ผมได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่โรงเรียน ดี เด่น ดัง แห่งหนึ่ง เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาของรัฐบาลในต่างจังหวัด เป็นโรงเรียนที่ผู้ปกครองนิยมส่งลูกหลานเข้ามาเรียนกันมาก เนื่องจากมีชื่อเสียงในการส่งนักเรียนเข้าประกวดแข่งขันทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ นอกจากนั้นนักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สามารถสอบเข้าเรียนต่อในชั้น มอ 1 โรงเรียนประจำจังหวัดได้ยกชั้น ได้รับงบสนับสนุนจากภาคเอกชนจำนวนมาก จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้บริหารและคณะครูพบว่าความสำเร็จดังกล่าวมาจากปัจจัย หลัก 3 ปัจจัย หรือ เรียกว่า ปัจจัย 3 ธรรม ดังนี้ ครับ
1. วัฒนธรรมขององค์กร โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่มีวัฒนธรรมเรื่องการเรียนการสอนมาเนิ่นนาน วัฒนธรรมดังกล่าว เกิดจากคณะครูและผู้บริหารในโรงเรียนได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา
2. คุณธรรมของผู้บริหารโรงเรียน การคัดเลือกผู้บริหารที่โรงเรียนนี้ จะคัดเลือกจากผู้บริหารที่มีคุณธรรมสูง โดยศึกษาจากประวัติส่วนตัวและประวัติการรับราชการที่ผ่านมา จะไม่เอา “ใครก็ได้” มาเป็นผู้บริหารโรงเรียนนี้
3. จริยธรรมของครูผู้สอน ครูทุกคนในโรงเรียนจะทุ่มเทให้กับการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ ใครไม่ทุ่มเทก็จะรู้สึก “แปลกแยก” ไปเอง ท่านรองฯ ที่รับผิดชอบงานวิชากาสร บอกว่า ที่โรงเรียนนี้ จะนิเทศโดยไม่ต้องนิเทศ คือ คุณครูทุกท่านจะรู้ตัวเอง ว่าหย่อนตรงใหน ควรจะพัฒนาอย่างไร
เรื่องที่ประทับใจอีกเรื่องของโรงเรียนนี้ คือ คณะครูจะไม่แบ่งพรรค แบ่งพวก เนื่องจากเป็นคณะครูที่มีวุฒิภาวะสูง และ ไม่มีเวลาว่างที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์คนนั้นคนนี้
ที่นี้ ลองกลับมามองมุมตรงข้ามกันบ้างครับ โรงเรียนที่ 3 ธรรม อ่อนแอ ก็จะมีลักษณะ ดังนี้ ครับ
1. วัฒนธรรมขององค์กรอ่อนแอ โรงเรียนที่มีวัฒนธรรมของความไม่เสมอภาค ความไม่เป็นธรรม อันเกิดจาก “อคติ” ของผู้บริหาร โรงเรียนนี้ก็จะเป็นโรงเรียนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของการแก่งแย่งชิงดี เป็นโรงเรียน “ปราบเซียน” นั่นคือ ทั้ง ผู้บริหาร หรือ คุณครูท่านใดที่ย้ายเข้าไป ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก
2. คุณธรรมของผู้บริหารโรงเรียนอ่อนแอ ผู้บริหารที่คุณธรรมอ่อนแอ เข้าไปอยู่โรงเรียนใหนก็พังทั้งระบบครับ ที่น่าเป็นห่วงและน่าเสียดายมากที่สุด คือ โรงเรียนดีๆ ที่เขามีวัฒนธรรรมอันดีงามเรื่องการเรียนการสอน พอย้ายผู้บริหารที่คุณธรรมอ่อนแอเข้าไปอยู่ จะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงเร็วมากครับ แค่ปีแรก ความเปลี่ยนแปลงในทางลบก็เริ่มเห็น ปีต่อๆมาก็ไม่ต้องพูดถึงครับ สาละวันเตี้ยลง
3. จริยธรรมของครูผู้สอนอ่อนแอ ข้อ 1 กับ ข้อ 2 มันโยงมาถึงข้อ 3 ครับ ธรรมดาของคนก็เหมือนน้ำครับ คือ พร้อมที่จะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ดังนั้น ถ้าครูในสภาพปกติ มีสิ่งแวดล้อมของการแก่งแย่งชิงดี ก็พร้อมที่จะเข้าไปแก่งแย่งชิงดีกับเขาด้วย และในสภาพดังกล่าว “ครูดีๆมีอุดมการณ์” เขาจะไม่เข้าไปคลุกด้วยครับ ยังคงทุ่มเทให้กับการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ เพียงแต่ว่ามีความรู้สึก “ท้อ ถอย เบื่อหน่าย และ ปลง” บ้าง ในบางครั้ง คุณครูประเภทนี้มักจะเป็นครูดีที่ถูกลืมครับ
ทั้งหมดนี่ก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ เป็นเพียงมุมมองหนึ่งในวงแคบๆเท่านั้นเอง ถ้าไม่ถูกต้อง หรือ ไม่ถูกใจ ก็ต้องขออภัยด้วยครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีเจ้าค่ะ คุณครู
น้องจิเห็นด้วยเจ้าค่ะ ที่โรงเรียนจะดีได้เป็นเพราะครู และ ผู้บริหารเจ้าค่ะ ดังนั้น บุคลากรคือส่วนสำคัญที่จะพัฒนาองค์กรของตัวเองให้รุ่งเรืองต่อไป รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ----> น้องจิ ^_^
สวัสดีค่ะอาจารย์
สิ่งที่จำคัญที่สุดก่อนการพัฒนา คนเป็นครู ต้องไม่มีครูประเภท น้ำเต็มถ้วย ป่วยไม่รักษา
ขอขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยมชม
น้องจิพูดถูกแล้วครับ โรงเรียนจะได้เพราะครูและผู้บริหาร
ขอให้น้องจิประสบผลสำเร็จในทุกๆเรื่องตามที่ปรารถนาครับ
ครับ เป็นปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาการศึกษา
ขอบคุณครับ
คุณครูประเภท เอ็ม 100 (รู้แล้ว รู้แล้ว) ก็ยังมีอีกมากครับ
ขอบคุณครับ
ครูดีๆ หลายคน อยู่ด้วยใจครับ ต้องอด และ ทน
บางคนทนระบบไหว ก็จำใจต้องเปลี่ยนเส้นทางอย่างน่าเสียดาย
ขอบคุณครับ