กะเหรี่ยง หรือ “ ปกากะญอ” ขึ้นชื่อว่าเป็นชนเผ่าที่รักความสันโดษ อยู่อย่างเงียบ ๆ ชอบใช้ชีวิตอยู่กับป่าไม้ลำเนาไพร ยึดถืออาชีพที่เป็นอิสระ กะเหรียงดั้งเดิมส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา อยู่ตามป่าตามเขา ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล ส่วนสัตว์เลี้ยงก็จะเลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหารมากกว่าการค้าขาย ใช้ชีวิตแบบพึ่งป่าพึ่งน้ำอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่
![]() |
การเกษตรของชนเผ่ากะเหรี่ยง การเกษตรใน อดีต อาชีพการเกษตรเป็นอาชีพที่ชนเผ่ากะเหรี่ยงจะยึดเป็นอาชีพหลัก เช่น การทำไร่ ทำนา สมัยก่อนจะชอบทำไร่เลื่อนลอย แต่ภายหลังหันมาดำนา โดยใช้ช้างเป็นเครื่องมือบุกเบิก นอกจากทำนา ทำไร่แล้ว ยังปลูกพืชผักสวนครัวเอาไว้กินเอง พืชที่นิยมปลูก เป็นจำพวก ถั่ว ข้าวโพด ขิง มะเขือ หัวหอม ผักประเภทต่าง ๆ นอกจากนี้ยังปลูกฝ้ายเอาไว้เองในครัวเรือน เพื่อถักทอเป็นเครื่องนุ่งห่ม บ้างก็ปลูกเพื่อส่งออกในตลาดเพื่อมาเป็นเงินจุนเจือครอบครัว การเกษตรปัจจุบัน อาชีพการเกษตรของชนเผ่ากะเหรี่ยง เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากอดีตที่เคยปลูกไว้กินไว้ใช้ แต่ภายหลังเริ่มมีการปลูกในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อส่งออกในตลาด และนอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีทางการเกษตร อย่างเห็นได้อย่างชัดว่า สมัยก่อนจะใช้ควายในการไถนาเป็นหลัก แต่ปัจจุบันได้มีการใช้รถไถเดินตาม เข้ามาแทนที่ควาย ทำให้การเร่งที่จะเพิ่มผลผลิต ต้องผ่านกระบวนการแข่งขันทางการตลาดเพิ่มมากขึ้นในสังคมของชนเผ่ากะเหรี่ยง |
|
การค้าขายของชนเผ่ากะเหรี่ยง การค้าขายในอดีต การค้าขายของชนเผ่ากะเหรี่ยงในอดีตจะไม่มีการใช้เงินตรา ส่วนใหญ่จะเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้า คือ เมื่อล่าสัตว์หรือหาของป่าได้ ก็จะนำไปแลกเปลี่ยนกับสิ่งของเครื่องใช้ในเมือง หรือแลกเปลี่ยนกันเอง อยู่ที่ความพอใจ และการตกลงกันระหว่างสองฝ่าย การค้าขาย ปัจจุบัน เมื่อเวลาผ่านยุคสมัยเปลี่ยนไป ทำให้มีการค้าขายโดยใช้เงินตราเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน แทนที่จะเป็นสิ่งของเหมือนดังเช่นสมัยก่อน และในปัจจุบันจะพบว่า มีบางส่วนที่ทำการค้าขายขนาดย่อมภายในหมู่บ้านของตนเอง
|



http://gotoknow.org/blog/333999