บราซิล เป็นประเทศส่งออกอาหาร อันด้บ 5 ของโลก แก้ความยากจนด้วย..
จากแหล่งข่าว ซึ่งได้จากรายการเรื่องเล่าเช้านี้ วันจันทร์ที่ 12 พ.ค.นี้ พิธีกรสาว ในรายการ ได้เล่าว่า ประเทศไทยเรา ส่งข้าวออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก ส่งยางออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก ส่งมันเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่เมื่อทั่วโลกได้จัดอันดับของครัวโลก ปรากฏว่าไทยเราอยู่อันดับที่ 15 ในขณะที่ประเทศที่ส่งออกเป็นครัวโลกตัวจริง คือ อันดับหนึ่ง สหรัฐอเมริกา สองเป็นฝรั่งเศส สามเป็นเนเธอร์แลนด์ สี่เป็นเยอรมัน ห้าเป็นบราซิล ...
การที่เราจะแก้ปัญหาเรื่องราคาสินค้าเกษตรให้สามารถอยู่ได้ทัดเทียมกับอาชีพอื่น ๆ นั้น ประเทศชาติได้ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรให้ได้อย่างไร?
หรืออีกนัยยะหนึ่ง เราต้องก้าวเป็นครัวโลก อันดับหนึ่งให้ได้(เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน แบบก้าวหน้าครับ) แล้วเราจะทำได้หรือเปล่า???....อีกกี่ปีครับ(และไม่ใช่ให้ซีพีจัดการครับ) วิสัยทัศน์มีหรือไม่(ภาพฝันว่า 10 ปีข้างหน้าเราจะเป็นครัวโลกให้ได้)
แผนงาน 5 ปี มีมั้ย 10 ปีมีมั้ย หรือ 100 ปีมีมั้ย....เป็นต้น
แนวทางการดำเนินงานหล่ะครับ.........ยกตัวอย่าง ประเทศบราซิล เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เขายังเป็นประเทศที่ยังต้องแก้ปัญหาความยากจนที่มีช่องว่างอยู่ครับ..
แก้อย่างไร? ไทยเราก็เคยไปเอาความรู้เขามาครับ..
ตัวอย่าง...
ปี 2000 UNDP รายงานว่ามีคนจนอยู่ 15 % ส่วนเป็นประชากรผิวดำ และอยู่ในชนบท ใช้งบประมาณทางสังคมมาก เป็น 2/3 ของทั้งหมด และคิดเป็น 1/5 ของGDP ซึ่งสูงสุดในลาตินอเมริกา แต่ผลประโยชน์ยังตกอยู่กับกลุ่มชนชั้นกลาง และคนร่ำรวยของประเทศ ตัวอย่างเช่น ด้านการศึกษาคนยากจนที่สุดในประเทศเกือบ 3/5 ไม่ได้รับการศึกษาเบื้องต้นเลย แม้แต่น้อย 90% ของยากจนไม่ได้เรียนมัธยม หรือสูงกว่านั้น ซึ่งการศึกษาระดับกลางและสูง มีแต่คนร่ำรวยได้เรียนกัน ...
การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขมีคุณภาพต่ำ และไม่ให้บริการคนจน จึงเสนอให้ยกเลิกโครงสร้างรายจ่ายทางสังคมแบบเดิมลง....
ปัญหาความยากจน และปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในบราซิล คือ
1. เรื่องความมั่นคงทางอาหาร
2.เรื่องพัฒนาการเกษตร
3.การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (ปฏิวัตสีน้ำตาล)
4.ความเป็นธรรมและ ความยุติธรรมทางสังคม
5.ความยากจนในกลุ่มผู้หญิง
6.ปัญหาการถูกแยกทางสังคม (S.exclusion)
7.ปัญหาความรุนแรง
แนวยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาฯ คือ
1.ออกกฏหมาย
2.การวาง Nation Agenda
3.โครงการระดับชาติ(เรื่องยกเลิกการสารณสุขเพื่อคนรวย,การสร้างสวัสดิการหลังเกษียณแก่คนจน,สนับสนุนให้ความรู้ทางด้านโภชนาการอาหารแก่คนจน ,เป็นต้น)
4.การกระจายอำนาจ
5.การร่วมมือ พหุภาคีและทวิภาคี
ปี 2008 บราซิลพัฒนาตัวเองเป็นประเทศที่มีคนยากจนน้อยลง ...50% ของประชากรทั้งหมด มีความรู้ด้านโภชนาการอาหาร,มีการศึกษาภาคบังคับสูงขึ้น,มีรายได้ ประชาชาติ สูงกว่าเดิม(ปี 2000),และเป็นอันดับ 5 ของครัวโลก (ส่งออกอ้อย, เอธานอล,ไบโอดีเซล อับดับหนึ่งของโลก)
หลายประเทศที่เปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ไทยเรายังไปไม่ถึงไหนเลยครับ....
สวัสดีครับ ....อาจารย์สมพงศ์..
* การพัฒนาการเกษตรบ้านเราคงไม่เดินหน้าต่อไปในลักษณะโครงสร้างใหญ่แล้ว
* ธุรกิจส่งออก และอุตสาหกรรมการเกษตรจะตกอยู่ในมือของคนไม่กี่กลุ่ม
* กลไกการตลาดไม่เอื้อให้เรา เป็นครัวโลกครับ
* ความมั่นคงทางอาหาร จะเกิดขึ้นได้โดยวิธีเดียว คือ การปลูกกินเอง ปลูกใช้เองครับ
* การจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อมจะกลับคืนมาถ้าใช้เกษตรทฤษฏีใหม่ครับ
* วิสาหกิจชุมชน จะเป็นเรื่องราวของคนในชุมชนแท้จริงก็ต่อเมือ อบต.เล่นด้วย
* เกษตรกรรมเชิงเดี่ยวก็จะน้อยลงในทุกพื้นที่ของประเทศไทย
* สังคมที่น่าอยู่ก็จะกลับมาสู่ประเทศไทยอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานมากแล้วครับ
สวัสดีครับ ....คุณ ม.ชีวิต ครับ
ขอบคุณสำหรับคำพยากรณ์การพัฒนา (เหมือนศูนย์พยากรณ์ข้าว) และ คงไม่เป็นศูนย์เตือนภัยข้าว (ไม่รู้จะดีเท่ากับศูนย์เตือนภัยสึนามิหรือเปล่า ขณะจีนทำงานเรื่องแผ่นดินไหวมาก่อน ยังเสียหาย เกือบแสนคนครับ