มาอ่าน มาเที่ยว มารับทราบความก้าวหน้า ความสำเร็จร่วมกัน
ก่อนวันเวลาจะพาให้บันทึก ในบล็อก"เชื่อมใจ สายใยบุญ ตอบแทนคุณ สองแผ่นดิน" ให้ค่อยถูกกลืนหาย พร้อมกับการลืมอ่าน ของบางท่านไป...
ช่วงนี้ผู้เขียนคือ "ตันติราพันธ์" และ"คุณพลเดช วรฉัตร" เป็นผู้บริหารบล็อกบุญนี้ร่วมกัน ด้วยคิดว่า จะให้เป็นสื่อกลาง ของโครงการอาสาสมัครวัดไทยกุสินาราคลินิก อันเป็นเรื่องราวของการเริ่มต้น ของการมีโครงการนี้ ตลอดจนได้ดำเนินการ หลายขั้นตอน จนที่สุด โครงการนี้ ก็จบสิ้นลง บรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ
และผู้เขียน ในฐานะเป็นอาสาสมัครคนแรก ที่สมัครไปช่วยครั้งนี้ จึงได้นำเรื่องราว บันทึกดีๆ มานำเสนอกัน แต่เท่าที่สังเกตว่า ยอดผู้สนใจ ค่อนข้างน้อย ผิดกับการที่ผู้เขียน"ตันติราพันธ์" เขียนใน "เล่าสู่กันฟัง" จะมียอดผู้อ่านค่อนข้างสูง และบล็อก "เรียน ดู รู้ เล่น ผจญภัยในโลกกว้างกับนักการทูต" ของคุณพลเดชเอง ก็มีผู้ให้ความสนใจมากเช่นกัน
ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะเป็นบล็อกที่ผู้เขียน ใช้นามว่า"เพื่อวัดไทย กุสินารา ซึ่งหลายท่าน ก็อาจไม่ทราบว่าเป็นใคร ที่จริงถ้าบอกชื่อบล็อกเกอร์ ทั้งสองคน คิดว่าท่านพี่น้อง ในGotoknow คงรู้จักคุ้นเคยกันดี ก็ยังเหมือนเดิมค่ะ มาอ่าน มาเที่ยว มารับทราบความก้าวหน้า ความสำเร็จร่วมกัน
เนื่องจากผู้เขียน ได้บันทึกเรื่องราว ที่แตกต่างจาก "เล่าสู่กันฟัง" และอยากให้ทุกท่านได้เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน ก็จะทำให้อ่านสามบล็อก ควบคู่กันไป อย่างสนุกและได้สาระเพิ่มเติม สมบูรณ์ขึ้นค่ะ
จึงขอประชาสัมพันธ์บล็อกนี้ ให้ได้มาเยี่ยมเยียนกัน มาแลกเปลี่ยน กันให้กว้างขวางขึ้น และร่วมอนุโมทนากับทุกบุญ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดมา
รับรองค่ะว่า สองบล็อกเกอร์ มีเรื่องราวดีๆ ที่จะนำเสนอต่อท่านมากมาย และที่สำคัญ จะได้ต่อสายสัมพันธ์ ของสองแผ่นดิน อินเดีย-ไทย กับโครงการดีๆต่อไปอีกค่ะ
พลเดช วรฉัตร
เจ้าของบล็อก เรียน ดู รู้ เล่น ผจญภัยในโลกกว้าง กับนักการทูต


โยคีน้อย
ไปช่วยงานที่กุสินาราไม่นาน กลับมาเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ดี
โครงการนี้ถือว่าสำเร็จด้วยดีครับ
สำหรับผม อยากให้อาสาสมัครคนแรกนำสิ่งที่ดีๆ มาเล่าเช่นที่เล่าใน "เล่าสู่กันฟัง"
