หนังสือที่ขายดีตลอดกาลคือ how to รวย ฉลาด และขึ้นสวรรค์

ผมมองว่า รสนิยมการเลือกอ่านหนังสือนั้น สอนกันได้ แนะนำกันได้

แต่ต้องใช้เวลา

และต้องใช้เงินด้วยครับ

วันก่อนเข้าไปดูในร้านหนังสือซีเอ็ด สาขาภูธร แห่งหนึ่ง ที่จะเข้าไปซื้อหนังสือประจำทุกสัปดาห์

คอยสังเกตเด็กวัยรุ่นว่าเขาเลือกอ่านหนังสือประเภทไหน ปรากฎว่าหนังสือที่ได้รับความนิยมมากคือนิยายรักประเภทที่หน้าปกเป็นภาพวาดคู่พระนางในสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่นครับ, นอกจากนี้ก็ยังมีหนังสือประเภท แฉ และประเภทที่ดาราขวัญใจเขียน

ผมไม่เคยอ่านหนังสือประเภทนั้นเหมือนกัน เลยไม่รู้ว่ามันสนุกแค่ไหน

อีกอย่างหนึ่งคือ คอยสังเกตว่าหนังสือขายดี ที่จัดอันดับไว้บนบอร์ด คือหนังสือประเภทไหน...หลังจากตามดูมาหลายปีนะครับ สรุปได้ว่า หนังสือขายดีสิบอันดับแรก ไม่เคยพ้นจากเรื่อง ทำยังไงให้รวย ร๊วย รวย, เรื่องอิทธิปาฏิหารย์ ชาตินี้ชาติหน้า เวรกรรม, เรื่องทำยังไงให้ลูกฉลาด

ราวจะคาดหวังได้ว่า อีกไม่นานคนไทยผู้อ่านหนังสือทั้งประเทศนี้คงจะ รวย, ฉลาด, และมีแดนสวรรค์เป็นปลายทางหลังจากตายไปแล้ว

รสนิยมการอ่าน เสพสารจากหนังสือในมิติอื่น นอกจากบันเทิง และประเภทฮาวทู รวย ฉลาด และไปสวรรค์ หายากจริงๆ ครับ

นึกย้อนกลับไปว่า ใครเป็นคนสอนเรื่องรสนิยมการอ่านและการซื้อหนังสือกันหนอ

หลักสูตรในโรงเรียนมัธยม ก็มีแต่วิชา การใช้ห้องสมุด กับหนังสืออ่านนอกเวลา (เล่มที่ดีที่สุดในจำนวนนั้นคือ "ละครแห่งชีวิต" ของ มจ.อากาศดำเกิง)

หลักสูตรในมหาวิทยาลัยก็ไม่มีสอน

คิดไปคิดมาผมว่ารสนิยมการอ่านของผมได้มาจาก คนรอบๆตัว พ่อแม่ ญาติ เพื่อนๆ รุ่นพี่ รุ่นน้อง อ่านตามๆ พวกเขาไป แล้วขยายผลไปตามแนวที่เราชอบ

นอกจากนั้นนะครับ ผมว่า ความเจ๋งของห้องสมุด กับการจัดหนังสือในร้านหนังสือ มีส่วนช่วยอย่างมากในการสร้างรสนิยมการอ่านครับ

ห้องสมุดที่มีหนังสือดีๆ (ห้องสมุดโรงเรียนมัธยมของผมเจ๋งมากในเรื่องนี้ เพราะมีเงินบริจาคจากศิษย์เก่ามาให้ซื้อหนังสือดีๆ จำนวนมาก) กับบรรณารักษ์ดีๆ นั้นช่วยให้การขยายผลการอ่านได้ดีครับ มันทำให้เราไม่ต้องซื้อหนังสือทุกเล่มที่เราอยากอ่าน จากร้าน และทำให้เราเข้าถึงหนังสือสมัยก่อนที่เขาไม่พิมพ์ออกมากอีก

ส่วนร้านหนังสือดีๆ ที่จัดวางหนังสือที่น่าอ่าน หนังสือที่ส่งสารประเภทที่ช่วยยกระดับของจิตใจ ไว้ในที่ที่สังเกตง่าย ผมมักจะชอบร้านหนังสือเล็กๆ และเจ้าของร้านเป็นผู้มีรสนิยมในการอ่าน และไม่ค่อยแคร์หนังสือกระแส ร้านที่มีพื้นที่จำกัด มันเป็นโจทย์ที่ทำให้เจ้าของร้านต้องเลือกหนังสือที่เขาคิดว่า มันเจ๋ง เอามาขายในร้าน พอเข้าไปในร้านเราก็จะหนังสือดีๆ ก็ลอยมาเตะตาเราโดยอัตโนมัติ ไม่เหมือนในร้านซีเอ็ดที่พนักงาน (ส่วนใหญ่ไม่ใช่หนอนหนังสือ, และขายหนังสือประดุจกับขายผัก) จะหาหนังสือแต่ละครั้งต้องกดคอมพิวเตอร์...หายไปห้านาที....แล้วก็มาบอกว่า ไม่มีค่ะ (ประสบการณ์ซีเอ็ด ภูธร "บางร้าน" เท่านั้นนะครับ: บอกเลยก็ได้ว่า ร้านที่ BigC สกลนคร จัดหนังสือได้ &^%*#!!*&^ มากๆ เทียบกับสาขา Lotus ที่จัดหนังสือได้เป็นระบบกว่ากันเยอะ)

สรุปว่าในความเห็นผมนะครับ รสนิยมการอ่าน สอนกันได้ เป็นการสอนแบบไม่เป็นทางการผ่านกัลยาณมิตรต่างๆ อ่านตามเขาในแบบที่เราชอบ และขยายผล สร้างรสนิยมได้โดยมีตัวช่วยที่สำคัญคือ ห้องสมุด กับร้านขายหนังสือที่เจ๋งๆ ครับ