เกินคาดสำหรับการลิขิตด้วยกระดาษ flipchart ที่ถึงแม้ชาวบ้านผู้ร่วมสนทนาจะเห็นขณะเขียนก็ปรากกฏว่าไม่มีผลอะไร ไม่ได้สร้างความวิตกกังวล สร้างอิทธิพลใดๆ ที่เป็นเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะ flipchart ได้แยกส่วนไว้นอกวงสนทนาก็ได้ หรือผู้ร่วมสนทนาจะได้สนใจอยู่กับบรรยากาศการสนทนาซึ่งนำการสนทนาหลักตรึงเอาไว้ก็ได้ เวทีนี้สรุปได้ว่า flipchart ไม่ได้เป็นอุปสรรค

เมื่อ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ผมและคณะผู้ร่วมวิจัยโครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พื้นที่นครศรีธรรมราช ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้วยวิธีสนทนากลุ่ม focus group discussion ที่บ้านบางสะพาน ม.7 ตำบลบางจาก เลื่อนมาจากวันที่ 18 เม.ย.เพราะชาวบ้านไม่พร้อมเพราะเหตุเลือกตั้งท้องถิ่น

ไปทำสนทนากลุ่ม focus group discussion ครั้งนี้เราได้นำทั้งความรู้ประสบการณ์จากการที่ได้ไปดูคนอื่นทำ อ่านเอาจากเน็ต พูดคุย Bar กันหลายรอบ ไปประยุกต์ใช้

ชาวบ้านบางสะพานซึ่งทำจริงเรียนรู้จริงในประเด็นต่างๆของเศรษฐกิจพอเพียง 10 คน มานั่งล้อมวง

ให้ผู้นำการสนทนาหลัก 3 คน ได้แก่ ดร.สมหมาย คชนูด ผศ.สุจารี แก้วคง และหมอวิเชียร ไทยเจริญ นั่งกระจายอยู่ในวงของชาวบ้าน

รอบนอกก็มีคุณลิขิต ซึ่งประกอบด้วยผมเอง บันทึกด้วยโปรแกรม mindmapper ครูแต้ว บันทึกลงแบบบันทึกข้อมูลที่ได้จัดเตรียมไปแล้ว และครูราญ บันทึกลงใน flipchart

อ.เฉลิมลักษณ์ เต็มภาชนะ จาก กศน.จังหวัดนครศรีฯ ไปเป็นผู้สังเกตการณ์เวทีสนทนา

ผมได้เกริ่นนำว่าวันนี้จะมาสนทนากับคนทำจริงในประเด็นต่างๆของเศรษฐกิจพอเพียงที่หมู่บ้านคัดแล้วทั้ง 10 คน ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ตั้งแต่บ่ายโมงถึงบ่ายสาม ขออนุญาตบันทึกข้อมูลทั้งเขียน และบันทึกเทปวิดีโอด้วย จากนั้นแนะนำทีมผู้ร่วมสนทนาหลัก

กระบวนการสนทนากลุ่มจึงได้เริ่มขึ้น

ผู้นำสนทนาหลักทั้งสามคนได้เริ่มต้นกิจกรรมแนะนำตัว สร้างความสัมพันธ์ที่ดี เนื่องจากใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาทำให้คุ้นเคยกันเร็ว การสนทนาในรายละเอียดเนื้อหาประเด็นต่างๆก็ติดตามมาต่อจากนั้น

เวลาสองชั่วโมงหมดไปรวดเร็วเหลือเกิน

สิ่งที่ได้เกินคาด คือ........

ผู้นำการสนทนาหลัก 3 คน ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกสามารถขจัดอคติได้เป็นอย่างดี ถ้าผมดำเนินการเป็นผู้นำการสนทนาเอง ข้อมูลที่จะให้อาจจะมีความเกรงอกเกรงใจ

ผู้นำการสนทนาหลักสามคนซึ่งได้ศึกษากรอบประเด็นสนทนาล่วงหน้าที่ผมได้ทำหนังสือเชิญและแนบกรอบประเด็นสนทนาไปให้ ได้ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี และสามารถเสริมการสนทนา เชื่อมโยงข้อมูลทำทีมได้เป็นอยางดี ไม่มีช่วงใดกลุ่มสนทนาหยุดชะงัก หรือเงียบ

คุณสังเกตซึ่งมีกรอบประเด็นสนทนาอยู่ในมือด้วยเหมือนกัน เมื่อเห็นว่าประเด็นใดยังไม่ได้หยิบยกมาพูดคุยซักถามสนทนากัน ก็จะส่งสัญญาณให้ผู้นำการสนทนาหลักได้รับรู้อย่างไม่ให้ขัดจังหวะ

ข้อมูลที่มีการสนทนากันถ้าไม่ได้คุณลิขิตหลายท่านช่วยกันลิขิตอาจจะทำให้ตกหล่นไปมากได้ เพราะข้อมูลถูกสกัดออกมามากทีเดียว

ข้อมูลที่คุณลิขิตแต่ละท่านบันทึก ผมมีการจัดการดังนี้

ผมใช้โปรแกรมบันทึกข้อมูล mindmapper ที่ผมใช้เป็นตัวหลัก จากนั้นก็นำข้อมูลทั้งจากที่ครูแต้วบันทึกและที่ครูราญบันทึกมาเสริมลงใน mindmapper........หากในรายงานวิจัยจำเป็นต้องอ้างคำพูดผมก็จะตามดูคำพูดจากวีดิโออีกทีหนึ่ง (ขั้นตอนนี้ยังไม่ได้ทำ)

เกินคาดสำหรับการลิขิตด้วยกระดาษ flipchart ที่ถึงแม้ชาวบ้านผู้ร่วมสนทนาจะเห็นขณะเขียนก็ปรากกฏว่าไม่มีผลอะไร ไม่ได้สร้างความวิตกกังวล สร้างอิทธิพลใดๆ ที่เป็นเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะ flipchart ได้แยกส่วนไว้นอกวงสนทนาก็ได้ หรือผู้ร่วมสนทนาจะได้สนใจอยู่กับบรรยากาศการสนทนาซึ่งนำการสนทนาหลักตรึงเอาไว้ก็ได้ เวทีนี้สรุปได้ว่า flipchart ไม่ได้เป็นอุปสรรค

ผมสังเกตเห็นว่าผู้เข้าร่วมสนทนาจะให้ความสนใจ flipchart เมื่อตอนที่ครูราญได้ทำกิจกรรมคืนกลับข้อมูล และเพื่อการตรวจสอบ ปรับปรุงเพิ่มเติมตอนก่อนปิดการสนทนา

และสิ่งที่ได้เกินคาดอีกอย่างหนึ่งคือมีนักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรราช (ไสใหญ่) จำนวน 30 คน ที่ไปเข้าค่ายศึกษาชุมชนที่บางสะพานพักอยู่ที่วัดบางสะพานเป็นเวลาสองสัปดาห์ไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย

สิ่งที่จะทำต่อไปคือ........

นำข้อมูลที่อยู่ใน mindmapper มาพิจารณาดูว่ามีอะไรน่าสนใจ สมควรหยิบยกข้อมูลส่วนไหนประเด็นใดขึ้นมาทำเวทีต่อๆไป ให้ได้ข้อเท็จจริง ข้อสรุป  หรือข้อมูลใดจะสมควรสัมภาษณ์เชิงลึก

การดำเนินการในรายละเอียดต่อจากนี้ไป ผมจะรายงานต่อเนื่องครับ