วันที่ ๑๓ พ.ค. ๕๑ ครูใหม่ (วิมลศรี ศุษิลวรณ์) กับครูปาดสามี แห่ง รร. เพลินพัฒนา นัดมาคุย พอมาถึงก็ทำพิธี “ขอพร” จาก “ครู” เอาพวงมาลัยดอกมะลิมามอบ
ผมจึงได้โอกาสให้ “พร” แบบใหม่ ที่เป็น “พรปัญญา” ซึ่งไม่ใช่แค่เป็นการที่ผมเป็นผู้ “ให้” แต่เป็นทั้งผู้ให้และ “ผู้ได้” และครูปาดกับครูใหม่ก็เป็นทั้งฝ่ายให้และฝ่ายได้ในเวลาดียวกัน
ในสายตาของผม “พร” มี ๒ แบบ คือ “พรที่อยากให้” กับ “พรที่อยากได้” ผมฝึกฝนตนเองให้มีทักษะให้พรที่ผู้รับอยากได้ และรู้ว่าสองสามีภรรยานี้เขามีความมุ่งมั่นที่จะจัดโรงเรียนแนวใหม่ แนวสร้างปัญญาใหเแก่เด็กเป็นรายคน มองเห็นศักยภาพที่แตกต่างกันในเด็ดแต่ละคน ผมจึงชวนคุยเรื่องนี้ เป็นการ “ให้พร” ด้วยกระบวนการสุนทรียสนทนานั่นเอง
มองอีกมุมหนึ่ง เราคุ้นกับพรแบบมีผู้ให้ฝ่ายหนึ่ง กับผู้รับ อีกฝ่ายหนึ่ง แต่ในวันนี้ ผมชักชวนให้มีการให้พรแบบทั้ง ๓ คนเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับในเวลาเดียวกัน ผมคิดว่าในชีวิตจริงเราต้องให้พรซึ่งกันและกันอยู่เสมอ
มองอีกมุมหนึ่ง ที่ถือปฏิบัติเป็นประจำนั้น พรเป็นถ้อยคำที่ไพเราะหู ไพเราะใจ ผู้ได้รับ และผู้ให้เกิดความรู้สึกสบายใจ หรือ “เจริญใจ” แต่ที่เราให้พรแก่กันและกันในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นพรที่ “เจริญปัญญา” คือเอาไปคิดต่อ ทดลองทำต่อได้ปัญญาเพิ่มอีกมากมาย
ครูใหม่ได้บันทึกการเสวนานี้แล้วที่ http://gotoknow.org/blog/krumaimai/183062 http://gotoknow.org/blog/krumaimai/183066 และ http://gotoknow.org/blog/krumaimai/183075
วิจารณ์ พานิช
๑๓ พ.ค. ๕๑
ปรับปรุงเพิ่มเติม ๑๖ พ.ค. ๕๑ และ ๑๙ พ.ค. ๕๑
เรียนอาจารย์ที่เคารพ
หนูได้บันทึกการเสวนา และส่วนที่ได้ไปคิดเพิ่มเติมไว้อีก ๑ ตอน ใน
http://gotoknow.org/blog/krumaimai/185342 แล้วค่ะ
ด้วยความเคารพ
ครูใหม่