ห่างหายจาก g2k มาหลายวันครับ เริ่มจะลงแดง ฮิฮิ มีเหตุผลหลายประการครับ ที่ทำให้เราห่างกัน จริงๆ ก็ดีใจมากครับที่ได้ห่างกันบ้าง และคิดว่าการห่างกันครั้งนี้ก็เพราะอัลลอฮ์รับดุอาที่ขอมาหลายวันแล้วว่า ขอให้มีเวลาเคลียร์งานป.เอกบ้าง ปรากฏว่าเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับการใช้งานอินเตอร์เน็ททั้งที่บ้านและที่ทำงานเสียกันไปทั้งหมดเลยครับ ที่บ้านสงสัยจะลืมจากตังค์ ฮาฮาฮา ก็เลยทำให้หลายวันมานี้มีสมาธินั่งทำการบ้านได้มาสองคืนเต็มๆ ครับ แต่ที่เสียไปด้วยพร้อมๆ กับอินเตอร์เน็ทก็คือ การตรวจงานนักศึกษา เพราะส่วนหนึ่งต้องใช้อินเตอร์เน็ทเหมือนกัน ร่ายเกริ่นนำยาวเลยครับ ตอนนี้ผมกำลังอยู่ที่สนามบินดอนเมือง และรอคนมารับต่อไปยังชาลีน่ารีสอร์ทที่นครปฐมครับ (มาประชุมถอดบทเรียนงานวิจัยทางด้านภาษาถิ่น)
คงต้องนั่งรอนานเนื่องจากคนมารับจะมาตอนบ่ายสอง ส่วนเครื่องเราลงตอนเที่ยงครึ่ง เนื่องจากอีกทีมหนึ่งยังมาไม่ถึง เลยสงสัยเหมือนกันทำไมไม่ให้ผมมาพร้อมกับอีกทีมหนึ่งไปเลย ฮิฮิ ผมเลยกลายเป็นทีมแรกที่ต้องมานั่งรอ ออ. มาพร้อมกับอาจารย์แวมายิ จากมอ.ปัตตานีครับ
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นกลยุทธของอิลฮามหรือเปล่า ทุกครั้งที่ผมต้องออกจากบ้านหลายวัน แก่ต้องไม่สบายทุกทีวันนี้ก่อนมาก็เริ่มมีใข้อีกแล้ว รู้มาว่าเมื่อวานเล่นน้ำทั้งวัน
เมื่อวานผมไปประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียนของอิลฮามครับ ก็เลยได้รู้จักโรงเรียนอีกขึ้นมากเลยครับ ที่ว่ารู้จักดีขึ้นก็เพราะว่า แต่ก่อนผมได้ยินแค่ว่า โรงเรียนนี้เน้นการสอนภาษาไทยและบูรณาการอิสลามเข้าไปในเนื้อหาวิชาเรียน พูดง่ายๆ คือไม่แยกส่วนเนื้อหาว่าเป็นสามัญหรือศาสนานั่นแหละครับ แต่ไม่รู้รายละเอียดมากนัก ออ.ที่รู้อีกอย่างหนึ่งคือ ผศ.ดร.อิบราเฮ็ม ณรงค์รักษาเขตเป็นที่ปรึกษาหลัก แต่ก็รับรู้ก่อนหน้านี้ว่า ท่านไม่เคยได้มาดูแลเลย ปรากฏเมื่อการประชุมเริ่ม คนแรกที่ขึ้นพูดแนะนำปรัชญาโรงเรียนก็ อ.อิบราเฮ็ม นั่นแหละครับ และท่านก็ประกาศตัวว่า ต่อไปนี้ท่านจะดูแลโรงเรียนอย่างใกล้ชิด จากนั่นท่านก็นำเสนอแนวคิดที่มาที่ไปของโรงเรียน ซึ่งผมก็รู้จักแนวคิดของท่านค่อนข้างดีครับ เพราะเมื่อเดือนที่แล้วยังเป็นตัวแทนท่านไปนำเสนอแนวคิดการจัดทำหลักสูตรมาแล้วเลย
หลังจากท่านพูดเสร็จก็มีการเชิญให้ผู้ปกครองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในรอบแรก ผมโดน ผอ.โรงเรียนเรียกชื่อเป็นคนแรกครับให้พูดแสดงความคิดเห็น แต่เสียใจครับ รอบนี้ขออนุญาตไม่เสนอแนวคิด ฮาฮา หลายคนคงตกใจ คนอย่างนายอีย์ไม่พูดเป็นไปได้หรือ ฮิฮิ เป็นไปแล้วครับ ผมขอให้แบวีย์คนคุ้นเคยกันเป็นคนพูดแทนครับ เนื่องจากลูกของท่านเรียนมาสองปีแล้ว ส่วนผมลูกยังแค่เพิ่งเข้าเรียน พ่อจะมาทำซ่าเสียแล้วหรือ? ฮิฮิ
แบร์ดีย์ ผอ.โรงเรียนทำหน้าสงสัยทำไมผมไม่พูด (ผมคิดว่าแก่สงสัยนะ) เพราะรู้สึกว่าท่านอยากฟังความเห็นผมต่อการจัดการโรงเรียน แต่ผมกลับมองว่า ประเด็นที่ อ.เอ็ม นำเสนอเป็นปรัชญาของโรงเรียน ถ้าผมไม่เห็นด้วยกับปรัชญานี้ผมก็ไม่ควรส่งลูกมาเรียน ควรไปหาโรงเรียนอื่น แต่ถ้าถามต่อว่า จริงๆ ผมเห็นด้วยมัย ก็ตอบว่า หลายส่วนผมเห็นด้วยครับ แต่มีบางส่วนผมยังไม่โอเคเท่าไร แต่การจะให้พูดในโอกาสนี้คงไม่เหมาะ เวลามันสั้นไป ถ้าขืนพูดไปอาจทำให้คนฟังเข้าใจผิดได้ ผมเลยใช้วิธีการเงียบไว้ดีกว่า
