สามวันที่ผ่านมา (25-27 เม.ย.) ผมแวะไปหาลูกพี่ลูกน้อง (ลูกชายของป้า) ที่มาทำงานอยู่อเมริกากว่าสามสิบปี เดิมเขาอยู่ใกล้ๆ เมือง Baltimore แต่ตอนนี้ย้ายมาซื้อบ้านใหม่ที่เมือง Hagerstown ในรัฐแมรี่แลนด์ ผมขับรถไปกับภรรยา ไปกันสองคน ส่วนลูกชาย (พีท) ไม่ได้ไปด้วยเพราะซื้อตั๋วดูการแสดง Broadway ไว้ และต้องการจะใช้เวลาใน New York City มากกว่าที่จะมานั่งรถตะลอนๆ ไปกับพ่อแม่ หลังจากส่งพีทที่สถานีรถไฟเข้าไปนิวยอร์กแล้ว ผมก็ลอง Set เครื่อง Navigator ตั้งจุดหมายปลายทางให้มัน  โดยใส่ชื่อเมือง ชื่อถนน และเลขที่บ้านลงไป แต่ปรากฏว่าเครื่องมันไม่รู้จักชื่อถนนนี้ เพราะเป็นถนนสายใหม่ (เป็นถนนเล็กๆ) ที่เพิ่งสร้างขึ้นคล้ายกับซอยย่อยในหมู่บ้านจัดสรร จึงต้องหลอกเครื่องด้วยการใส่ชื่อถนนสายที่ใหญ่ขึ้นที่อยู่ใกล้ๆ แทน แล้วตั้งใจไว้ว่าเมื่อไปถึงตรงนั้นค่อยโทรศัพท์ไปถามเส้นทางไปบ้านต่อไป

           ในการเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาขับรถประมาณสี่ชั่วโมงเต็ม ขับเข้าไปในรัฐเพนซิลเวอร์เนียเพื่อผ่านไปยังเมือง Hagerstown ในรัฐแมรี่แลนด์ ครั้งนี้เข้าใจสิ่งที่เครื่อง Navigator บอกได้ดีกว่าครั้งที่ขับกลับจากเมืองนิวยอร์กในวันแรก มีหลุดจุดเดียวตอนใกล้ Hagerstown หลังจากเครื่องนำทางมาถึงจุดหมายตามที่ระบุไว้ ก็ได้เข้าไปจอดรถหน้า supermarket ที่อยู่ใกล้นั้นเพื่อหาโทรศัพท์หยอดเหรียญ (สาธารณะ) โทรถามญาติผมว่าจากตรงนี้จะต้องไปอย่างไรต่อ แต่ก็ไม่สามารถโทรได้ ไม่แน่ใจว่าเครื่องเสียหรือเรากดผิด ลองขับไปที่ร้านแมคโดนัลด์ที่อยู่ใกล้ๆ ไปถามคนที่เดินผ่านไปมาว่ารู้จักถนน (ซอย) ชื่อนี้ไหม ก็ไม่มีใครรู้จัก พยายามใช้โทรศัพท์สาธารณะอีกก็โทรไม่ได้ รู้สึกขัดข้องใจอย่างยิ่ง คิดว่า . . . นี่ถ้ามีโทรศัพท์มือถือมาด้วยป่านนี้ก็คงติดต่อกันเรียบร้อยไปแล้ว ตอนนั้นมีความรู้สึกเหมือนกับว่าโทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยที่ห้าที่ขาดไม่ได้เลย!

          ลองพยายามใช้โทรศัพท์สาธารณะอยู่อีกหลายครั้ง เปลี่ยนไปลองเครื่องใหม่แต่ก็ไม่ได้ผล นึกโมโหตัวเองที่เมื่อคืนน่าจะเข้าอินเตอร์เน็ทค้นดูตำแหน่งบ้านใน Google Earth น่าจะดีกว่าการมาถามเอาข้างหน้าอย่างนี้ ในที่สุดก็เลยตัดสินใจลองขับหาดู ใช้ Sunit ‘s Eyes (ตาของภรรยาผม) แทน Google Earth ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อเลย เธอสามารถหาเจอจนได้ สิ่งที่เป็นบทเรียนสำหรับผมในครั้งนี้ก็คือ ก่อนออกเดินทางวางแผนน้อยเกินไป ไม่ได้ดูข้อมูลให้ชัดเจนก่อนที่จะออกเดินทาง คิดจะมาพึ่งโทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งผมเข้าใจว่าในปัจจุบันอาจขาดการบำรุงรักษาที่ดี เพราะคงจะค่อยไม่มีใครใช้กัน เนื่องจากทุกคนต่างก็มีโทรศัพท์มือถือใช้กันหมดแล้ว 

          วันต่อมา (26 เม.ย.) ญาติผมขับรถพาไปดูบ้านที่มีชื่อว่า “Fallingwater” เป็นบ้านของ Eagar J. Kaufmann (เจ้าของห้างสรรพสินค้าในเมือง Pittsburgh) ที่ได้บริจาคให้กับทางรัฐเพื่อจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว/แหล่งเรียนรู้แก่ชนรุ่นหลัง บ้านนี้เป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิกชื่อดัง “Frank Lloyd Wright” ที่ได้อาศัย Concept ใช้บ้านเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของน้ำตกที่ไหลผ่านบ้าน ดังภาพที่นำไว้ให้ดูข้างบนครับ