ผมได้รับอีเมล์ความคืบหน้าหลังจากดูกรณีศึกษานี้ วิธีการประเมินและการใช้เทคนิคหนึ่งไม่ได้ผล แต่ผมได้เรียนรู้มากขึ้นเมื่อกรณีศึกษานี้ได้รับความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ ซึ่งผมคิดว่าปัญหานี้ต้องได้รับการวางแผนการรักษาจากสหวิชาชีพครับ
ลองอ่านดูครับ
เรียน คุณพ่อน้อง ที่นับถือ
ดีใจด้วยครับ ที่คุณพ่อได้พาน้องไปพบจิตแพทย์และได้รับวิธีการที่เหมาะสม ต้องขอบคุณสำหรับการรายงานความคืบหน้า เพราะผมสามารถเรียนรู้ประสบการณ์การรักษาน้องด้วยครับ ได้เรียนรู้วิธีการไม่บังคับที่น่าจะช่วยได้ดีกว่าวิธีการสร้างเงื่อนไขและการปรับผิวสัมผัสอาหาร ต้องขออภัยหากไม่สามารถแนะนำวิธีการอื่นๆ ได้เพราะเคยชินกับการประเมินในรูปแบบจากการฝึกในต่างประเทศ ซึ่งพยายามจะประเมินและขอติดตามผลเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการในครั้งถัดมา
อย่างไรก็ตามขอส่งกำลังใจให้น้องรับประทานอาหารได้อย่างมีความสุขครับ
ขอแสดงความนับถือ
อ.ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง
Subject: ความคืบหน้าของน้อง
To: supalakpop at hotmail.com
สวัสดีครับ อาจารย์
หลังจากได้พบอาจารย์แล้ว ได้ลองนำคำแนะนำมาปฎิบัติ ปรากฎว่าไม่ประสบผลสำเร็จ น้องยังคงมีภาวะกลัวการกลืนอาหารเช่นเดิม ได้พยายามพูดคุยกับน้อง เมื่อนำอาหารมาวางไว้ตรงหน้า ให้น้องมองอาหาร สักพักน้องจะร้องไห้ น้องยอมรับว่ากลัว พยายามกระตุ้นน้องว่า เคี้ยวแล้วกลืน กลืนไม่ติดคอ ที่ติดคือกระดองปู ไม่ใช่ข้าวหรืออาหารอย่างอื่น น้องพูดตาม และพยายามกลืน แต่ไม่สำเร็จ พาน้องไปเที่ยวว่ายน้ำ น้องแสดงอาการหิวอย่างชัดเจน ให้พาไปหาของกิน สุดท้ายก็ได้น้ำผลไม้กับนมมากิน พาไปกินพิซซ่า น้องเห็นแล้วอยากกิน ลองฉีกกินชิ้นเล็กๆ เล็กมาก แต่สุดท้ายก็คายออก สองวันที่ผ่านมานี้ น้องจะกินแต่นมกับขนมเค๊ก ซึ่งกินได้ดี แต่ทุกครั้งที่เป็นมื้ออาหาร น้องจะแสดงความกังวลขึ้นมาทันที และจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกข์มาก ทั้งตัวน้องเอง และพ่อแม่
ผมตัดสินใจพาน้องไปพบจิตแพทย์ ได้เล่าประวัติ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (ซึ่งผมลืมบอกไปว่า น้องจะเป็นคนที่มีความกังวลเป็นทุนเดิม เช่น เมื่อรู้ว่าจะสอบ จะกังวลกลัวทำสอบไม่ได้ จนบางครั้งถึงกับอาเจียนออกมา แต่ระยะหลังอาการเหล่านี้ ดีขึ้นมาก เพราะน้องมีความมั่นใจขึ้น) จากการที่หมอได้คุยกับพ่อแม่ และคุยกับน้องเองตามลำพัง ความเห็นหมอสรุปได้ตรงกันกับอาจารย์และผม คือ น้องยังอยู่ในสภาวะกลัวอาหารติดคอ หมอแนะนำว่า ไม่ต้องบังคับ นำอาหารให้ทาน ทานได้ก็ทาน ทานไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่มีสิ่งล่อคือ หากวันใดทำสำเร็จ เริ่มจากกลืน 4 - 5 คำ ก็ให้ระบายสีดาวที่หมอให้มา แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร หมอเน้นว่า ห้ามบ่น ห้ามพูดซ้ำๆเกี่ยวกับเรื่องที่น้องไม่กินอาหาร ให้ทำสบายๆ ไม่ต้องบังคับ ทำให้เป็นเรื่องเล็กๆ ส่วนอาหารที่ยังกินไม่ได้ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะน้องยังกินนม เค๊ก ซึ่งมีสารอาหารเพียงพอ และจะติดตามผลอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ได้ลองปฎิบัติตามคำแนะนำของหมอ ถึงแม้น้องจะยังไม่ยอมทาน โดยยังคงพึ่งนม (ซึ่งหมอบอกไม่เป็นไร) แต่สิ่งหนึ่งซึ่งได้กลับมา คือ ความสุขของน้อง พ่อแม่ ในมื้ออาหารนั้นๆ และเมื่อน้องหิว น้องจะเดินเปิดตู้โน้นตู้นี้
ซึ่งผมถามว่า หาอะไร เขาบอกว่าหาของกิน ผมบอกว่า กินอะไรได้ก็กิน การไปหาหมอครั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมและแม่น้องได้ก็คือ ได้คำตอบที่คลายกังวลว่า แม้น้องยังไม่กินช่วงนี้ก็ไม่เป็นไร เมื่อกินนม และเค๊ก หรือสิ่งที่น้องชอบ ก็สามารถทดแทนได้ และเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา น้องอาจจะน้ำหนักลดลงอีกก็ไม่เป็นไร มีเด็กที่ไม่กินอาหารตั้งเยอะที่หมอพบมา ต้องให้เวลากับน้อง และค่อยๆสร้างความมั่นใจให้น้อง มาหาหมอยังไม่สายเกินไป เพราะหากปล่อยไว้นานกว่านี้ จะทำให้ฝังในใจน้องมากขึ้นและจะแก้ไขยาก
ผมคงต้องปฎิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอ และติดตามดูการเปลี่ยนแปลงต่อไป เพราะอย่างน้อยน้องมีความสุข ร่าเริง ความวุ่นวาย ความกังวลใจในครอบครัวลดลง และหากมีข่าวดี ผมจะแจ้งให้อาจารย์ทราบ เกี่ยวกับการรักษา ซึ่งหวังให้เป็นเช่นนั้น
ขอบคุณอาจารย์ที่ให้ความใส่ใจกับกรณีของน้อง