เป็นลูกน้อง..ให้ทำงานจนสุดความสามารถ เป็นหัวหน้า..อย่าลงนรก

          ในตอนนี้ผมจะเล่าวิธีสอนของแม่ ป.4 ที่ชี้แนะแนวทางการทำงานจนมีผลดีต่อผม ทำให้ผมเป็นคนไม่เครียด ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง หรือ เป็นหัวหน้าคนอื่น  เชิญติดตามนะครับ

เมื่อผมจบปริญญาตรีใหม่ ๆ แล้วเป็นหัวหน้าหมวดวิชาอยู่ที่โรงเรียนบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น ช่วงปิดเทอม ผมกลับบ้าน แล้วไปบ่นให้คุณแม่ของผมฟังว่า"โอ๊ย..เบื่อมากเลยแม่ครูเดียวนี้ ทำอะไรก็ไม่ค่อยเป็น ไม่รู้จบปริญญามาได้อย่างไร  มอบหมายงานอะไรให้  ก็ทำไม่ถูกใจเลย"

แม่ถามว่า  “แล้วทำไมจึงต้องไปมอบงานให้เขาทำล่ะ”

“ก็ ผมเป็นหัวหน้าหมวดนี่แม่ ก็ต้องมอบหมาย หรือกระจายงานซิครับ” ผมตอบ

แม่ก็เลยสวนกลับหรือสอนกลับว่า

"ถ้าอยากได้อะไรตามใจเราทุกอย่างขอให้ทำเองน่ะลูก" 

“เมื่อไหร่ที่มอบหมายงานให้คนอื่นทำ หากทำได้ตรงตามใจเราสัก 60 %  ก็ถือว่าดีมากแล้ว”   

“ไม่มีใครในโลกนี้ที่ทำได้ตามใจเราหมดทุกเรื่องหรอกลูก”

"ถ้าลูกคิดเช่นนี้ และเครียดกับเรื่องเหล่านี้ลูกไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำคน หรือหัวหน้าคนอื่นหรอก"

ตั้งแต่นั้นมา ผมไม่เคยเครียดเมื่อมอบหมายงานให้คนอื่น แม้เขาจะทำไม่ถูกใจ ก็ได้แต่พยายามชี้แนะให้เขาปรับปรุงงาน และถ้าเห็นว่าเขาปรับปรุงจนสุดความสามารถแล้ว บ่อยครั้งที่ต้องแก้งาน หรือปรับปรุงเพิ่มเติมงานด้วยตัวเอง

ภายใต้การสอนในเรื่องนี้ แม่ชี้แนะแบบต่อเนื่องว่า  “หากเราเป็นลูกน้อง  ให้ทำงานอย่างเต็มที่ จนสุดความสามารถ” งานจะออกมาอย่างไรก็ต้องถือว่า “เราทำดีที่สุดแล้ว”  “จิตใจเราก็ควรจะมีความสุขแล้ว หรือขึ้นสวรรค์ได้แล้ว เพราะงานสำเร็จด้วยการทุ่มเทจนสุดความสามารถของเราแล้ว”

“แล้วถ้า หัวหน้าไม่พอใจในผลงานเราล่ะแม่” ผมถาม

“ถ้าเป็นเช่นนั้น หัวหน้าก็จะมีจิตใจร้อนรุ่ม หรือด่าเราแบบไม่ยั้ง หรือ อีกนัยหนึ่ง คือ หัวหน้ากำลังตกนรก” คุณแม่ตอบ

“หากเป็นไปได้ ลูกก็ควรช่วยหัวหน้าให้ขึ้นจากขุมนรก ด้วยการช่วยปรับแก้งานให้ดีที่สุด แบบเต็มความสามารถอีกครั้งหนึ่ง ตามคำชี้แนะของหัวหน้า โดยลูกไม่ควรโกรธหัวหน้า ให้ระลึกเสมอว่า เขาอยู่ภาวะที่น่าเห็นใจ(กำลังอยู่ในขุมนรก) มากกว่าการที่จะโกรธตอบ”

ท่านเชื่อ หรือไม่...คำสอนของ แม่ ป.4 เหล่านี้ ช่วยให้ผม ไม่เครียด เมื่อเป็นลูกน้อง  (ฮิ..ฮิ..ได้แต่เห็นใจ  “ตายแล้ว หัวหน้าเรา ลงนรกอีกแล้ว เพราะได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย” ในขณะที่เรากำลังจะไปขึ้นสวรรค์ หรือ รับประทานอาหารเที่ยง)  และ ผมจะไม่ลงนรก หรือโกรธเลย เมื่อลูกน้องทำงานไม่ถูกใจ ในขณะที่ผมเป็นหัวหน้า  และเมื่ออยู่ในวงวิชาการก็มีความคิดว่า “การถกเถียงกัน หรือมีความเห็นไม่ลงรอยกัน ก็เป็นเรื่องปกติ  คนเรา ไม่มีทางที่จะคิดและทำอะไรเหมือนกันไปหมด  ถกเถียงกันได้ โดยต้องพยายามอธิบายเหตุผล แต่ถ้าเขายังไม่เข้าใจอีก ก็ต้องรอ “วันหนึ่งเขาคงเข้าใจ”