ผมเข้าร่วมเฮฮาศาสตร์ครั้งที่ 2 ที่สวนป่าสตึก ครั้งที่ 3 ที่ดงหลวง และ ครั้งที่ 4 ภูเก็ตที่เพิ่งจบไปหมาดๆ ยังอิ่มอกอิ่มใจไม่หายอยู่เลย ผมตระเวนอ่านบันทึกของเพื่อนๆที่อาจเรียกว่าเป็น AAR ก็ได้ เกิดความคิดหลายประการในหลายแง่มุม สิ่งที่อยากจะบันทึกมากที่สุดคือการทดลองวิเคราะห์เฮฮาศาสตร์โดยภาพรวมดูครับ 

 

อาจจะแบ่งเป็นสี่เรื่องใหญ่ๆ คือ หนึ่ง การเริ่มเค้าเฮฮาศาสตร์ สอง กระบวนการจัดเฮฮาศาสตร์ สาม สิ่งที่ได้จากเฮฮาศาสตร์ และสี่ อนาคตของเฮฮาศาสตร์ แต่เนื่องจากผมไม่มีเวลาไปเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งที่มีอยู่ใน G2K นี้เอง และจากบุคคล จึงเอาเป็นว่า เห็นอะไรก็หยิบเอามาวิเคราะห์ก็แล้วกัน

 

ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองส่วนตัว คงจะมีทั้งส่วนที่ตรงและไม่ตรงกับมุมมองของทุกท่าน ก็ขอความกรุณา เสริม เติม แต่ง เพิ่ม ลด เอาเด้อครับ

 

การเริ่มเค้าในเฮฮาศาสตร์:  ผมไม่ทราบรายละเอียดว่าเฮฮาศาสตร์มันเริ่มมาอย่างไร ผมไม่ได้สอบถาม หรือสัมภาษณ์ท่านผู้ใด ขอยกประเด็นนี้ให้กับผู้อาวุโสที่เป็นเสาหลักตามลำดับมาเถอะครับ  แต่ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่าท่านเหล่านั้นมีเจตนาดี และท่านคงเห็นว่า สังคม Cyber Community แห่งนี้ มันส่อเค้าความน่าสนใจมากมาย มองเห็นประโยชน์ และอื่นๆที่น่าจะมีส่วนสำคัญหนึ่งในการสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนในสังคมแห่งนี้ได้ ท่านเหล่านั้นจึงริเริ่มการพบปะกัน 

 

 

 

ด้วยวิญญาณภายในของคนที่มีบางส่วนขาดหายไป แต่ดูเหมือนไม่ได้หายขาดไปไหนแต่เพียงหลบซ่อนอยู่ภายในนั้นเอง เมื่อสถานการเหมาะ วันเวลาสถานที่เหมาะ มีแรงกระตุ้น สิ่งที่ขาดหายไปก็ปรากฏขึ้นมา ดูซิครับต่างเห็นหน้ากันก็ตรงเข้ากอด กอด และกอด อานุภาพของการกอดนั้นมีมากแค่ไหน หาอ่านได้จากบันทึกของหลายๆท่านที่บันทึกไว้อย่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก แถมยามจากกันยังอาลัยอาวร น้ำหูน้ำตาไหล แม้บางท่านบ่อน้ำตาลึก ไฟธาตุแข็ง จะไม่มีน้ำตาไหล แต่เกิดแรงสะเทือนใจข้างใน และเป็นแรงสะเทือนใจในทางบวก โหยหา ห่วง อาทร

 

