ช่วง 5 -6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทางกลุ่มบริหารวิชาการของโรงเรียนได้จัดอบรม "การจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนากระบวนการคิด" โดยมีวิทยากร 2 ท่านคือ รศ.ดร.ทวีศักดิ์ จินดานุรักษ์ และรศ.ดร.นวลจิตต์ เชาวกีรติพงศ์ จากม.สุโขทัยธรรมาธิราช....สาเหตุที่จัดการอบรมครั้งนี้...ก็เนื่องจากปัญหาด้านการคิดของเด็กเป็นปัญหาระดับชาติ..ซึ่งได้มีการแก้ไขมาเป็นระยะ...แต่ในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้คงต้องทำอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่องในทุกระดับชั้น โรงเรียนเราจึงได้จัดการอบรมครั้งนี้เป็นอบรมเชิงปฏิบัติการ(ให้ครูได้มองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นจากทฤษฎี)...ฟังจากชื่อไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะค่ะ....แต่เมื่ออบรมเสร็จตนเองเชื่อมั่นค่ะว่า...หลายๆ คนบอกว่า เราทำได้..(จากการอ่านแบบประเมินหลังเสร็จการอบรม และจากการพูดคุยกับเพื่อนครู)
ในวันแรก...ท่านวิทยากรทั้งสองท่าน ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานและปัจจัยที่เกี่ยวกับการคิด....ทำให้ครูเข้าใจคำว่า ทักษะการคิด และลักษณะการคิด ในช่วงบรรยายมีกิจกรรมหลายๆ อย่างที่ให้ครูได้ลองปฏิบัติ...และมีการนำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้....ตนเองจะชอบกิจกรรมที่มีผ้าขาวม้าเป็นสื่อ....เป็นกิจกรรมที่มีลักษณะต่อเนื่องเป็นกระบวนการในเรื่องลักษณะการคิด เช่น คิดคล่อง...(บอกประโยชน์ของผ้าขาวม้าให้ได้มากที่สุด) คิดหลายหลาย (แบ่งประโยชน์ผ้าขาวม้าเป็นหมวดหมู่) คิดละเอียด (การบอกรายละเอียดของผ้าขาวม้าโดยใช้การสังเกต การสำรวจ การระบุ การเชื่อมโยง การวิเคราะห์ การจัดระบบความคิด) คิดชัดเจน (ให้นิยามของผ้าขาวม้าได้) คิดอย่างมีเหตุผล (ทำไมถึงให้นิยามผ้าขาวม้าในลักษณะนั้น) คิดถูกทาง คิดกว้าง คิดลึกซึ้งและคิดไกล
ในวันที่สอง...ท่านวิทยากรทั้งสองได้พูดถึงการคิดสร้างสรรค์....มีการใช้สื่อประกอบที่หลากหลายเช่น ภาพ สื่อโฆษณา ละคร ภาพยนตร์....ทำให้ครูมองเห็นแหล่งที่จะใช้สื่อในการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการคิด...(ครูคิดได้มากขึ้นว่าจะสอนให้นักเรียนเกิดทักษะการคิดได้อย่างไร) สุดท้ายที่สำคัญคือ การออกแบบกิจกรรมพัฒนาการคิด...ซึ่งได้จัดทำในรูปแบบแผนการจัดการเรียนรู้...เมื่อได้ลองฝึกทำ...ก็ทราบว่า ไม่เกินความสามารถทำได้...ถ้าเราตั้งใจ สละเวลา....หลังจากอบรมเสร็จตนเองก็ตั้งใจเลยค่ะว่า ก่อนมิถุนายนนี้จะปรับแผนการเรียนรู้โดยเน้นทักษะกระบวนการคิด...ซึ่งโดยธรรมชาติของวิชาวิทยาศาสตร์ก็จะมีทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ ซึ่งส่งเสริมด้านทักษะการคิดอยู่แล้ว...เพียงแต่จะปรับให้กระตุ้นนักเรียนได้มากกว่าที่เคยทำๆ มา....แล้วจะนำผลมาบอกเล่าในที่นี่ค่ะ
ปล....ครูท่านใดที่สอนโดยพัฒนาหรือส่งเสริมทักษะการคิด....ตนเองอยากให้อาจารย์นำข้อมูล หรือประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกันนะค่ะ.....จะได้มีมุมมองที่กว้างและหลากหลายออกไป..ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
สวัสดีค่ะน้อง
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ ขออนุญาต ลปรร ด้วยครับ
ตามความคิดเห็นของผมนะครับ ผมว่ากระบวนการคิด มันจะยากตรงที่การยอมรับคำตอบของเด็กครับ
การคิด มันเป็นแค่ "กระบวนการ" ไม่ใช่ "คำตอบสุดท้าย" ดังนั้น การยอมรับคำตอบของเด็กทุกคำตอบ จึงน่าจะเป็นจุดเริ่มแรกของกระบวนการคิด
เด็กที่ตอบอย่างไร เขาย่อมมีกระบวนการคิดของเขา เขารู้มาแคบๆ เขามีประสบการณ์แคบๆ เขาก็ตอบตามกระบวนการที่แคบๆของเขา ต่อไป เราก็ค่อยๆ พัฒนากระบวนการคิดของเขา
คิดแบบทื่อๆ แคบๆ ก็ยังดีกว่าไม่คิด หรือ คิดให้ตรงกับครู นะครับ
ดังนั้นการวัดผลกระบวนการคิด จึงไม่ควรใช้ข้อสอบแบบปรนัย แต่ควรจะเป็นข้อสอบแบบอัตนัย และเป็นคำตอบในลักษณะที่หลากหลาย คะแนนจะได้จากการให้เหตุผล ว่าสอดรับกับคำตอบของเขาใหม แม้จะเป็นเหตุผลของเด็กๆ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ...คุณครูอ้อย แซ่เฮ ที่มาให้ข้อมูล นกจะหวังว่าจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนร่วมอาชีพหลากหลายกลุ่มสาระ..ค่ะ....