แต่การจะบริหารบล๊อคที่มากกว่า 1 บล๊อค อาจจะหนักไป...เหมือนกัน
ดังนั้น หากจะต้องเลือนหายไป ก็ไม่ว่ากันครับ
ขอให้มีการปิดตัวกันหน่อย เป็นบันทึกสุดท้าย
ที่รวมรายงานของอาสาสมัครคนแรกในทุกด้าน
เพื่อสรุปโครงการและเป็นบันทึกไว้สำหรับอ้างอิงในอนาคต
ณ ตรงนี้ ก็ขอขอบคุณผู้ร่วมบุญทุกท่าน
ที่มีส่วนช่วยทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นมา
ใครที่มีโอกาสได้ร่วมบุญและในอนาคตหากได้ไปแสวงบุญที่อินเดีย ก็จะได้รำลึกถึงบุญกุศลตรงนี้ ที่เมื่อนึกครั้งใด ก็ขอให้ปีติทุกครั้งไป
ว่าครั้งหนึ่ง เรา ได้ร่วมกันสร้างบุญกุศลที่เชื่อมใจ สายใยบุญ ตอบแทนคุณ สองแผ่นดิน
นั่นคือไทย-อินเดียซึ่งเป็นเสมือนครอบครัวเดียวกัน มีบิดาคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์เดียวกัน
ดินแดนชมพูทวีปและสุวรรณภูมิก็ติดกันหรือเป็นผืนเดียวกัน
ประวัติศาสตร์นั้นไม่เปลี่ยนแปลงแต่กาลเวลา ทำให้เรากลายเป็นประเทศ แต่ก็ไม่ได้ห่างไกลกัน
การเชื่อมใจนั้น โครงการนี้ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ไทย-อินเดียสามารถเชื่อมใจกันได้
ไม่ควรมีคติเดิมๆ ที่ว่า "เจองู เจอแขก ให้ตีแขกก่อน"
ผมอยากจะให้เปลี่ยนใหม่เป็น "เจองู เจอแขก ให้เชื่อมใจและเรียนรู้จากแขกให้มากที่สุด"
ผมขอยืนยันว่า เราจะได้ประโยชน์และอินเดียก็ได้ประโยชน์ หากทั้งสองประเทศจะเชื่อมใจกันในทุกๆ ด้าน ซึ่งทำได้ เช่นเดียวกับอาสาสมัครคนแรกที่ได้ทำไปแล้ว
งานเลี้ยงใดๆ ก็ย่อมมีวันเลิกลา
งานบุญก็เช่นกัน
เมื่อถึงวัน.....ก็เมื่อนั้นละครับ
อนิจจัง......ดังภาพที่ 20 ที่ผมนำเสนอไปแล้ว
เมื่อองค์ประกอบที่จำเป็นและเหมาะสมมารวมกันครบเมื่อใด ก็จะจัดสรรให้เกิดขึ้นเอง
เรามีหน้าที่ทำตัวของเรา ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของโลกและของจักรวาลให้พร้อม....ก็แค่นั้นเองครับ
สุดท้าย นอกจากกลอนธรรมะที่ว่า ...อันความตายหมายไม่ได้ว่าเมื่อไหร่....แล้ว
ขอนำมาย้ำอีกกันหนึ่งบท
กรรมมีจริง
.........
ทำทำไม ความชั่ว ไม่กลัวหรือ
สุดทางคือ ทุกข์ระทม ขมขื่นขวัญ
ทำคนอื่น(แล้ว) รื่นหัวเราะ เพาะบาปกัน
ผลคือ ฉัน นั่นรับรอง ต้องผลกรรม
ฆ่าคนอื่น คือฆ่าตน คนเขลาไหม
ผิดศีลใด ได้คืนตน ไม่พ้นหนาม
ทำอย่างไร ได้อย่างนั้น คือนิยาม
ไม่อยากทราม ก็ห้ามทำ ความชั่วเอย
.....................