นี่คือแรงเกาะเกี่ยวที่ผมเรียกว่า แรงเกาะเกี่ยวทางจิตสำนึกของคนในสังคม อันเป็นสิ่งที่เปราะบาง หาได้ยากยิ่งในสังคมทุนนิยมที่มุ่งกำไร และผลประโยชน์ส่วนตน (ทุนดีดีก็มีนะครับ) แรงนี่เองคือทุนทางสังคมของเราที่ขาดหายไปในสังคมเมืองนานมาแล้ว แต่ยังมีหลงเหลือให้สัมผัสได้ในสังคมชนบท  แรงเกาะเกี่ยวนี้เองได้ส่งสัญญาณภาพบางอย่าง ท่านครูบาและผู้อาวุโสหลายท่านมองเห็น สัมผัสได้ จึงสนับสนุนให้มีการรวมตัวกันครั้งที่สอง ที่สาม ที่สี่และคงมีต่อไปเรื่อยๆ  แรงเกาะเกี่ยวนี้คือรากแก้วที่สำคัญของการขับเคลื่อนสังคมพึงประสงค์

 

กระบวนการเที่ยวไป เรียนไป: การรวมตัวของเฮฮาศาสตร์ไม่ใช่การไปสัมมนา ประชุมแบบทางการที่จัดกัน แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีหลักการ ไม่มีสาระอะไรเสียเลย และไม่ใช่ฉิ่งฉับทัวร์ ที่ร้องเพลงกินเหล้าและแหกปากลั่นถนน พร้อมกับขว้างปาขวดเปล่า ถุงพลาสติกออกมานอกรถ ชอบขีดเขียนชื่อตัวเองตามแหล่งท่องเที่ยว  ไม่ใช่ และไม่มีทาง ผมชอบที่ท่านผู้อาวุโสเรียกว่า อิงระบบ หรือเรียกว่ากึ่งระบบ การไปรวมตัวกัน ไม่ใช่การบังคับ ไม่มีคะแนนให้ ไม่ได้เลื่อนขั้นเลื่อนยศ กลับเสียเงิน เสียเวลา อาจเสียประโยชน์ส่วนตนไปบ้าง แต่เขากลับไปด้วยใจ ได้ประโยชน์ส่วนรวม และกลับเอาของติดไม้ติดมือไปฝากคนนั้นคนนี้ให้เป็นที่ชื่นอกชื่นใจ เป็นการเติมแรงเกาะเกี่ยว ความผูกพัน เป็นการเติมสิ่งหล่อรื่นของสังคม ก็เพิ่มใจ เพิ่มสำนึก เพิ่มแรงเกาะเกี่ยว หากจะดูกำหนดการในการจัดเฮฮาศาสตร์ ก็จะเห็นว่า

 

       มีรายการกิน: ใครมีฝีมืออะไรก็เข้าครัวทำกันออกมาให้เพื่อนกินกัน หลายท่านก็เป็นที่ติดอกติดใจจนจะกลายเป็นพ่อครัวประจำไปแล้ว  ไปที่ไหนเจ้าภาพมักจะสรรหาเมนูเด็ดๆไว้คอยท่า ต่างคนอิ่มจนพุงกางไปหลายวัน อิ่มท้อง กลุ่มนี้ไม่ใช่ไปสรรหาของกิน แต่เกิดมาจากความเต็มใจของผู้จัดหรือเพื่อนๆผู้เสียสละเข้าครัวประกอบอาหารให้เพื่อน น้ำใจเธอสูงส่งยิ่งนัก

 

       มีรายการเที่ยว: ก็พื้นที่จัดงานเฮฮาศาสตร์นั้นมีสถานที่น่าสนใจอะไรก็จัดเข้ากำหนดการ บางแห่งมีสถานที่มากมายจนกำหนดการแน่นเอียด ที่ยังเที่ยวไม่ทั่วก็มี สถานที่นั้นๆทั้งที่เป็นประวัติศาสตร์ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ธรรมสถาน แหล่งเรียนรู้ต่างๆ รวมทั้งชมนกชมไม้ เล่นน้ำ ฯลฯ จำกันไม่หวาดไม่ไหว หากไม่ได้ใช้กล้องถ่ายภาพบันทึกละก็คงไม่ง่ายทีเดียวที่จะจดจำอะไรได้ทั้งหมด

