นงิ้ว หญ้าใต้ใบ ผักคราดหัวแหวน (ภาษาถิ่นภาคใต้) อบเชย ว่านหางจระเข้ และ กระท่อม(ยาเสพติดนะครับ ) ก็ลองศึกษาดูให้ดีก่อนใช้นะครับ ผมก็ฟังเขาเล่ามา (เขาอีกแล้ว) บางคนใช้พืชชนิดนี้แล้วหาย บางคนไม่หาย ต้องใช้พืชชนิดอื่น “ลางเนื้อชอบลางยา” ครับ ขอ“ให้กินอาหารเป็นยา ไม่ให้กินยาเป็นอาหาร”
สวัสดีครับคุณกาแฟ
อาจเป้นเขาพางก็ได้ครับ...อิอิ...สู้สู้
โชคดีครับผม