สวัสดีครับ ไม่ได้เข้ามานานเลย ช่วงหลังๆมีภาระกิจส่วนตัวหลายอย่างทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ตอนนี้ภาระกิจเบาๆลงไปแล้ว ก็เลยได้เวลามาพบปะผู้คนอีกครั้ง
ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาผมได้แวะเวียนไปเกี่ยวข้องกับกฏแห่งไตรลักษณ์ค่อนข้างบ่อย การเจ็บป่วยและการเสียชีวิตของคนที่เคารพ และของเพื่อน ปีนี้ผมอายุ 44 ย่าง 45 ปีแล้ว ตอนอายุ 20 มีความรู้สึกว่าคนอายุ 40 ขึ้นนี้แก่จังแล้ววันนั้นก็มาถึงอย่างเงียบเชียบ มาอย่างมั่นคง สม่ำเสมอ ตรงเวลาเป็นที่สุด ในวัย 40 กว่านี้ ผมพบสัจธรรมของชีวิตหลายข้อ ความเจ็บเป็นปกติวิสัยของมนุษย์จริงๆ เจ็บตรงนั้นปวดตรงนี้ เป็นแล้วก็หายช้า ตอนอายุในวัยฉกรรณ์ ผมก็เป็นอีกคนที่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ก็สนุกเพลิดเพลินไปตามอายุ ตอนนี้เลิกหมดแล้ว จะว่าเป็นบุญของผมก็ได้ที่ได้มีโอกาสรู้จัก อ.เกษม ประสมพงษ์ (กศน.จังหวัดสตูล ผมเรียกแกว่า พี่เษม ) รู้จักกันมา 10 กว่าปีได้ ประมาณ ปี 2539 ตอนนั้นผมก็อายุประมาณ 29 -30 ปี เราสนใจคอมพิวเตอร์เหมือนกัน หลายอย่างก็ได้แกเป็นครู เป็นเพื่อน เป็นพี่
ในปีแรกๆที่รู้จักกันผมไม่เคยทราบเลยว่าพี่เษมอายุมากกว่าผมถึง 12 ปี (แก่กว่ากันเป็นรอบ) จากสายตาภายนอกผมคิดว่าแกน่าจะอายุมากกว่าผมไม่เกิน 5 - 6 ปี อย่างมากก็ไม่เกิน10 ปี มาทราบช่วงหลังๆ เมื่อมีโอกาสไปราชการด้วยกันบ่อยๆ ว่าพี่เษม แกเป็นนักวิ่ง (วิ่งออกกำลังกาย) ฟิตมากวิ่งได้เป็น 10 กม.สุดยอดจริงๆ ตัวนี้เกร็ง แข็งแรงมาก สมัยก่อนไปเป็นวิทยากรคอมพิวเตอร์ด้วยกันตกเย็นก็มี Drink Drank Drunk แกไม่มียุบเลย ไม่ใช่แก้วไม่ยุบ แต่ไม่มีอาการแล้วเช้ามาก็ Fresh มาก....
จากที่ได้พบกันล่าสุดที่โรงเรียนเตรียมทหาร อาจารย์กล้วยยังเหมือนเดิมทุกอย่างเหมือนที่เคยเห็น และมีส่วนที่เพิ่มจากเดิมอีกคือ ออกกำลังด้วยการวิ่ง พร้อมทั้งแนวคิดที่เป็นครูของลูกมากขึ้น เนื่องจากลูกโตมากขึ้น การสอนลูกด้วยการบอก เริ่มยากขึ้น จึงต้องสอนด้วยการทำตัวอย่างให้ลูกเห็น
การออกกำลังด้วยการวิ่ง ดีมาก เพราะผมก็เคยทำมาแล้ว ได้ผลจริงๆ แต่ที่สำคัญคือ ความต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ ตอนนี้ผมยังเห็นคนที่เคยวิ่งพร้อมกับผมเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา แกก็ยังวิ่งอยู่ ขณะที่ผมหยุดไปนานเนื่องจากปัญหาบางอย่าง เพราะการวิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่จะไม่เหมาะกับผู้สูงอายุเลย ถ้าไม่ทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นการออกกำลังที่กระทบกับระบบโครสร้างกระดูก แต่ถ้าทำอย่างต่อเนื่องจะไม่มีปัญหา คนอายุ 90 ก็ยังวิ่งได้ แต่ถ้าคนไม่เคยวิ่งมาก่อนเลย แล้วจะมาวิ่งตอนอายุ 60 ร่างกายจะมีปัญหาอย่างมาก
สิ่งที่สำคัญอย่างมากคือ การวิ่งช่วยในเรื่องของหัวใจอย่างมาก
น่าสนใจมาก ขอบคุณ อาจารย์ศรีเชาว์ ที่ให้ข้อคิดที่ดีในฐานะรุ่นพี่ที่ผ่านประสบการณ์มาแล้ว ในระหว่างวันที่30 มิถุนายน- 4 กรกฎาคม 2551 (ตามที่อ.ศรีเชาว์พูดถึง) ได้มีโอกาสไปประชุมฯที่โรงเรียนเตรียมทหาร เขาชะโงก จังหวัดนครนายก (อ.ศรีเชาว์ และคณะ ICT ของสำนัก กศน.ทุกภาค รวมทั้ง อ.เกษม ประสมพงษ์ กศน.จังหวัดสตูล ที่เคยพูดถึง) ได้ไปกินอยู่หลับนอนกัน 4 วัน 3 คืน
