- รักษาคุณลักษณะยางพาราให้เป็นธรรมชาติที่สุด อย่าแต่งเติมให้เสียคุณภาพ

 3) การซื้อขายผลผลิตในตลาดกลาง

- ตัวแทนจาก  บ.ไทยอีสเทิร์น จำกัด ผอ. สกย. : การตกลงราคาและกิจกรรม ระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย ต้องพูดคุยกันหาข้อยุติ  ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียเปรียบได้เปรียบ ต้องช่วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ในการพัฒนาจึงจะ

สนับสนุนการรวมกลุ่ม เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา สหกรณ์กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เพราะเป็นผลดีกับทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย  กล่าวคือ

1.    ไม่ต้องเสียเวลา

2.    เสียค่าใช้จ่ายน้อย

3.    สามารถตกลงราคากันได้  เกษตรกรค่อนข้างได้เปรียบ เพราะเป็นการต่อรอง

ราคาระหว่างผู้ซื้อ 1 คนต่อเกษตรกรเป็นกลุ่ม

มีประเด็นคำถามที่ บริษัทฯ ต้องการทราบว่า  หัวคิว  ที่เรียกเก็บจากบริษัทฯ

เมื่อกลุ่มสหกรณ์นำผลผลิตมาขาย ไม่รู้ว่าเงินส่วนนี้ไปไหนย้อนสู่ชาวสวนหรือเป็นสวัสดิการอะไรหรือไม่  แต่ทางบริษัทไม่ได้ติดใจอะไร เพราะถือว่าเป็นการซื้อ

ความสะดวก

       ปัญหาเรื่องผลผลิตที่บริษัทพบ มีดังนี้

   -  มีสิ่งเจือปนในยางก้อนถ้วย  หรือใส่น้ำกรดลงไปเพื่อเพิ่มน้ำหนัก

   -  ข้อถกเถียงเรื่อง ตราชั่งผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน

   -  ความสะอาดของสินค้า

     - ตัวแทนจากกลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกยางพารา

      ชี้แจงเรื่อง หัวคิว  ว่า เป็นค่าดำเนินการของกลุ่ม เนื่องจากกลุ่มสหกรณ์

ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำที่สหกรณ์  ดังนั้น จึงต้องมีค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าดำเนินการต่างๆ 

ดังสรุปได้ดังนี้

     -  ค่าบริการลานตาก  ลานเก็บผลผลิต

     -  ค่าเบี้ยเลี้ยงจ้างคนดำเนินการในสหกรณ์

     -  ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

     สามารถตรวจสอบและชี้แจงต่อสมาชิกได้  สมาชิกกลุ่มสหกรณ์จะต้องมีการ

ถือหุ้นร่วมกัน มีการดำเนินธุรกิจมีการรับ  ฝากเงิน จากสมาชิกจัดซื้ออุปกรณ์

กรีดยางมาจำหน่ายให้กับสมาชิก มีกองทุนให้กู้เงินยืมเพื่อช่วยเหลือสมาชิก เมื่อสิ้นปีจะปิดบัญชีสรุปรายรับ จ่าย ชี้แจงกำไรสุทธิตามกฎหมายสหกรณ์ ส่วนเรื่องตราชั่ง สามารถตกลงกันได้ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายว่าจะใช้ตราชั่งของผู้ซื้อหรือผู้ขาย หรือจะนำมาทั้งสองฝ่ายเพื่อความเป็นธรรม จะได้ไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบกัน

4) แนวทางพัฒนายางพาราในอำเภอปากคาด

อยู่รอด การตลาดจะได้ดีขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือ  ช่วยกันรักษาคุณภาพ 

ศูนย์วิจัยยาง  :  เน้นให้เกษตรกรนำความรู้ด้านวิชาการมาปรับใช้เพื่อให้ได้ผลผลิต

ที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด

ตัวแทนผู้ซื้อ  : 