13 มิย. 40 ผลบุญ
ด้วยความปรารถนาดี
ในนามของ"ตันติราพันธ์" ก็ขอเวลาในการดำเนินการ ให้บันทึกจบสมบูร์งด้วยดี ตามที่ตั้งความปรารถนา ให้เป็นบล็อกประวัติศาสตร์ หน้าหนึ่งของ Gotoknow ของจดหมายเหตุในอนาคต และของประวัติศาสตร์ชีวิตของคนหลายๆคน อาจรวมถึงประวัติศาสตร์ ของ อินเดียไทย ทั้งสองประเทศนี้ต่อไป
ถึงแม้จะมีผู้เยี่ยมชมน้อย ก็ไม่เป็นไรค่ะ จะขอบันทึกส่วนสำคัญ เอาไว้ จนกว่า จะเรียบร้อย และส่งบล็อกนี้ ให้เป็นที่เก็บรักษาคุณงามความดี ที่เราทั้งหลายมามีส่วนร่วมสร้าง เกี่ยวข้องกัน ในภพชาตินี้ ให้บุญบุญส่วนกลาง ที่อีกร้อยปี ใครได้มาเปิดอ่าน เกิดความปลื้มปิติใจ ก็ขอให้ได้รับบุญกุศลต่อเนื่อง ตามกฏแห่งการดึงดูด ที่พระพุทธองค์ ทรงค้นพบมานานแล้ว พลังใด ก็จะดึงดูดพลังเช่นเดียวกัน ให้มีผลกรพทบต่อๆไป
ไม่มีความบังเอิญในโลก ท่านที่เข้ามาอ่าน ล้วนมีเหตุปปัจจัย ในการส่งท่านให้เข้ามาทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของดิฉัน คงต้องขอเรียนเชิญคุณพลเดข วรฉัตร อย่างเพิ่งอนุมัติการปิดบล็อกนี้ ช่วยอยู่เป็นกำลังใจ และพลังความคิดต่ออีกสักหน่อย ไม่นานค่ะ แล้วเราค่อยเดินจากบล็อกนี้ออกไปพร้อมๆกัน ด้วยความปิติหนอ เหมือนทุกบุญที่เคยทำและลุล่วงจบลงค่ะ
สวัสดีค่ะคุณLin Hui
กราบขอบพระคุณมากๆเลยค่ะ ที่เป็นกำลังใจ และสนับสนุนส่งเสริม การสร้างสรรสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในโลกนี้ค่ะ
เรื่องที่อยากบันทึกยังมีอีกหลายตอน สุดท้าย ก่อนปิดบล็อกอาจจะนำเรื่องราวที่เขียนทั้งหมด มารวบรวมในบล็อกนี้ เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ต่อไปค่ะ
ขณะนี้ต้องเขียนสองบันทึก เพราะต้องการเผยแพร่ ให้รับทราบเรื่องราวโดยทั่วกันไปก่อนค่ะ
ที่สุดก็ต้องขอบพระคุณ ที่กรุณา ฝากความคิดเห็นไว้ ทำให้ผู้ดูแลบล็อกได้รับทราบ ผู้ที่สนใจค่ะ
สวัสดีค่ะ
- ตามมาร่วมอนุโมทนาบุญ สาธุ
น่านับถือค่ะ
อันความดีเขาว่าทำยาก
แต่สิ่งหนึ่งที่คือ เราได้รู้.. ถึงแม้จะมีผู้รู้น้อยก็ตามค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเพชรน้อย
ขอบพระคุณมากๆค่ะ ที่ได้แวะมาเยี่ยมเยียน คงมีอีกไม่กี่บันทึกค่ะ ก็คงปิดบล็อกลง ตามภารกิจที่สำเร็จลุล่วงแล้ว
เหลือแต่บุยกุศล ที่ร่วมกันก่อไว้ ให้เป็นสมบัติของโลก ให้มีผลต่อโลก ที่จะได้เป็นประโยชน์ ต่อไปค่ะ