MSN....ในแง่มุมด้านดูแล ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาเด็ก

บันทึกนี้....เกิดขึ้นได้เพราะคำถามของลูกศิษย์คนหนึ่ง...เขาออนเอ็มแล้วก็เกิดบทสนทนากัน

  • นร  :  ครูครับ...ที่ครูให้ผมไปดูกระจกว่าผมข้างหน้ายาวหรือเปล่า....ครูหมายถึง ผมของผมยาวใช่มั่ย
  • ครูนก   :  ครูหมายถึงว่า ครูไม่แน่ใจว่าผมของลูกด้านหน้ายาวหรือสั้น...เพราะอยู่ในช่วงไม่ใช่สั้น แต่ค่อนไปทางยาว"
  • นร  :  ผมวันนี้ไม่สบายใจเลย.....และไม่แน่ใจว่าผมต้องทำอย่างไร
  • ครูนก  : ขอโทษด้วยที่ครูพูดไม่เคลียร์(เป็นวันแรกของการเปิดเทอม ครูที่ปรึกษาเจอนักเรียนที่หน้าเสาธง..แล้วต้องรีบแยกกันไปเรียน/ไปสอน)...แต่ครูเป็นคนที่ไม่สันทัดในการตรวจผมนักเรียน...นอกจากลูกจะตัดผมแบบนายเอกพล (ทรงผมของเอกพลถูกต้องตามระเบียบโรงเรียนแบบชัดเจน..เห็นแล้วไม่มีอาการลังเลหรือต้องดูซ้ำ)  ครูไม่มั่นใจในการจะสรุปว่าผมของลูกยาวหรือสั้นนะ...(เป็นหน้าที่ของครูที่ปรึกษาที่ต้องดรวจเป็นระยะ)
  • นร  :  แต่ผมให้แม่ตัดให้แล้วครับ
  • ครูนก : ต้องขอบคุณที่หาคำตอบให้ตนเองได้  ครูจะได้ให้ลูกเป็นแบบอย่างที่ดีของทรงผมถูกกฏระเบียบ....อีกอย่างนะตัดทรงนี้...เข้าหลักเศรษฐกิจพอเพียงเลย...ยืดเวลาตัดผมออกเนื่องจากเราตัดให้สั้นๆ ไว้ก่อน
  • นร  :  ครับ
  • ครูนก : ครูเองมองเรื่องผมเป็นเรื่องง่ายๆ ตัดให้ถูกกฏระเบียบ...ก็จบกัน...ไม่ต้องมานั่งเป็นกังวลใจว่าไปไหนครูคนใดเห็นทรงผมครูต้องถาม...เราจะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นไม่ต้องมาคอยตอบคำถาม
  • นร  : ครับ...จริงด้วยครูครับ
  • ครูนก  : จ้า...ไม่อะไรจะถามครูอีกหรือเปล่า..ถ้าไม่มีครูจะขอตัว

**แล้วทั้งครูและศิษย์....ต่างก็แยกย้ายทำงานของตน**สักประมาณครึ่งชั่วโมง นักเรียนคนเดิมก็ทักทายมาทางเอ็มอีก

  • นร : ครูครับ...โรงเรียนเรามีครูที่ออนเอ็มกี่คน นอกจากครูและครูแอ๊ด
  • ครูนก : มีหลายคนจ้า....แต่ถ้าลูกจะ add ลูกต้องต้องไปขออนุญาตอาจารย์นะ....ครูจะไม่ให้โดยตรง
  • นร : ครับ

หากมองอย่างวิเคราะห์เรื่องการใช้โปรแกรมในการ chat ก็จะเหมือนเหรียญสองหน้า..ทั้งนี้ขึ้นกับผู้ใช้นะค่ะ

ในมุมของผู้ปกครอง ซึ่งได้มาจากการเยี่ยมบ้านนักเรียน การประชุมผู้ปกครอง และเพื่อนครูที่มีลูกชอบออนเอ็ม....จะมองว่า เด็กๆ ชอบคุยกันผ่านจอคอมพิวเตอร์...ไม่รู้คุยอะไรกัน.....เมื่อปีที่แล้วมีผู้ปกครองท่านหนึ่งมาขอให้ครูนกไปบ้านเขา...เพื่อที่จะย้ายคอมพิวเตอร์ออกจากห้องนอนลูก..ปรากฏว่าโชคดีไม่ต้องไปถึงบ้านก็สามารถสร้างความเข้าใจได้....ในส่วนที่นักเรียนที่ตนเองดูแล..จะบอกผู้ปกครองว่า...ตนเองก็ใช้แล้วเด็กๆที่สอนนี้เขาก็จะ Add ครู (ส่วนใครจะ block /add ก็เป็นเรื่องที่บังคับไม่ได้) เขาก็จะเข้ามาถามเรื่องต่างๆ...และถ้านร.ออนไลน์ดึกเกินไปครูนกก็จะบอกว่า ดึกแล้วนะ...นอนดีกว่า..และก็เล่าให้ฟังถึงแง่มุมที่ดี รวมถึงแง่มุมที่ไม่ดี...ทั้งนี้การใช้คอมพิวเตอร์ของเด็กในความดูแลควรจะมีการกำหนดกฏ กติกาการใช้งาน....ถ้าเรามีเหตุผลที่ดีเด็กก็รับได้ค่ะ

ในมุมของเด็ก...การใช้โปรแกรมเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ....แล้วหลายคนก็ติด chat แต่ถ้าเรามีโอกาสคุย ให้ข้อมูล...(รู้ให้เท่าทันเด็ก)...เราก็สามารถช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเขาได้...ก่อนหน้านี้สัก 5 ปีเด็กจะถามครูนกว่า "อาจารย์ เล่นเอ็มด้วยเหรอ"...ตนเองก็ถามเขากลับว่า "ทำไมลูกถึงใช้คำว่าเล่นเอ็มละ"...เด็กมักจะมองหน้าครูแล้วยิ้ม "ก็เล่นไง๊อาจารย์"....ตนเองก็บอกว่า..."ก็ครูไม่ได้เล่น (ใช้แบบเพลินเพลิน)ตลอดเวลานะ...ครูมีทำงานผ่านเอ็มด้วยนะ...ให้คำปรึกษาเด็ก ตอบปัญหาเคมีเด็ก...คุยกับลูกศิษย์ที่จบไปแล้วเรื่องการเรียน การงาน..."

ในมุมมองของตนเอง...การออนไลน์มีประโยชน์หลายอย่าง

1.  ดูและ สอบถามสารทุกข์สุกดิบของเพื่อนครู และนักเรียน

2.  ครูทำหน้าที่สารวัตร/ผู้ดูแลออนไลน์ได้เลย

3.  เปิดโอกาสให้ครูได้ update ข้อมูลจากเด็ก/เพื่อนครู

4.  การให้คำปรึกษากับนักเรียนได้หลายช่วงเวลา และสามารถให้ได้ทั้งศิษย์ปัจจุบัน และศิษย์อื่นๆ

สรุป...ออนเอ็มให้มีประโยชน์เราก็ทำได้....เป็นเครื่องมือทางการสื่อสารอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้ครูขยายขอบเขตของการทำงานออกไปได้

*****************************