-  มุ่งหวังว่าจะได้คุณภาพยางพาราที่ดี

-  รักษาคุณลักษณะยางพาราให้เป็นธรรมชาติที่สุด อย่าแต่งเติมให้เสียคุณภาพ

-  รักษาต้นทุนวัตถุดิบ คุณภาพ และเครดิตของตนเองไว้

ตัวแทนเกษตรกร  :  

-  อยากให้รัฐบาลสนับสนุนต้นทุนการผลิตด้านปุ๋ยเคมี และสารกำจัดวัชพืช

-  หาตลาดรองรับเพิ่มเติม

-  ดูแลเรื่องราคาผลผลิตไม่ให้ผกผันมาก

เกษตรกรตำบลนาดง   

เล่าถึงสภาพพื้นที่ของตำบลนาดงว่าเป็นที่ลุ่ม ร้อยละ 50 น้ำท่วมแต่ไม่ถึงเดือน 

มีพื้นที่ว่างเปล่า ประมาณ  1,000  ไร่  อยากให้ศูนย์วิจัยยางมาทดลองปลูกยางพารา

ว่าพันธุ์ใดปลูกในสภาพพื้นที่แบบนี้ได้ดีที่สุด เพราะเห็นว่ายางพาราเป็นพืชที่โตเร็วพอสมควร

ตัวแทนจากศูนย์วิจัยยาง  แนะนำว่า  น่าจะลองปลูกปาล์มดีกว่า เพราะในพื้นที่

น้ำท่วม ส่วนมากจะไม่แนะนำให้ปลูกยางพารา แต่ถ้าต้องการให้ทดสอบพันธุ์ปลูกยางพาราที่เหมาะสมในสภาพน้ำท่วม ก็จะเอาเรื่องนี้ไปหารือกับทางศูนย์ก่อน

     

 

5) ตอบข้อซักถาม

คำถาม (เกษตรกร) :  การไถพรวนสวนยางพารา เพื่อบำรุงต้น ควรกระทำหรือไม่ อย่างไร?

คำตอบ (ผอ.สกย.) : สามารถทำได้เมื่อต้นยางมีอายุ  1 3 ปี  เพราะรากยังไม่

แผ่กระจายมาก โดยแนะนำให้ไถเป็นรูปตัว V  เป็นการปรับปรุงดินช่วยให้ต้นยางเจริญเติบโตได้ดี

คำถาม (เกษตรกร)  :  อาการหน้ายางแห้งเกิดจากอะไร มีวิธีแก้ไขอย่างไร?

คำตอบ (ศูนย์วิจัยยางฯ)  : เป็นการอุดตันของท่อยาง, ต้นขาดความอุดมสมบูรณ์

ขาดปุ๋ยเคมี แนะนำให้พักต้น 2 3 ปี แล้วกลับมากรีดใหม่

คำถาม (ศูนย์วิจัยยางฯ) : ทำไมทางจังหวัดหนองคาย จึงนิยมทำยางก้อนถ้วยมากกว่ายางแผ่น?

คำตอบ (ตัวแทนผู้ซื้อ) : ข้อดีคือ

-  ประหยัดค่าใช้จ่าย

-  ประหยัดเวลาและแรงงาน

-  ต้นทุนการผลิตต่ำกว่ายางแผ่นหรือยางชนิดอื่นๆ เพราะไม่ต้องใช้อุปกรณ์

ในการผลิตมาก

คำถาม (เกษตรกร) : มาตรฐานการผลิตยางก้อนถ้วย คืออะไร?

คำตอบ (ตัวแทน บ.ไทยอีสเทิร์น) :  มาตรฐานการผลิตยางก้อนถ้วย มีดังนี้

1.       ต้องมีเปอร์เซ็นต์ของน้ำยางที่กรีดได้เทียบกับเปอร์เซ็นต์ของยางแห้งอยู่ที่

35%  (ใช้เมโทรเล็กเป็นตัววัดค่า)

2.       ไม่มีสิ่งปลอมปน เช่น กรวด, หิน, เศษใบไม้ หรือเปลือกยาง

มีสีขาว - น้ำตาลไหม้