 

      มีรายการเล่น: เรามีการประกวดภาพแบบสนุกๆดูเหมือนจะกลายเป็นกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ซะแล้ว เล่นน้ำทะเล เป็นที่ชื่นกายชื่นใจ อย่างครั้งที่สองดูเหมือนจะมีการเล่นสนุกสนาน อย่างงานวัดนั่นเทียว มีปาเป้า โยนห่วงใส่ขวด อะไรทำนองนั้น ท่านครูบายังสนุกลืมอายุไปเลย  พวกเราก็กลายเป็นเด็กเที่ยวงานวัดไปด้วย ขาดแต่ชิงช้าสวรรค์ รถมอเตอร์ไซด์ไต่ถัง อ้อยควั่น ฯลฯ พวกเราต่างหัวเราะกันน้ำตาเล็ด ที่ในชีวิตงานประจำวันไม่สามารถหาบรรยากาศแบบนี้ได้แน่นอน

 

      การไม่มีสาระวิชาการแบบ formal seminar แต่มีสาระในกระบวนการแบบสบายๆซึ่งหนุนเนื่องสายใยทางจิตใจ สร้างความสนิทสนมกลมเกลียวข้าวเหนียวนึ่ง เพราะติดกับหนึบหนับนั่นเทียว

 

การแลกเปลี่ยนระหว่างกัน: เราไม่ได้เคร่งครัดมากนักในเรื่องนี้ ทั้งนี้เพราะว่ายึดหลักสบายๆสไตล์เฮฮาศาสตร์ หากมีจังหวะเราก็ตั้งประเด็นคุยกัน  หากไม่มีก็ไม่มี  แต่ที่แน่ๆคือ คอแลกเปลี่ยนก็จับกลุ่มคุยกันเองตามโอกาส เช่น น้องสิงห์กับผมมักหามุมคุยแลกเปลี่ยนในเรื่องต่างๆกันที่มีสาระมากบ้างน้อยบ้าง ท่านอื่นๆก็เช่นกัน ท่ามกลางความไร้รูปแบบ เหมือนจับเข่าคุยกันมากกว่า  ผมเองทั้งคาดหวังและไม่ผูกมัด คราวเฮฮาศาสตร์ครั้งที่สามนั้นเรามีประเด็น ครั้งที่สี่เรามีวิทยากรกิตติมศักดิ์ ในหลายเรื่อง มีการเดินทางไปชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ นี่แหละสาระในความไร้รูปแบบ ซึ่งผมว่ามีคุณค่ามาก เพราะการเรียนรู้มาจากข้างในจริงๆ ฯลฯ

 

ใครได้อะไรก็คายออกมา (AAR): ผมและเพื่อนๆไม่ได้ทำการบ้านส่งอาจารย์ใหญ่ เพื่อเอาเกรด แต่ทำเพราะต้องการแชร์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ต่างๆ  เพราะต่างคนต่างเห็น  ต่างคนต่างสนใจ ต่างคนต่างเก็บ ด้วยความหลากหลายจึงก่อเกิดประโยชน์ขึ้นอย่างมาก การคายความรู้นั้นได้ประโยชน์มาก เพราะผู้คายย่อมนั่งทบทวนว่าไปเห็นอะไร จะสรุปว่าไง จะบันทึกอย่างไรเพื่อใคร ส่วนนี้ผู้บันทึกได้เองกับตัว เมื่อบันทึกออกไปแล้วเกิดการเรียนรู้วงกว้างทั้งที่เข้ามาแสดงตนและไม่แสดงตน  ทั้งที่มารับอย่างเดียวและมาแลกเปลี่ยน เพิ่มเติม แก้ไข ฯลฯ กระบวนการเรียนรู้เกิดขึ้นอีกภายหลังทริป

 

(ต่อตอนที่สอง)