รมว.คลังเตรียมเปิดโครงการให้ ขรก. ทำโอทีงานด้านบริการวันเสาร์-อาทิตย์ พร้อมกับจ้างงานพิเศษ จัดฝึกอบรมทักษะภาษาให้ประชาชน เพื่อเสริมรายได้ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ สะพัดขึ้นเงินเดือน ขรก.ลงตัวแล้ว หลังถกร่วมอธิบดีกรมบัญชีกลาง-เลขาฯ ก.พ. คาดเสนอ ครม.ไฟเขียววันนี้

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่      12 พฤษภาคม ภายหลังหารือเกี่ยวกับข้อมูลด้านเศรษฐกิจกับตัวแทนสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 40 คน ที่กระทรวงการคลัง ว่าได้ชี้แจงถึงนโยบายรัฐบาลที่กำลังจะดำเนินการระยะที่ 2 คือการสร้างรายได้ให้ประชาชนทุกกลุ่ม นอกจากการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ โดยในส่วนข้าราชการชั้นผู้น้อยนั้นจะปรับเพิ่มรายได้ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน รวมทั้งการสนับสุนนให้ข้าราชการทำงานด้านบริการ ล่วงเวลาในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ด้วย นอกจากนั้น รัฐบาลจะมีโครงการจ้างงานพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด โดยอาจให้ทำงานเฉพาะด้านเช่น ด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา รวมทั้งการจัดฝึกอบรม ทักษะด้านภาษาให้ประชาชนทั่วไป สำหรับเกษตรกร มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการช่วยเหลือในการจัดซื้อปุ๋ย อุปกรณ์การผลิต รวมถึงการรับซื้อพืชผลและหากสถาบันการเงินเอกชนสนใจเข้าร่วมด้วยก็จะเชิญมาหารือกัน ในรายละเอียดต่อไป

นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า เรื่องที่นักวิเคราะห์สอบถามมากคือ เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นไปสูงถึง 6% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากราคาน้ำมันที่ขึ้นไปถึง 125-126 เหรียญต่อบาร์เรล อาจส่งผลให้การดูแลเศรษฐกิจให้ขยายตัว 6% ไม่เป็นไปตามคาดหมาย จึงได้ยืนยันไปว่าแผนการที่เตรียมไว้ในการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนน่าจะช่วยลดผลกระแทบจากเงินเฟ้อลงได้ และจากการผลักดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อเนื่องน่าจะกระตุ้นให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวได้ระดับ 6% แน่นอน  "ที่สำคัญรัฐบาลพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่จะออกมาเป็นระยะ ๆ รวมทั้งการเร่งโครงการลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็คต์ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง จะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสัปดาห์ เพื่อเร่งรัดการหาผู้รับเหมาให้เร็วขึ้น 1-2 เดือนจากที่กำหนดไว้เดือนธันวาคมปีนี้ รวมไปถึงสายสีแดง สายน้ำเงิน และโครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 ด้วย" นพ.สุรพงษ์กล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า นพ.สุรพงษ์ยังหารือกับนายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และนายปิยะพันธุ์ นิมมานเหมินท์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในวันเดียวกันนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการและอาจจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 13 พฤษภาคม ขณะที่ นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า อัตราเงินฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนที่มีรายได้น้อยให้ลำบากมากขึ้น เพราะฉะนั้นการเข้าไปช่วยดูแลโดยทางการเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง แต่ทั้งนี้ต้องระวังด้วยว่าการให้ความช่วยเหลือควรต้องถึงประชาชนที่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจริง ๆ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นยังอยู่ในสมมติฐานของ ธปท. และจากการประเมินของคณะกรรมการนโยบาย

การเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุด ยังเห็นว่าอัตราเงินฟ้อพื้นฐานยังอยู่ในเป้าหมาย รวมถึงความต้องการในประเทศด้วยที่ไม่ได้เร่งตัวมากจนสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อเป็นปัญหาสำคัญหากปล่อยให้เร่งตัวจะกระทบต่อภาคการใช้จ่ายและการลงทุน

น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า ผู้นำแรงงานจะประชุมร่วมกันในวันที่ 13 พฤษภาคม เพื่อกำหนดท่าทีเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ คณะกรรมการค่าจ้างกลางทบทวนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลควบคุมราคาสินค้าไม่ได้

นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า ตอนนี้แรงงานเดือดร้อนมาก และเห็นพ้องต้องกันว่ารัฐบาลต้องให้การดูแลช่วยเหลือ ไม่ใช่มัวแต่ไปแก้รัฐธรรมนูญ เพราะปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นเป็นอัตราเดียวกันทั่วประเทศ แต่ค่าแรงขั้นต่ำกลับขึ้นไม่เท่ากัน

มติชน  คม ชัด ลึก  13  มี.ค.  51