ไขมันที่น่ากลัวที่สุดแฝงมาในรูปอาหารผัด-ทอด ให้กำลังงาน 9 แคลอรีต่อกรัม อาหารกลุ่มโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่น่ากลัวที่สุดแฝงอยู่ในรูปเครื่องดื่ม และน้ำผลไม้ ให้กำลังงาน 4 แคลอรีต่อกรัม

...

ต่อไปเป็นแกงใส่กะทิ... ท่านอาจารย์สง่า ดามาพงษ์ท่านแนะนำให้กินแบบพอเพียง เช่น ถ้าอยากกินขนมจีนใส่น้ำยาซึ่งมีกะทิ ให้นำมาผสมกับน้ำยาป่า ฯลฯ เนื่องจากน้ำยาป่าไม่ใส่กะทิ ฯลฯ

ตัวอย่างกำลังงาน (แคลอรี) ในขนมจีนปรากฏดังตาราง

...

อาหารประเภทขนมจีน กำลังงาน (แคลอรี)
ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ 594
ขนมจีนน้ำยากะทิ 332
ขนมจีนน้ำเงี้ยว 243
ขนมจีนน้ำยาป่า 210

...

ผู้เขียนมีประสบการณ์ไปอบรมผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลางที่วิทยาลัยสาธารณสุขพิษณุโลกในปี 2542

เพื่อนที่เป็นชาวไทยใหญ่จากแม่ฮ่องสอนบอกว่า ถ้าจะเรียกขนมจีน "น้ำเงี้ยว" ให้ถูกใจชาวไทยใหญ่ ให้เรียกว่า "ขนมจีนน้ำแกง" เนื่องจากชาวไทยใหญ่ฟังคำ "น้ำเงี้ยว" แล้วไม่ค่อยสบายใจ (คล้ายๆ กับเป็นคำดูถูกหรืออะไรทำนองนั้น) ถ้าไปแม่ฮ่องสอน... ลองเรียก "ขนมจีนน้ำแกง" ดูนะครับ

...

ภาพที่ 1: หนังสือ "อ้วนอันตราย...ไม่อยากตายต้องลดอ้วน" ของท่านอาจารย์สง่า ดามาพงษ์ [ แนะนำให้ซื้อมาอ่านครับ ]

...

ทีนี้พวกแกงที่เป็นศัตรูของการลดความอ้วน... นอกจากจะเป็นพวกแกงใส่กะทิแล้ว แกงที่มีน้ำมันลอยหน้า หรือใส่เนื้อติดมันมากๆ นี่ต้องระวังให้มาก

ถ้าจะกล่าวถึงแกงน้ำมันลอยหน้าแล้ว คงไม่มีชาติใดเป็นมหาอำนาจเกินหน้าพม่าไปได้ เพราะคนที่นั่นเชื่อกันมาแต่โบราณว่า อาหารชั้นดีต้องมีน้ำมันลอยหน้า

...

ผู้เขียนสังเกตว่า แกงชั้นดีของพม่าจะมีน้ำมัน "ลอยหน้า" หนาประมาณ 7 มิลลิเมตร ไม่ว่าจะเป็นอาหารในพุกาม มัณฑเลย์ หรือย่างกุ้ง

คนพม่านิยมเปิบอาหารด้วยมือ ร้านอาหารหลายแห่งจึงต้องมีอ่างล้างมือพร้อมสบู่ไว้หน้าร้าน ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการ "หยาดเยิ้ม" ทั้งมือและข้อมือจนบอกได้แต่ไกลเลยว่า เพิ่งเปิบอาหารพม่ามา

...

ตัวอย่างกำลังงาน (แคลอรี) ในแกงปรากฏดังตาราง (ปริมาณ 250 กรัม หรือประมาณเท่าครึ่งหนึ่งของขวดน้ำดื่มขนาดครึ่งลิตร)

แกง กำลังงาน (แคลอรี)
พะแนงไก่ 380
มัสมั่นไก่ 357
แกงเขียวหวานไก่ 332.8
แกงส้ม 175.06
แกงเลียง 166.24

...

อาจารย์ท่านแนะนำไว้ว่า

  • แกงใส่กะทิ หรือมีเนื้อติดมัน เช่น มัสมั่นไก่ ฯลฯ ถ้าอยากกินจริงๆ ก็กินได้ ทว่า... ให้กินเดือนละ 1 ครั้งพอ
  • ให้ตักแต่เนื้อ > ตักน้ำแกงให้น้อยที่สุด
  • ถ้ากินแล้ว > มื้อต่อไปต้องกินอาหารไขมันต่ำไปอย่างน้อย 1 วันเต็มๆ เน้นผักให้มาก

...

ทีนี้แกงพวกไหนดีกับการลดความอ้วน คำตอบคือ

  • แกงจืด
  • แกงส้ม
  • แกงเลียง

...

ตอนผู้เขียนเรียนปริญญาโทบริหาร อาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวถึงคำพูดของน้องท่านที่ไปเรียนด้านสุขภาพในอเมริกา

น้องของท่านเล่าถึงคำกล่าวเกี่ยวกับอาหารจานด่วน (ฟาสต์ฟูด) ในอเมริกาไว้ว่า ถ้าไปเจอร้านขายไก่ 2 เจ้า จะเลี้ยวรถไปทางไหนดี

...

