เมื่อวันที่ ๒ - ๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ลูกศิษย์เอกและเครือข่ายมวลชนของ อ.แหววจัดเวทีเพื่อสังคายนา "แนวคิดและวิธีคิด" ในการใช้กฎหมายและนโยบายใหม่ด้านสถานะและสิทธิของบุคคล ผลของ พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ ทำให้ระบบกฎหมายไทยเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...เราต้องทำให้เครือข่ายมวลชนเข้าใจปัญหานี้และใช้กฎหมายใหม่ให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การสร้างศักยภาพ "ใหม่" ในการปรับใช้กฎหมาย "ใหม่" เป็นของยาก เริ่มก่อนจากศิษย์เอกของ อ.แหวว ที่มานำการสังคยานา ๕ คนแรก (๑) อ.เอ๋ วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล (๒) คุณกานต์ เสริมชัยวงศ์ (๓) คุณชุติ งามอุรุเลิศ (๔) คุณสรินยา กิจประยูร และ (๕) คุณดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล ทั้ง ๕ คนจะรับบทแม่ทัพใหญ่ การสังคยานาคงต้องทำในทุกเครือข่ายทำงาน เราเริ่มจากเราคนทำงานที่รู้แบบเก่าๆ ต้องปรับ "แนวคิด" และ "วิธีคิด" ถ้าเราปรับตัวเราไม่ได้ เราก็จะใช้แนวคิดเก่า เราก็จะแก้ปัญหาโดยใช้กฎหมายใหม่ไม่ได้ คงตลกน่าดู แม้มีกฎหมายใหม่ ก็ยังคงใช้แนวคิดเก่าที่มาจากกฎหมายเก่า ถ้าเราไม่สังคยานาตัวเราก่อน แล้วเราจะสอนกฎหมายใหม่ได้อย่างไร เราอาจจะเจ็บที่อัตตามากเอาการ แต่เราต้องยอมเจ็บค่ะ เอาแนวคิดเก่าที่ใช้ไม่ได้ทิ้งไป ฝึกฝนที่จะใช้แนวคิดใหม่ และต้องใช้ให้เชี่ยวชาญนะคะ เริ่มต้นนับหนึ่งที่เชียงราย แล้วเราจะนับสองที่ไหนดีล่ะคะ

สังคายนากฎหมายที่เชียงราย
จาก พ.ต.ต.สุภาพรรณ ขวัญทอง 
ส่งเมื่อ:10 พฤษภาคม 2551 11:40:53
ถึง: Bongkot Napaumporn; Dr.Phunthip S.; kitiwaraya ratanamanee; sarinya kitprayoon; chonina; Chutimass S.; littleglass; lost in 'u-sa-ka-ne'

ดีใจที่ได้ร่วมสังคายนากฎหมายที่เชียงราย
นับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมในลักษณะนี้
ในความคิดเห็นว่า พอใช้
 
อยากแนะนำ กระบวนการ Morning Conferenceของทีมแพทย์
 
องค์ประกอบ
 
๑.นักศึกษาแพทย์(นศพ.ปี ๕ หรือ ๖)
๒.แพทย์จบใหม่(เพิ่งบรรจุ)
๓.แพทย์ประจำบ้าน(จบแพทย์แล้วมา turn    เฉพาะทาง เช่น Medicine  Surgery )
๔.Young Staff
๕.แพทย์เฉพาะทาง
 
ขั้นตอนการประชุม
 
๑.นักศึกษาแพทย์หรือแพทย์ประจำบ้านที่อยู่เวร
เมื่อคืนมีหน้าที่นำ case มาเสนอพร้อมแนวทางการรักษา
ถ้ามีทั้งนักศึกษาแพทย์และแพทย์ประจำบ้าน
นักศึกษาแพทย์จะเป็นคนนำเสนอ
แพทย์ประจำบ้านจะช่วยเสริม
๒.Young Staff จะตอบคำถามหรือแก้ไข
๓.แพทย์เฉพาะทางจะแก้ไขให้ถูกต้อง
 
นี้เป็นกระบวนการทำงานที่ดีมาก เป็นระบบพี่สอนน้อง
วงการแพทย์จึงเจริญทางด้านวิชาการมาก คล้ายๆ
กับระบบเนติบัณฑิตอังกฤษ ที่ค่อยๆสร้างคน
 
เมื่อเปรียบเทียบกับวันนั้นที่สังคยนา
เราก็มีบุคลากรหลายระดับคล้ายกัน
ถ้านำระบบของแพทย์มาใช้
คิดว่าน่าจะดีมาก
 
เปรียบเทียบระบบแพทย์กับระบบสังคายนาที่เชียงราย
 
๑.ชาวบ้านหรือคนที่เล่าข้อเท็จจริงก็ เทียบได้กับ 'นักศึกษาแพทย์'
๒.กระจกเงา เทียบได้กับ แพทย์ประจำบ้าน
๓.ด๋าว กานต์ เอ๋ ต้อง ตี๋ เทียบได้กับ Young Staff
๔. อาจารย์แหวว เทียบได้กับ แพทย์เฉพาะทาง
 
อีกอย่าง
ถ้าเป็นไปได้น่าจะมีการประเมินผลการประชุมทุกครั้งหลังการประชุม
โดยการสร้างแบบการประเมิน
และน่าจะมีการทดสอบความรู้ของชาวบ้านและ NGO เจ้าหน้าที่กระจกเงา
เป็นระยะๆ
 
สุภาพรรณ