การให้นั้นเป็นทักษะสำคัญของชีวิต
การให้นั้นจะสามารถสร้างและเพิ่มมูลค่าให้จิตอย่างอเนกอนันต์

การให้นั้นประโยชน์และความสำคัญเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีที่คิด
ผู้คิดนั้นเริ่มได้รับประโยชน์ทันที ความสุขและความอิ่มเอิบใจจะเกิดขึ้นโดยฉันพลัน
จิตของมนุษย์นั้นเป็นพลังงานที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว คิดให้ (Give) ได้รับทุกข์ คิดเอา (Take) ได้รับทุกข์ในทันที

องค์กรทุกองค์กร โดยเฉพาะในธุรกิจบริการ อย่างยิ่งในวงการการศึกษาและสาธารณสุข บุคลากรทั้งหมดนั้นคือ “ผู้ให้”
การสร้างค่าการให้ (Give value) จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าและทักษะให้กับชีวิตและจิตใจ เพื่อผู้ให้นั้นจะมีจิตใจที่ประเสริฐ บริสุทธิ์ และสิ้นสุดความเห็นแก่ตัวอย่างแท้จริง

“ครู” และ “หมอ” อาชีพผู้ให้ จึงเป็นอาชีพค่าการให้ (Give value) นั้นสูงกว่าอาชีพอื่น ๆ เพราะได้ให้ทั้งในงานและให้ในชีวิต

การให้ในงานนั้นเราจะต้องตั้งจิตอุทิศงานที่ทำในทุกวัน ทำเพื่อให้ ให้ลูกศิษย์มีความรู้ ประเทืองปัญญา ให้คนไข้นั้นสบาย บรรเทาทุกข์ ให้ได้รับสุข

จิตใจให้ผู้ให้นั้นจะต้องเจริญเมตตาบารมีเป็นสำคัญ  และการให้นั้นจะสร้าง “เมตตาบารมี”
ผู้บริหาร ผู้อำนวยการขององค์กร จึงมีส่วนสำคัญที่จะกระตุ้นจิตสำนึกในการให้ โดยเฉพาะสองอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ได้เปรียบเพราะได้ให้อยู่ในทุกกิจกรรม

อาชีพอื่นนั้นอาจจะต้องรอวันให้ รอกิจกรรมเพื่อที่จะให้ แต่ครูและหมอนั้น ให้อยู่ในทุกลมหายใน ให้ลูกศิษย์ ให้คนไข้ด้วยจิตใจที่เมตตา

จิตนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราตั้งจิตคิดไว้เสมอว่า ทุกวันนี้หน้าที่หลักของเราคือ “ให้” จิตใจนั้นจะได้รับผลแห่งความสบายอกสบายใจอยู่ในทุกขณะที่ให้นั้น

ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ...
จุดเริ่มต้นแรกจนกระบวนการสุดท้าย เราสามารถเก็บ “ความสุขจากการให้” ได้ตลอดเวลา
ดังนั้นอาชีพครูและหมอนี้จึงมีลักษณะ “ปิโย และครุ” คือมีบุคลิกลักษณะเป็นคนน่ารัก ชวนให้อยากเข้าใกล้เพื่อไต่ถาม เป็นคนน่าเคารพนบนอบ เมื่อเข้าไปคบหาแล้วทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นสบายใจอย่างประหลาด สามารถเอาเป็นที่พึ่งได้อย่างปลอดภัย การให้นั้นทำให้ครูและหมอมีลักษณะเป็นเช่นนี้

การเพิ่มค่าการให้ใส่จิตใส่ใจของบุคลากรไทยในสายบริการ โดยเฉพาะครูและหมอจึงเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ก่อนใคร เพื่อทุกวันนั้นทำเพื่อให้อยู่ในทุก ๆ ลมหายใจในทุกช่วงเวลา

เริ่มต้นตั้งแต่คิดดี คิดให้ จะสามารถเพิ่มค่าการให้ (Give value) เข้าเก็บไว้เป็นความสุขเล็ก ๆ ในจิตใจ
หน้าที่ยิ้ม ปากจะแย้มโดยอัตโนมัติ เพราะการให้นั้นจะทำให้ “ใจยิ้ม” เบิกบานเพราะได้สร้างสาน “กรรมดี”


กรรมดีหนึ่งนั้นทำแล้ว    พึ่งเก็บ
กรรมดีสองเร่งทำ          รีบสร้าง
กรรมดีสามตามต่อ        จิตสุข เที่ยงนา
กรรมดีจากการให้          ควรสุข ยิ่งเอย...

ทำดีอยู่ทุกวันแล้ว ต้องคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นดี คิดว่าสิ่งที่ทำนั้นคือการให้ ความสุขนั้นจะเก็บสั่งสมให้มากล้นในจิตใจ พอกลับถึงบ้านแล้ว สุขนั้นผ่องถ่ายสู่ลูกและครอบครัวได้
ครอบครัวอบอุ่น เพื่อทุกคนมีค่าการให้ (Give value) ในจิตในใจ
อยู่บ้านก็ให้กัน ให้ความรักความอบอุ่น ความห่วงใยกัน ความสุขจากการให้นั้นประเสริฐแท้แล..