โดยส่วนตัวผมเพิ่งจะเริ่มวิ่งเมื่อเดือน ธ้นวาคม 2550 (ตลอดเวลาประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมาวิ่งเกือบทุกวัน ขาดไปไม่เกิน 4 - 5 วัน) ขณะนี้ถ้าวิ่งในสนามต่อเนื่องกันไม่พัก ก็ได้ประมาณ 20 นาที หรือ 2 กิโลเมตร เป็นอะไรที่พัฒนาได้ช้ามาก ผมเข้าใจเองว่าเพราะอายุมาก และน้ำหนักตัวมาก (สูง 187 ซม. หนัก 95 กก.) แต่ก็จะสู้ต่อไป เกิดอะไรขึ้นกับตัวเองหลังจากวิ่งมา 6 เดือน ผมจะสรุปเป็นข้อดังนี้อาจจะไม่ถูกหลักวิชาการก็ขออภัยด้วย
1.การวิ่งของผมจะเริ่มมาจากการวิ่งบนลู่วิ่งที่เขาเรียกว่า "ลู่วิ่งไฟฟ้า" หรือ Treadmill วันไหนไม่ได้ไปสนามก็วิ่งบนเจ้าเครื่องนี้ วันแรกๆของการวิ่ง (อย่าเรียกว่าวิ่งเลย เรียกว่าเดินดีกว่าเพราะวิ่งไม่ไหว แค่เดินบนลู่วิ่งไฟฟ้า ยังไม่ถึง 5 นาที เลย หัวใจเต้นโครมคราม จนนึกว่าจะหลุดออกมาทางปากให้ได้) ยอมรับว่าใจจะขาดให้ได้ แต่ก็ไม่หยุดวันต่อมาก็เอาอีก เดินอยู่อย่างนี้ประมาณ 1 -2 สัปดาห์ จนสามารถเดินเร็วๆ(spreed 6 กม/ชม)ได้ 10 นาที ก็เริ่มวิ่งบนลู่ไฟฟ้า(spreed 6.5 - 7.5 กม/ชม) ตอนนี้ก็เริ่มศึกษาข้อมูลการออกกำลังกายในเว็ปไซท์ต่างๆ เช่น http://www.thairunning.com/ http://www.siamfitness.com/ รวมทั้งของคุณหมอ JFK จากพันทิพดอทคอม, บทความของลุงกฤตย์ ทองคง (กราบขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย)ได้ปฏิบัติตามการ WARM UP และ COOL DOWN ทุกครั้งที่วิ่ง หลังจากนั้นประมาณเดือนเมษายน 2551 ก็เริ่มวิ่งบนถนนในบ้าน และที่สนามกีฬาจังหวัดสระบุรี ก็จะวิ่งได้ตอเนื่องกันครั้งหนึ่งประมาณ 20 นาที หรือราว 2 ก.ม. ก็หมดแรงแล้วต้องเดิน (พักซัก 2-5 นาทีโดยการเดินปานกลาง)พอหายเหนื่อยก็จะวิ่งต่อ
2.การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแบ่งเป็น2ส่วน
- ทางกาย รู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงขึ้นกล้ามเนื้อที่ น่อง ต้นขา สะโพกแข็งแรงมีกำลังดี, เดินขึ้นตึกที่ทำงานเป็นตึก 4 ชั้นได้สบายๆไม่หอบเหมือนก่อน, เคยนอนกรนอย่างหนัก ตอนนี้ดีขึ้นมาก ยังมีกรนบ้างนานๆครั้ง แต่เสียงประมาณเรือพาย ไม่เป็นเรือกลไฟเหมือนตอนที่ยังไม่วิ่ง(อันนี้ถามจาก ลูกๆ และภรรยา), น้ำหนักลดลงครึ่งกิโล ลดลงน้อยมาก แต่เอว สะโพก กระชับขึ้นกางเกงที่ใส่ทำงานหลวม
-ทางใจ จิตใจรู้สึกสงบขึ้น ไม่ฝุ้งซ่าน นอนหลับง่าย(เดิมก็เป็นคนหลับง่ายอยู่แล้ว)
3. ผลพลอยได้ สมาชิกในบ้านหันมาออกกำลังกายเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น ทั้งลูกๆ และภรรยา ผมตั้งใจว่าจะวิ่งต่อไปไม่หยุด แต่จะค่อยเป็นค่อยไป เพราะเราอายุมากแล้ว
ฝากให้คิด : วิ่งซะตอนนี้ วันที่ยังวิ่งได้ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจเมื่อ วันที่หมอสั่งห้ามวิ่ง
สวัสดีค่ะคุณน้ากล้วย ตามมาเยี่ยมบ้างค่ะ ทำความรู้จักกัน ดิฉันแก่กว่าคุณหลายปีเป็นพี่แน่ๆค่ะ อีกทั้งเคยอยู๋สังกัด กศน.มาก่อน(ศูนย์บริภัณฑ์เพื่อการศึกษา) ก็ขอเรียกตัวเองว่าพี่ก็แล้วกันนะคะ
ขอบคุณที่ไปแวะเยี่ยมทักทายกันค่ะ
เห็นหายไปนานมากๆ สุขภาพเป็นอย่างไรบ้างคะ หวังว่าคงสบายดีขึ้นเรื่อยๆนะคะ
กลางเดือนมีนาคมต้องไปแก่งคอยเพื่อไปทำบุญกระดูกของบรรพบุรุษค่ะ (แต่ไม่ใช่เช็งเม้ง เป็นไทยโบราณเลยค่ะ เผอิญเป็นวันคล้ายวันเสียชีวิตของคุณปู่น่ะค่ะ)