เมื่อวันที่ 12 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเข้าประชุมกลุ่มย่อยพร้อมทั้งเยี่ยมอาการป่วยของอาจารย์ยักษ์ (อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร) ที่บ้านสัมมากร กรุงเทพฯ อาจารย์ยักษ์อาการดีขึ้นเยอะ นั่งได้ พูดได้ และข้อสำคัญเข้าร่วมประชุมตลอด ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 3 โมงเย็น
การประชุมกลุ่มย่อยวันนั้น มีอาจารย์ยักษ์ รองอำนาจ เย็นสบาย คุณสมิธท์ ผู้จัดการศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ บ้านดินสระแก้ว คุณขาว (ขออภัยจำชื่อจริงไม่ได้)ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขา เสธชาญณรงค์จากสำนักงานทหารพัฒนาการและผม โจทย์ใหญ่อยู่ที่เวลาเราเข้าไปทำงานในพื้นที่จะได้รับคำถามว่า ตั้งแต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มาทรงเปิดโพธิวิชชาลัย เมื่อ 28 มกราคม แล้ว ยังไม่เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นอีกเลย ตกลงว่าจะมีการเรียนเกิดขึ้นหรือไม่? โจทย์นี้พวกเราทราบกันดี แต่ทางออกยังไม่มีข้อสรุป จึงจำเป็นต้องมาพูดคุยกันในวันนี้
ข้อสรุปที่ได้ เราต้องรีบเร่งทำภารกิจเร่งด่วน 3 ภารกิจคือ
1. ต้องปรับองค์ใหม่ทั้งคณะ
2. ต้องเร่งรีบรับนักศึกษาให้ได้ ถ้าหลักสูตรยังไม่ผ่านสภามหาวิทยาลัย เราคงรอไม่ได้ต้องใช้การจัดกระบวนการเรียนการสอน แบบหลักสูตรระยะสั้นไปก่อน
3. ต้องสร้างพื้นที่ต้นแบบให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าสามารถทำได้จริง
ประเด็นของข้อ 3 บังเอิญไปสอดคล้องกับแนวความคิดของ ปตท. ที่เขาจะสร้าง 84 ตำบลแห่งพลังงานทดแทน เพื่อถวายในหลวง ซึ่งในพื้นที่สระแก้ว เราพยายามให้เป็นตำบลหนองหมากฝ้าย ซึ่งเป็นตำบลที่ตั้งของโพธิวิชชาลัย รายละเอียดเรื่องนี้จะพูดคุยกันในวันที่ 21 ที่อบต.หนองหมากฝ้าย
สิ่งที่ได้รับที่นอกเหนือจากการประชุมกลุ่มย่อยในวันนั้น ก็คือเกล็ดความรู้ที่พวกเราได้จากอาจารย์ยักษ์ มีหลายอย่างที่จะขออนุญาตนำมาเผยแพร่ อย่างเช่นวิกฤติชาวนา อาจารย์ยักษ์ มองว่า ยุคนี้ เทคโนโลยืควายกับเทคโนโลยีลม เท่านั้น ที่เป็นทางรอดที่ดีที่สุดสำหรับชาวนา ซึ่งก็เป็นมุมมองที่น่าสนใจ แต่ที่ผมอึ้งที่สุด ก็คือการมองความพอเพียงในทัศนะของอาจารย์ยักษ์ อาจารย์มองอย่างนี้ครับ ความพอเพียงมันมีระดับของมันอยู่ ถ้าจะแยกเราสามารถแยกได้ 2 ระดับ คือความพอเพียงระดับพื้นฐาน กับความพอเพียงระดับก้าวหน้า ระดับพื้นฐานมีอยู่ 4 พอ คือ พออยู่ พอใช้ พอกิน และพอร่มเย็น ซึ่งทั้ง 4 พอ มีความหมายอยู่ในตัวของมันเอง กิจกรรมที่จะส่งเสริมให้ชาวบ้านมีความพอเพียงในระดับพื้นฐาน คือ การส่งเสริมให้ชาวบ้าน ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง ส่วนความพอเพียงระดับก้าวหน้า มีอยู่ 3 พอ คือ พอพลังงานทดแทน พอในการพัฒนาคน และพอเพียงกับการได้รับและเผยแพร่ข่างสารข้อมูลสาธารณะ ระดับก้าวหน้านี้ต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากนักวิชาการ
และข้อสรุปสุดท้าย คือนิยามของเศรษฐกิจพอเพียงที่สั้น ง่าย กระชับ และได้ใจความ คือ เศรษฐกิจพอเพียง คือ การนำเอาคุณธรรมไปสร้างสัมมาอาชีพ
นั่งรถกลับมาสระแก้ว ผมจึงรู้ถึงสัจจธรรมที่ว่า อยู่ใกล้นักปราชญ์ เราก็มีโอกาสเป็นปราชญ์
สวัสดีครับ พี่สมนึก
ขออนุญาต ลปรร เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงด้วยครับ
มีนักธุรกิจท่านหนึ่ง ให้นิยามของคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงอย่างง่ายๆ และผมประทับใจคำนี้ครับ ท่านให้ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงเอาไว้ว่า
"อย่าเว่อร์" (อย่าทำอะไรที่โอเวอร์)
พี่สมนึกว่าพอใช้ได้ใหมครับ
ขอบคุณครับ
เรียน น้องsmall man ที่คิดถึง
นานแล้วนะที่เราไม่ค่อยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันเลย คงเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างยุ่ง ทำงานหลวงอย่างพวกเราพยายามคืนกำไรให้หลวงตลอด ก็ดีนะที่เราไม่คิดเอาเปรียบหลวง
คำว่า อย่าเวอร์ ผมเห็นด้วยนะ ถ้าคนเราไม่เว่อร์ทำอะไร พอเหมาะพอควร นั่นหมายถึง คนคนนั้นเขารู้จักตัวเอง ผมพูดเสมอว่า การค้นพบตัวเองเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุดในชีวิต ของคนคนนั้น เพราะเมื่อเขารู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา เขาก็สามารถบงการชีวิตเขาได้
ขอบคุณที่ยังระลืกถึงกันอยู่