ชีวิตในโลกทางวิชาการเรานั้นต่างต้องพบพาลกับคำว่า “อาจ” จนเป็นปกติและธรรมดา แต่ชีวิตในโลกของพุทธศาสนานี้ไม่มีคำว่า “อาจ”

ทุกอย่างที่เกิด และไม่เกิดมีเหตุปัจจัยน้อมนำมาซึ่งสิ่งที่เกิดและไม่เกิดขึ้นนั้น
ทางวิชาเขาว่ากันว่า ทำอย่างโน้นแล้ว “อาจ” จะเป็นอย่างโน้น กินอย่างนั้นแล้ว “อาจ” จะเป็นอย่างนี้
ทางพุทธศาสนาท่านว่าไว้ว่า มนุษย์ทั้งหลายมีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราจักทำกรรมใดไว้ ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เราจักต้องได้รับผลของกรรมนั้น ๆ สืบไป

สิ่งที่เกิดขึ้นและไม่เกิดขึ้นตามหลักการของชีวิตในพระพุทธศาสนานั้นล้วนแล้วก็เกิดแต่เหตุ
เหตุเหล่านั้นมีปัจจัยมาจากการกรรม “กรรมคือการกระทำ”

ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว
ทำดีได้รับความดี ความสุข หนีไม่พ้น
ทำชั่วย่อมได้รับความชั่ว ความทุกข์ หนีไม่พ้นเช่นเดียวกัน

แต่กรรมใดจะให้ผลก่อนหลังกันนั้น ก็แล้วแต่ว่ากรรมตัวใดในวันนี้ให้ผลอยู่
บางคนวันนี้ทำกรรมชั่วใด ๆ ก็รู้สึกว่าไม่เห็นเป็นอะไร เพราะวันนี้กรรมดีให้ผลอยู่ วันใดถึงวันที่กรรมชั่วให้ผลวันนั้นก็คงต้องเรียกว่าวันที่ต้องหลั่งน้ำตาเพราะเห็น “โลงศพ”
บางคนวันนี้ประกอบคุณงามความดี ทำดีแล้ว ทำดีเล่า เจอแต่ก็ทุกข์ เจอแต่ความล้มเหลว นั่นก็ด้วยเพราะกรรมที่ตนเคยทำไว้นั้นยังให้ผลอยู่


กรรมนั้นมิได้มีเพียงแค่ในชาตินี้ เพราะเรานั้นมีกรรมเป็นแดนเกิด จะเกิดที่ได้ก็มีกรรมเป็นเหตุปัจจัยหนุนเนื่องด้วยมา
ดังนั้นในวันนี้ เราจึงมีกรรมของอัตภาพเมื่อชาติก่อนเป็นที่พึ่งอาศัย เราจึงชดใช้ผลแห่งกรรมนั้น
บางคนถึงกับเสื่อมศรัทธาในการทำความดี “ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป” พุทธศาสนิกชนที่แท้จะล่วงพ้นแห่งความคิดนี้ไปได้ เนื่องด้วยเพราะทราบว่า กรรมชั่วที่ให้ผลในวันนี้เพราะฉันเคยทำมา ฉันเคยทำไว้ ฉันก็ต้องรับ
ในขณะที่ฉันรับกรรมจากความชั่วที่ฉันเคยกระทำ ฉันก็ไม่ทิ้งโอกาสที่จะสร้างความดี “กรรมดี” เพื่อที่จะตัดทอน ลบล้างกรรมชั่วที่ให้ผลอยู่ดีเบาบาง ตัดคืน ตัดวัน ตัดภพ ตัดชาติ กรรมชั่วนี้ให้หมดไปในเร็วที่สุด
พร้อมทั้งมีศรัทธาที่จะเดินสู่วันที่กรรมดีนั้นให้ผล
วันที่กรรมดีให้ผลนั้นมีจริง ไม่มีคำว่า “อาจ” แต่จะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับว่า วันนี้เราตั้งมั่นทำกรรมดีมากน้อยขนาดไหน


ทำความดีน้อย วันชั่วก็อยู่นาน วันดีก็นานถึง
ทำความดีมาก วันชั่วอยู่น้อย วันดีมีมาถึง

คนที่ได้ดี ในชีวิตวันนี้ไม่มีคำว่า “ฟลุ๊ค” เขาผู้นั้นได้สั่งสมบุญบารมี ความดี เป็นเสบียงสัมภาระธรรมไว้ตั้งแต่กาลก่อน
ในทางกลับกัน ไม่มีคำว่า “อาจ” จะได้ดีสำหรับคนที่ทำความชั่ว เบียดเบียนซึ่งชีวิต โกงกิน ทุจริต ประพฤติผิดในกาม พูดมุสา กล่าวคำเพ้อเจ้อ และตกเป็นทาสของสุราและการพนัน คนเหล่านี้ที่ว่าถึงก็ไม่มีคำว่า “อาจ” ได้ดีเช่นเดียวกัน
คนเหล่านี้ “ต้อง” ได้รับผลชั่วจากกรรมที่ทำนั้นอย่างแน่นอนไม่มีคำว่า “อาจ”

คนที่ทำบุญให้ทาน ซึ่งประกอบด้วย บุญกิริยาวัตถุ 10 (Base of meritorious action) ซึ่งมี “ทานมัย” อย่างเดียวเท่านั้นที่ต้องใช้เงิน ใช้ทรัพย์
บุญอีก 9 ประการนั้นขอเพียงมีแรงใจ แรงกาย แรงศรัทธา กอบด้วยคุณงามความดี คนเหล่านี้ก็ไม่มีคำว่า “อาจ” ที่จะได้รับผลชั่ว
เพราะเขาได้สร้างทุนความดีไว้
ทุนดี ๆ ย่อมนำสิ่งดีมาสู่ชีวิต
ทุนชั่ว ๆ ย่อมนำความชั่วมาสู่ชีวิตเช่นเดียวกันไม่มีคำว่า “อาจ”

วันนี้ขอให้เราตั้งมั่นในการทำกรรมดี มีใจมั่น มีความมั่นคงด้วยศรัทธา ทำดี ย่อมได้ดี ไม่มีคำว่า “อาจ”