ขอบคุณค่ะ ท่าน small man เห็นด้วยค่ะ...ว่าการประเมินผลการคิดถ้าใช้ข้อสอบปรนัยก็คงวัดไม่ได้....เราเน้นให้เขารู้จักใช้กระบวนการ ส่วนคำตอบจะถูกต้องครอบคลุมแค่ไหนก็ขึ้นกับหลายๆ ปัจจัยนะค่ะ....แต่ก็ใช่ว่าต้องคิดตรงกับครูจึงจะถูกต้อง การคิดเป็นนามธรรม....การวัดประเมินผลย่อมยากค่ะ...ต้องใช้ตัวบ่งชี้หลายๆ ตัวร่วมกันค่ะ
สวัสดีครับ ขออนุญาตเพิ่มเติมอีกนิดครับ
เมื่อคืนฟัง ดร.เอกวิทย์ ณ ถลาง พูดถึงเรื่องการศึกษา เป็นเทปเมื่อ ปี 2537 ท่านพูดเอาไว้ว่า
"การศึกษาที่ดี เป็นการศึกษาที่ทำให้ผู้เรียนเป็นตัวของตัวเอง"
ข้อความดังกล่าว ผมว่านำมาใช้กับการคิดวิเคราะห์ได้ครับ เพราะการคิดวิเคราะห์ก็เช่นกัน ทำอย่างไรเราถึงจะให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์บนพื้นฐานความเป็นตัวของตัวเอง
โดยคุณครู ไม่ไปตีกรอบ หรือ ไปตัดสินความคิดของเขา
ขอบคุณครับ
ท่าน small man ค่ะ..ต้องขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม...จากประโยคที่ท่านเอกวิทย์ ณ ถลาง กล่าว "การศึกษาที่ดี เป็นการศึกษาที่ทำให้ผู้เรียนเป็นตัวของตัวเอง"...ทำให้ตนเองคิดถึงหนังสือเรื่อง "การบริหารการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ" ของดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ..ซึ่งกล่าวถึงการเรียนการสอนที่ใช้หลักการให้ความสำคัญกับผู้เรียน...ว่าครูก็เป็น "ดาวยั่ว" เพื่อทำให้ผู้เรียนกิด
ที่คุยนี้เป็นทฤษฎีแล้ววันหลังจะมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในฐานะครูผู้สอนแล้ว...ทำไมครูถึงทำได้ไม่เต็มที่ มีอะไรเป็นอุปสรรค
สวัสดีค่ะอาจารย์
- ตามมาเรียนรู้ด้วยคนค่ะ
- การไม่ตัดสินความคิด แต่ต้องมองว่ามีมุมใดที่เรากับเขาไม่มี เพื่อจูนความคิดให้เข้ากัน และต่อยอด
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ..คุณเพชรน้อย
สวัสดีครับ คุณครู noktalay
ขออนุญาต ลปรร เพิ่มเติมครับ ประเด็นการคิดวิเคราะห์ ผมว่าเป็นเรื่องที่มีข้อจำกัดมากอยู่เหมือนกันครับ ผมขออนุญาตนำเสนอจากมุมมองส่วนตัวนะครับ
1. บางเนื้อหา บางวิชา เราก็ยังคงต้องสอนแบบครูเป็นศูนย์กลางอยู่ครับ
2. หลักสูตรมีเนื้อหามากครับ ถ้าเรามัวแต่ให้เด็กคิดวิเคราะห์อยู่ จะเสียเวลา และ สอนไม่ทันเนื้อหาครับ ที่มีบางคนพูดว่า "ไม่ต้องเน้นเนื่อหา แต่ให้เน้นกระบวนการ โดยบอกว่าเราสอนให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็น สอนให้เด็กมีกระบวนการในการแสวงหาความรู้ แล้วไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ทันเนื้อหา ประเดี๋ยวเด็กก็ใช้กระบวนการไปแสวงหาความรู้เอง" คำกล่าวดังกล่าว ผมว่าไม่ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์หรอกครับ ผมว่าตามความเป็นจริงแล้วครูจะต้องสอนให้ครบทุกเนื้อหาตามหลักสูตรครับ ปล่อยให้เด็กศึกษาเอง ค้นคว้าเอง เด็กก็คือเด็กครับ ไว้ใจไม่ได้
3. ผมว่าหลักการคิดวิเคราะห์ คงจะต้องนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับเนื้อหาและหลักสูตรนะครับ คือ อย่างน้อย ให้เด็กเขาได้คิด ได้มีส่วนร่วมบ้าง ตามความเหมาะสม
4. ทั้งนี้ คุณครูผู้สอนจะทราบดีครับ ว่าให้เด็กเขาคิดวิเคราะห์และมีส่วนร่วมได้แค่ใหน จึงจะพอเหมาะพอดี
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ...แวะเข้ามาเยี่ยมบล็อก ทักษะการคิด ของคุณครูนก มีบันทึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสอนคิด ดีใจที่คุณครูสนใจเรื่องทักษะการคิดซึ่งผมเองก็พยายามศึกษาอยู่และได้เขียนบันทึกไว้หลายบันทึกแล้วครับ...หากมีเวลาก็ขอเชิญไปแลกเปลี่ยนกันนะครับ
สวัสดีค่ะ...คุณศิลป์ชัย เทศนา ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้ค่ะ....