มีผู้ปกครองเสนอหลายเรื่องและน่าสนใจด้วยครับ บางทีโอกาสแบบนี้การที่โรงเรียนได้ฟังเสียงผู้ปกครองมากๆ จะทำให้การปรับปรุงการทำงานของโรงเรียนดีขึ้นครับ เพราะจากการพูดคุยพบว่า มีข้อบกพร่องบางประการที่ผู้บริหารไม่รู้ จึงไม่ได้ทำการแก้ไขหรือป้องกัน จึงถือได้ว่า การพูดคุยกันครั้งนี้เป็นการเรียนรู้ของโรงเรียนที่ดีมากครับ และผมก็สังเกตเห็นว่าผู้บริหารโรงเรียนก็ยินดีที่จะได้รับฟังข้อตำหนิข้อเสนอแนะต่างๆ จากผู้ปกครองเพื่อการแก้ไขครับ
เสร็จการประชุมใกล้เที่ยง ผมตั้งใจจะกลับไปทำงานต่อเลยครับ ปรากฏว่า อ.เฮ็งและแบร์ดีย์ ชวนให้ไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน เลยไปนั่งร่วมโต๊ะทานข้าว ถือว่าเป็นตัวแทนผู้ปกครองท่านอื่นๆ ไปร่วมทานข้าวกับผู้บริหารโรงเรียนแล้วกันครับ คราวนี้แหละครับ ผมจึงพูดคุยแนวคิดเกี่ยวกับโรงเรียนได้สบายปากหน่อย ฮิฮิ เนื่องจากจำกัดกลุ่มผู้ฟังได้ ไม่ต้องเกร่งว่าจะมีคนเข้าใจผิด บนโต๊อาหารเที่ยงประกอบด้วย ประธานกรรมการบริหารโรงเรียน (อ.เฮ็ง) ผอ.โรงเรียน (แบร์ดี) ผู้รับใบอนุญาต (บอบอยิ) และเปาะซูดิง คนนี้ถือว่าเป็นผู้ปกครองนักเรียนอีกท่านหนึ่งครับ สรุปว่าคุยกันนานครับ เกือบบ่ายสองจึงแยกย้ายกันกลับ
ผมเกริ่นนำประเด็นของผมไว้ว่า ถึงแม้ว่าผมจะเป็นศิษย์ของอาจารย์เฮ็ง แต่ตอนนี้ผมก็มีสิทธิคิดต่างจากอาจารย์ได้แล้วครับ ฮิฮิ (กำลังคิดตั้งสำนักใหม่อยู่ แต่ยังหาสาวกไม่ได้ ฮาฮา) แล้วก็อธิบายเพิ่มเติมในประเด็นที่อาจารย์ท่านตีความจากคำพูดของแบวีย์ผิด จริงๆ ไม่ผิดหรอกครับ แต่เป็นการพูดคนละเรื่องเดียวกันอยู่ สิ่งที่ผมพบคือ ผู้ปกครองมีความไว้ใจโรงเรียนมากครับ ซึ่งผมว่านี้แหละคือพลังสำคัญของโรงเรียน หากโรงเรียนนำมาใช้อย่างถูกวิธี
(ตั้งใจจะโฟสต์ทันทีครับ เนื่องจากได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า คนมารับกำลังรออยู่ แต่แล้วก็ไฟสต์ไม่ทันเนื่องจากเข้าเว็บช้าไปนิด เลยพลาดการโฟสต์ที่สนามบิน ส่วนตอนกลับก็พยายามโพสต์ที่สนามบินอีกทีปรากฏว่าไม่สำเร็จเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นที่เครื่องผมหรือเปล่า ไม่แน่ใจ)
เจอปัญหาเหมือนกันค่ะ...
แวะมาบอก...ค่ะ...ถึงว่าเห็นเงียบๆ ไป
ก็เลยโผล่หน้ามาดูเจ้าค่ะ..อิอิ
(^____^)
กะปุ๋ม
ขอบคุณครับอาจารย์1. Ka-Poom
เดิมทีก็ไม่เคยพลาดการติดต่อครับ แต่รอบนี้โทรศัพท์ทำงานได้ไม่เต็มที่ครับ
อัลฮัมดุลิ้ลลาฮ หนูดีใจมากคะที่รู้ว่าอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่สุขกาย สุขใจ สงสัยคงจะถือคติที่ว่าอยู่ให้เค้ารัก จากไปให้เค้าคิดถึง แน่เลยฮิฮิ มากรุงเทพก็ไม่ยอมบอกหนูด้วย ลืมลูกศิษย์คนนี้แล้วหรือค่ะ ถ้ามีโอกาสหนูอยากจะไปส่งอาจารย์ที่สนามบินจัง
ขอบคุณ kulaibah
เวลาไปกทม.ทีไรมักจะโทรหาเพื่อนสนิทมิตรสหายเป็นประจำครับ แต่ครั้งนี้กทม.เป็นแค่ทางผ่านเลยไม่ได้โทรหาใครเลย