ประทับใจในความตั้งใจของคุณพ่อคุณแม่ของเด็กท่านนี้...ที่มีความอดทนและพยายามเรียนรู้แนวทางการช่วยเหลือลูกอย่างเต็มความสามารถและความรัก

หลังจากเล่าเรื่องติดต่อกับกรณีศึกษาในบันทึกครั้งแรก

คุณพ่อของเด็กท่านนี้ก็ติดต่อและได้มารับการประเมินและจัดโปรแกรมการรักษาทางกิจกรรมบำบัด นาน 2 ชั่วโมง

ประเด็นที่ทำการประเมินและสรุปผลการให้คำปรึกษา ดังนี้

  • เด็กยังคงมีความวิตกกังวลและกลัวในระดับ "ไม่ยอมรับอาหาร (Psychogenic Food Refusal) ประเภทข้าวหรือกับข้าว"
  • อาการนี้เกิดขึ้นหลังจากเคี้ยวก้ามปูและติดลงในลำคอ บริเวณส่วนต้นของระบบการกลืนอาหาร ตั้งแต่เมษายนที่ผ่านมา
  • ระบบการกลืนและอวัยวะที่เกี่ยวข้องทำงานปกติ และเด็กสามารถทานเค้กและน้ำเปล่าได้ดี  
  • หากบังคับ เด็กร้องไห้แต่ฝืนกินและกลืนอาหารได้ 2 ใน 5 ช้อน มีอาการตั้งใจสำรอกอาหารและติดการบ้วนหรืออมน้ำลายบนกระดาษทิชชูหรือถุงพลาสติก
  • เด็กรู้สึกเลือกอาหาร (Food Selectivity) พยายามเลือกแต่เนื้ออาหารประเภทกลืนและละลายง่าย เช่น ไอศครีม
  • เด็กมีความรู้และความเข้าใจผิวสัมผัสของอาหารดี แต่ยังไม่สามารถปรับความรู้สึกผ่านการกัดเคี้ยวได้อย่างเหมาะสม เช่น พยายามเคี้ยวละเอียดมากเกินไปทั้งๆ ที่เนื้ออาหารนิ่ม
  • เด็กสามารถเบี่ยงเบนความตั้งใจเคี้ยวละเอียด โดยการนับสลับเคี้ยวอาหารซ้ายขวา การเคี้ยวพร้อมๆการเล่น เคี้ยวอาหารหลากหลายจากยากไปง่ายหรือง่ายไปยาก เช่น น้ำหรือไอศครีม (ผิวสัมผัสง่าย) น้ำผลไม้มีวุ้นเล็กๆกลืนได้ (สัมผัสปานกลาง) และชิ้นสัปปะรด (สัมผัสยาก)
  • สิ่งแวดล้อมการกินอาหารที่โรงเรียน เด็กสามารถเคี้ยวและกลืนอาหารได้ขณะอยู่กับเพื่อนและครูบังคับได้บ้าง แต่คุณพ่อคุณแม่ลองหลายๆวิธีแต่เด็กไม่ยอมกลืนอาหารเลย
  • ระยะการฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังจากการจดจำเหตุการณ์ที่ก้ามปูติดคอ น่าจะมีการปรับตัวโดยธรรมชาติในระหว่าง 3-6 เดือน
  • ผมประสานงานให้นักกิจกรรมบำบัดลองปรับพฤติกรรมเพื่อเพิ่มทักษะการกินอาหารที่เหมาะสม 1 ครั้งต่อสัปดาห์ และประเมินความก้าวหน้าของการให้โปรแกรม ได้แนะนำผู้ปกครองถึงการปรับผิวสัมผัสอาหารในเมนูที่เด็กชอบและเลือกได้ด้วยเหตุผล และการลดความไวในการเคี้ยวที่เหมาะสมด้วยยางกัด
  • การปรับพฤติกรรม ได้อาศัยเทคนิค 2 รูปแบบและลองปฏิบัติพร้อมแนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้ลองทำที่บ้าน ได้แก่ 1. การตั้งเงื่อนไขกับเด็กอย่างชัดเจน เช่น กำหนดให้ตักอาหารทานเอง 5 คำ พยายามตั้งใจกลืนให้ได้มากที่สุด หากไม่ไหว จะใช้เวลานับ 10 วินาทีแล้วบ้วนลงถุงพลาสติกแล้วทำความสะอาดภายหลังจบ 5 คำ และชมเชยจำนวนที่ทำได้ 2. ให้เด็กเข้าใจและเลือกเนื้ออาหารที่จำเป็นต้องฝึก แล้วเริ่มจากอาหารที่จำเป็นต้องใช้การเคี้ยวมากไปสู่การเคี้ยวน้อย  เทคนิคทั้งสองแบบนี้ สามารถปรับให้เห็นความก้าวหน้าของการปรับพฤติกรรมทางกิจกรรมบำบัดได้ คือ เพิ่มจำนวนคำและยืดเวลาของการอมค้างและบังคับกลืนก่อนบ้วนทิ้ง หรือเพิ่มจำนวนคำที่กลืนได้ให้มากกว่า 5 คำขึ้นไป จะได้กินของชอบ หรือทานอาหารแต่ละผิวสัมผัสในปริมาณมากน้อยต่างกัน ต้องการให้อาหารที่เคี้ยวมากกว่าเคี้ยวน้อย ก็ต้องเพิ่มความถี่หรือปริมาณอาหารนั้นๆ 

ผมกำลังรอดูผลของการปรับพฤติกรรมที่บ้าน นับว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ

หากผู้สนใจเพิ่มเติม ลองคลิกดูวิธีการทางจิตวิทยาเพิ่มเติมจาก   http://www.vanderbilt.edu/AnS/psychology/health_psychology/FoodRefusal.htm