ทุกๆภาคเรียนและทุกๆปีการศึกษา  ครูอ้อยจะมีการเตรียมการก่อนเปิดภาคเรียนที่จะต้อนรับนักเรียน  ไม่ว่าจะเตรียมสื่อ อุปกรณ์  แบบฝึกหัด  วิธีการสอน   เพื่อเรียกร้องความสนใจจากนักเรียนให้มากที่สุด 

แต่ในคราวนี้  ความรู้สึก  หรือ  การเตรียมพร้อมนี้  รู้สึกจะชินชา  เดิมเดิมที่ครูอ้อยได้ปฏิบัติอยู่แล้ว  ไม่ได้เพิ่มเติมอะไร  ยังคงใช้แบบเดิมอยู่  อาจจะเพราะความที่เป็นครูมานาน  เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า 

หรือว่า.....ทำงานในด้านอื่นมากเกินไป  งานการสอนจึงเชื่องช้า  และไม่เป็นอันดับแรกๆ ต้นๆของการดำเนินชีวิต  อะไรหนอที่ทำให้เป็นอย่างนี้ 

ครูท่านอื่นๆจะเป็นอย่างครูอ้อยหรือไม่ 

ทั้งๆที่  เมื่อวานนี้ก็ได้เตรียมการก่อนเปิดภาคเรียน  ได้ทำทุกอย่างที่เป็นการเตรียมการ   ไม่ได้ว่างเว้นหยุดพักเลยทั้งวัน 

ตั้งแต่เช้า  เตรียมห้องสหกรณ์ร้านค้า  เตรียมหาตารางสอน  ประชุมครูผู้สอนภาษาอังกฤษ  เพื่อเตรียมการสอนโปรแกรมซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์   ประชุมหัวหน้างานเพื่อการนำเสนอการจัดการความรู้   เตรียมเขียนบทคัดย่อเพื่อรวบรวมไปนำเสนอ  เตรียมเขียนรายละเอียดเพื่อทำแผ่นโปสเตอร์  อ่านงานวิจัยในชั้นเรียนของพี่ครู  กินข้าวกลางวัน  ครูอ้อยไม่ได้ว่างจากการทำงานอื่นๆเลย 

ดังนั้น  งานการสอนของครูอ้อย  จึงเป็นแบบ.....เดิมเดิมแต่.....แปลกไปจากเดิม 

ในความจริงแล้วทุกๆปิดภาคเรียน  ครูผู้สอนต้องเตรียมการสำหรับนักเรียน   เท่าที่ครูอ้อยกล่าวมานั้น  ก็เป็นการเตรียมการทางอ้อมเพื่อนักเรียน   แต่ไม่อยาก  ไม่ต้องการแบบนั้น  ครูอ้อยต้องการเวลาส่วนใหญ่   หรือทั้งหมด  เพื่อเตรียมการให้นักเรียนเสียมากกว่า  การทำงานทางอ้อมดังที่กล่าวมา 

แล้วจะทำอย่างไร  เพราะนั่นก็เป็นงาน  นี่ก็เป็นงาน  ต้องทำตัวทำใจ  แบบ...ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง  แน่เลย 

พรุ่งนี้นักเรียนก็จะมาเรียนแล้ว  เตรียมสิ่งดีประทับใจนักเรียนในวันแรก  อันจะเป็นการ orientation  หรือ  promotion หรือ presentation หรืออะไรก็ตาม  อยากให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข  และนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน  มากที่สุด 

ทั้งๆที่  งานอื่นๆ ก็วางเต็มโต๊ะ.....ครูอ้อยต้องจัดการกับตัวเอง  จัดการทั้งกายและใจ  จัดเก็บนักเรียนไว้อย่างเต็มหัวใจ  รู้หน้าที่เสมอว่าเราเป็นครู  ต้อง  สอน สอน สอน  ส่วนงานอื่นๆ  ก็ต้องรองลงไป...

ใครก็ว่าเราไม่ได้เลย  เพราะเราอยู่กับนักเรียนทั้งตัวและหัวใจ