ตั้งใจไว้หลายวันแล้วครับว่าจะไปเยี่ยมท่านอาจารย์ ibm ครูปอเนาะ ซึ่งตอนนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลยะลาครับ แต่พลาดโอกาสตลอดมา จนวันนี้ซึ่งเป็นวันหยุด เลยไปเคลียร์งานในช่วงเช้าที่คณะฯ แล้วก็ช่วงบ่ายสองก็ได้เดินทางไปเยี่ยมสักที

ได้ยินแว่วๆ มาเมื่อวานว่า ท่านยังอยู่ในห้องไอซียู เลยมุ่งไปที่ห้องนั่นทันที ไปถึงยังไม่ทันเดินเข้าไปไหนเลยครับ พยาบาลคนหนึ่งก็กวักมือเรียกให้เดินไปที่เค้าเตอร์ ทีแรกนึกว่า ผมไปทำอะไรผิดระเบียบหรือเปล่า ปรากฏว่า พยาบาลถามผมว่า มาเยี่ยม อ.เฮ็ง บาโงซีนาหรือเปล่า ผมก็ตอบว่า ครับ. ท่านย้ายไปที่ห้องศัลยกรรมชายแล้วค่ะ พยาบาลคนนั้นตอบผม ตึกไหนครับ ผมถาม จริงๆ พอนึกออกว่าอยู่ไหน เพียงแต่อยากถามให้แน่ใจ ชั้นสามตึกข้างหลังนั่นแหละค่ะ

ผมเดินออกจากห้องนั่นอย่างรวดเร็วครับ เพราะว่าเวลานั้นสามโมงกว่าแล้ว ช้ามากๆ เดียวไม่ได้เยี่ยม เพราะเห็นประกาศงดเยี่ยมสี่โมงเย็น ไปถึงตึกที่ว่า เดิมทีจะขึ้นลิฟท์ครับ แต่เปลี่ยนใจ แค่ชั้นสามเอง ออกกำลังกายดีกว่า เดินขึ้นบันได กึงเดินกึงวิ่งครับ จะได้รู้สึกตัวว่ากำลังออกกำลังกาย จริงๆ เวลาผมเดินไปไหนมาไหนแบบเร็วๆ ผมมักจะนึกถึงคำพูดของโต๊ะครูผมสมัยเรียนปอเนาะว่า คนที่มีความรู้ต้องระมัดระวังอากัปกิริยา บุคลิกภาพเป็นเรื่องสำคัญ และใครที่เป็นผู้รู้แล้วไม่รักษามารยาท มักจะอายุสั้น ฮึฮึ แต่มักจะปลอบใจตัวเองว่า ถ้าไม่ใช้โอกาสในการเดินโดยเดินให้เร็วขึ้น ก็หาโอกาสออกกำลังได้น้อยมากครับ อีกประการหนึ่ง ผมเป็นประเภทลูกครึ่งนักวิชาการศาสนา ไม่ใช่ประเภทนักวิชาการศาสนาเต็มร้อย ฮิฮิ (มีด้วยหรือประเภทนี้?)

ปรากฏยังไม่ทันจะเหลียวมองหาเตียงคนไข้เลยครับ พยาบาลเรียกอีกแล้ว คราวนี้ยิ้มทักครับ แล้วเหมือนจะเรียกให้ผมเข้าไปหา ผมเลยเดินตรงไปที่พยาบาลคนนั้นทันที ปรากฏว่า เธอบอกผมว่า เมื่อกี้พยาบาลที่ตึกโน้นโทรมาให้บอกผมว่า ขอโทษด้วยค่ะ ที่บอกผิด เขาลืมไปว่า อาจารย์ ibm ไม่ได้อยู่ชั้นสามค่ะ แต่อยู่ชั้นหนึ่ง ขอโทษด้วยนะค่ะ ผมเลยตอบไปว่า ไม่เป็นไรครับ แค่ได้ยินคำขอโทษก็หายเหนื่อยแล้วครับ (พูดด้วยสีหน้าเล่นๆ นะครับ ไม่ได้ซีเรียส) แล้วก็แซวกลับไปว่า ดีนะไม่ใช่ชั้นสี่ ฮิฮิฮิ

ออกจากห้องศัลยกรรมชาย กำลังตัดสินใจว่า ลงลิฟท์ดีหรือลงบันไดดี เหลือบดูเวลาแล้วเหลือเวลาน้อยลงไปเรื่อยๆ แล้ว ปรากฏประตูลิฟท์เปิดออกมา เจอะเจอคนออกมาจากลิฟท์คือ คุณหมออารีฟีน ท่านถามว่าผมมาเยี่ยมอาจารย์เฮ็งใช่มัย แล้วท่านก็บอกว่า ท่านน่าจะอยู่ห้องกระดูก (อ้า ไม่แน่ใจว่าชื่อนี้หรือเปล่า ผมลืมแล้ว) ชั้นหนึ่งมากกว่า ผมเลยบอกว่า ครับเมื่อกี้พยาบาลเขาบอกแล้วครับ แล้วผมก็ลงกับลิฟท์ครับ แฮะแฮะ ไม่ได้เหนื่อยอะไรหรอก แค่อยากประหยัดเวลา ฮาฮาฮา

ได้เจออาจารย์เฮ็งสักที คราวนี้ดีใจมากครับ เพราะท่านคุยได้เกือบปกติแล้วครับ แต่ยังมีสายอ๊อกซีเจนอยู่ที่จมูก สงสัยท่านจะคิดถึงงานมากครับ ถามเรื่องงานก่อนแล้ว ผมเลยบอกข่าวดีให้ท่านทราบว่า ผมไม่ต้องเป็นรักษาการคณบดีแล้ว งานนี้ท่านยินดีกับผมครับ อาจเป็นเพียงท่านเดียวนะครับที่เข้าใจเหตุผลทั้งมวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ของผม และรู้ใจผมที่สุดในเรื่องนี้ ฮิฮิ 

คุยกันนานพอสมควร คุณหมอฟีน ก็แวะมาเยี่ยมสอบถามอาการ ปรากฏอาจารย์เฮ็งก็เอาประเด็นที่เรากำลังถกเถียงกันอยู่ ถามความเห็นคุณหมอ (ออ. ไม่ใช่เรื่องรักษาการคณบดีแล้วนะครับ แหม่ ผมนี้ไม่เลิกจริงๆ ครับ คนกำลังเจ็บ ยังเอาเรื่องไปเถียงกันถึงห้องพยาบาล ฮาฮาฮา) เหมือนจะให้ตัดสินครับ แต่ปรากฏรอบนี้ผมชนะครับ เพราะหมอเห็นเหมือนผม ฮิฮิ

คุยกันเพลินไปนิดหนึ่งครับ สี่โมงครึ่งแล้ว เลยขอตัวกลับ เพราะให้ภรรยากับลูกๆ รออยู่ที่เค้าเตอร์หน้าโรงพยาบาล เนื่องจากต้องเดินไกลครับ เลยให้รอดีกว่าเดินไปเยี่ยมกันทั้งครอบครัว

จบแค่นี้นะครับ ช่วงนี้งานด่วนเยอะ