พี่ ๆ หนูว่าไปที่อื่นเถอะ...ที่นี่หนูมาจนเบื่อแล้ว...เดี๋ยวเจอคนก่อนหน้าพี่...พี่จะเสียหน้านะคะ

วันนี้ออกไปที่ร้านโชว์ห่วยสุดหรูใกล้ ๆ โรงเรียน...ไปกินกาแฟเย็นตามเดิม....ทำงานมากเมื่อยขา...เมื่อเดินมาถึงร้านน้องเปรี้ยวกำลังชงกาแฟให้ ::::::ไม่ต้องสั่งเห็นตัวทำไว้รอได้เลย ::::: มายืนรอสักครู่ก็อยากนั่งเก้าอี้ของร้านแต่นั่งไม่ได้เนื่องจากมีหนุ่มมาดเท่ยืนขวางอยู่....

ขอโทษค่ะคุณจะนั่งไหมคะ......

ถามผมหรือครับ...

ค่ะ..คุณคิดจะนั่งไหมคะ......

ถ้าผมคิดจะนั่งก็นั่งแล้วไม่ยืนหรอกครับ....

ถ้างั้นกรุณาหลบค่ะฉันจะนั่ง....

โอ! เชิญครับๆๆ.....เขาถอยห่างไปนิดสักนิดนั่นแหละ...ไปไม่ไกลเพราะยังไม่จ่ายเงินและแดดร้อนมาก....สาวเปรี้ยวแม่ค้าส่งกาแฟให้ครูพรรณาพร้อมกับมองเป็นเชิงคุยว่า...เฮ้วนะคะ....

ขอโทษค่ะคุณมาจากไหนหรือคะ...ครูพรรณาถามเขาอีก...

คุยกับผมหรือครับ...

ใช่ค่ะเพราะมีคุณคนเดียวที่น่าจะมาจากไหน....

ไม่จริงครับคุณก็มาจากไหนเหมือนกัน.....

อืม! ใช่...สำนวนแบบนี้ไม่ได้ยินและไม่ได้ใช้มานานเกือบ ๓๐ ปี แล้ว...นะ

ขอโทษคุณพี่อายุ ๔๐ กว่าแล้วหรือครับ....

ใช่กว่ามา ๑๐ กว่าปีแล้วค่ะ....

เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า...คุณพี่ถามว่าผมมาจากไหน...พี่ต้องการคำตอบแบบไหนครับ เอาเมื่อวาน..หรือเมื่อวานก่อน.... หรือเมื่อเช้า....

เอาเมื่อเช้าก็แล้วกัน

ผมมาจากกาญจนบุรี

ไม่น่าจะใช่นะคะ  คุณน่าจะมาจากข้างหลัง

ผมว่าผมอาจจะมาจากข้างหน้าก็ได้...ถ้าผมกลับหลังหัน

ถึงอย่างไรคุณก็มาจากข้างหลังอยู่ดี.....จริงไหมคะ

ขอโทษครับคุณพี่เป็นครูหรือครับ

พี่เป็นคนและมีอาชีพครูค่ะ....สาวเปรี้ยวชักมึน

แล้วทำไมคุณจึงแต่งกายแบบนี้ไม่ร้อนแย่หรือ...หรือว่าอาชีพ...หรือคุณชอบการแต่งกายแบบนี้

ผมต้องการให้เป็นเครื่องแบบของคาวบอยและให้ทุกคนยอมรับเครื่องแบบนี้

ไม่เข้าใจ...จะเป็นเครื่องแบบได้อย่างไร

คุณพี่เป็นครูก็มีเครื่องแบบครู...ผมเป็นคาวบอยก็ต้องมีเครื่องแบบ

เข้าใจละ....แล้วคุณมาส่งตัวอะไรที่นี่หรือ

ผมมาขายขนมครับ...เป็นขนมที่ครอบครัวผมทำขึ้นเอง...ขายเอง....

แล้วเกี่ยวอะไรกับเครื่องแบบคาวบอย

เป็นสัญญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ครับ....แล้วเขาก็เดินไปบอกเด็กของเขาที่รถให้หยิบมาให้ครูพรรณาดู

คุณพี่ลองชิมนะครับ.....ผมขายส่งตามร้านค้าทั่วไป..นี่ครับรูปคาวบอย....ผมเป็นนายแบบเองครับ

...............

สำนวนแบบนี้กลุ่มที่เรียนกับครูพรรณามักจะใช้กันบ่อยๆ  สำนวนเหล่านี้ต้องใช้เฉพาะกลุ่มและกาลเทศะที่เหมาะสม...ไม่งั้นจะกลายเป็นภาษามังคุดไป ( mangosteen ) เช่น

ว่าไงใต้เท้า::แปลว่า:::::ว่าไงไอ้ขี้ตี......เจอหน้าต้องรีบทักไว้ก่อน...เอากำไร...

ไปไหนมา.....ยังไม่ได้ไปยืนอยู่นี่แหละ

จะไปไหน....ไปข้างหน้า

มาจากไหน...มาจากข้างหลัง

ฉันสวยหรือหล่อกว่าใคร...หรือ..ไม่มีใครสวยหรือหล่อ ฯลฯ เท่าฉัน

เมื่อคืนฉันเห็นแกไปนอนโรงแรมเดียวกันกับ....:::::พูดให้เสียหาย...เพื่อดูไหวพริบของผู้ถูกกล่าวหา >>>โรงแรมเดียวกันแต่คนละเวลาและสถานที่....หรือห้องแต่ต่างเวลา...หรือเตียง...ต่างเวลา.....หมอนที่นอน...ต่างเวลา >>>

บางทีก็ฮี่โธ่...ดาราคนนี้เหรอเคยหนุนหมอนใบเดียวกับฉันมาแล้ว.....ที่ไหนและเวลาใดก็ไม่รู้:::ใช้เวลาคุยฟุ้งสนุกๆ

*********************

แล้วก็มีรุ่นพี่คนหนึ่งคิดมุขได้.....พาน้องๆ ผู้หญิงรวมทั้งครูพรรณาด้วยขี่จักรยานไปทีบังกะโลแห่งหนึ่ง

เฮ้ยพวกแกเคยมีใครพามาหรือยัง..

ยังเลยพี่...มันคือบังกะโล...เออน่าพักนะ...เงียบดีด้วย

พักซิ..จำไว้ถ้าใครพานั่งรถมาแถวนี้เตรียมตัวได้เลย

??????

มันจะกินพวกมึงนะสิ

แล้วแกจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร...ถ้าอยู่ในเหตุการณ์นั้น

*****และแล้ว*****พวกเราก็ช่วยกันคิดคำพูด*****

พี่ ๆ หนูว่าไปที่อื่นเถอะ...ที่นี่หนูมาจนเบื่อแล้ว...เดี๋ยวเจอคนก่อนหน้าพี่...พี่จะเสียหน้านะคะ

*****เออพวกมึงผ่านได้****ไป ....กลับ****

ผ่าง ๆ

ลืมบอกไป...หนุ่มมาดเท่มีนามว่าท้าวไกสอน....เป็นชาวโคราช....เขามีมารยาทดีมาก...หลังจากกวนกันอยู่พักหนึ่ง.....คุยกับครูพรรณาเขาก็ถอดแว่นออกด้วยนะคะ.....เพื่อให้เห็นสายตา.....ตาสวยเชียวหละ...ปากเป็นสีชมพู..แสดงว่าสุขภาพดีมาก....