ร้านหนึ่งขายไก่ทอด อีกร้านขายไก่ย่าง... ถ้าเข้าร้านไก่ทอดจะเป็นโรคอ้วน ถ้าเข้าร้านไก่ย่างจะเสี่ยงสารก่อมะเร็ง

ท่านอาจารย์สง่าแนะนำว่า ถ้าจะกินไก่ ต้องกินกับผัก-ผลไม้ (ผลไม้ที่ไม่หวานจัดทั้งผล ไม่ใช่น้ำผลไม้) เลือกชนิดไม่ทอด และลอกหนังทิ้งไปจึงจะดี

...

ตารางต่อไปนี้แสดงกำลังงาน (แคลอรี) ในไก่ประเภทต่างๆ จากปริมาณ 100 กรัม (ประมาณมากกว่าฝ่ามือผู้ใหญ่ หรือแผ่น CD ไปเล็กน้อย)

อาหารประเภทไก่ กำลังงาน (แคลอรี)
ไก่ย่าง 168.11
ไก่ทอด (กินแต่เนื้อ) 234
ไก่ทอด (กินทั้งเนื้อและหนัง) 239

...

ท่านอาจารย์สง่ากล่าวว่า ของทอดน้ำมันลอย หรือดีพฟราย (deep fry) นั้นเสี่ยงทั้งอ้วน และมะเร็ง เนื่องจากมีการใช้น้ำมันทอดซ้ำหลายๆ ครั้ง

กำลังงาน (แคลอรี) ในอาหารกลุ่มนี้จะสูงมากเป็นพิเศษดังตาราง

...

อาหารประเภททอด กำลังงาน (แคลอรี)
เผือกทอด 406
ปอเปี๊ยะทอด 320.7
ปอเปี๊ยะทอด + น้ำจิ้ม 371
มันทอด 314
เต้าหู้ทอด 294
เกี๊ยวกรอบ 236.7
เกี๊ยวกรอบ + น้ำจิ้ม 287
ปาท่องโก๋ 1 คู่ 124
โดนัท 1 ชิ้น 95
สาคูไส้หมู 5 ลูก 80

...

อาจารย์ท่านแนะนำให้ลองซื้อปาท่องโก๋มา ใช้ทิชชูห่อ บีบให้บู้บี้ แล้วคลี่ทิชชูออก จะพบคราบสีเหลืองเข้ม และจุดดำๆ นั่นคือ สารก่อมะเร็ง

บรรดาอาหารที่มีสารก่อมะเร็งนี่... ที่มีชื่อมากคือ "ชิ้นทอด (จิ้นทอด)" ของทางเหนือ เป็นหมูเสียบไม้ ทาน้ำมันหมู วางบนเตาถ่าน

...

เวลาปิ้งคนขายมักจะชุบน้ำมันให้เยิ้ม น้ำมันจะหยดลงบนถ่าน เกิดควันคละคลุ้งไปทั่วซอย ควันที่มีสารก่อมะเร็งจะลอยขึ้นมาจับหมูทางด้านล่าง

คนขายจะจับ(เนื้อ)หมูพลิกไปพลิกมา ทาน้ำมันอีก น้ำมันจะหยดลงบนถ่านอีก ควันจะลอยขึ้นมาจับหมูทางด้านล่างอีก ถ้ายังขายไม่ออก จะทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านานนับชั่วโมง

...

นี่อาจช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมสถิติมะเร็งปอดถึงได้ชุกชุมที่สุดที่เชียงใหม่กับลำปาง

อาจารย์สง่าท่านแนะนำให้ "งด-ลด-ละ-เลิก" น้ำตาล ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำผึ้ง ขนม ลูกอม หรือเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ ให้หมด

...

ถ้าเป็นขนม "น้ำๆ" ไทยๆ เช่น กล้วยบวชชี ฯลฯ อาจารย์ท่านแนะนำว่า ไม่ควรกินเกินสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

เวลากินให้ตักแต่เนื้อ ทิ้งน้ำกะทิไว้จึงจะดี

...

ส่วนอาหารที่ควรกินพอประมาณ เพื่อช่วยลดความอ้วนได้แก่

  • ผลไม้ไม่หวานจัด เช่น ชมพู่ แอปเปิล ฝรั่ง มะละกอ มะม่วงดิบ ส้ม ฯลฯ
  • เมี่ยงคำ
  • ถั่วและขนมทำจากถั่วที่รสไม่หวานจัด
  • ส้มตำ

...

และอย่าลืม...

  • นอนให้พอ > ยิ่งอดนอน จะยิ่งหิว
  • นั่งลง + กินช้าๆ เคี้ยวช้าๆ > เนื่องจากสมองของคนเราต้องการเวลากำหนดรู้ว่า "อิ่ม" 20 นาที ถ้ากินเร็ว... อาหารอาจหมดก่อนครบ 20 นาที ทำให้เก็บกด อึดอัด ดีไม่ดีเลยกินมากกว่าเดิม
  • กินผลไม้ไม่หวานจัดทั้งผล อย่าดื่มน้ำผลไม้ > เพื่อให้ได้เส้นใย (กากใย / ไฟเบอร์) เต็มที่ และเพื่อถ่วงเวลาให้ครบ 20 นาที 
  • งด-ลด-ละ-เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์ สาโท ฯลฯ)

...

อาหารที่ให้กำลังงานแบ่งเป็น 3 ประเภท ไม่ว่าจะกินอาหารประเภทใด ถ้ามากเกินแล้ว ทำให้อ้วนได้ทั้งนั้นได้แก่

  • โปรตีน > เนื้อ ถั่ว เต้าหู้ ไข่ โปรตีนเกษตร
  • คาร์โบไฮเดรต หรือ "คาร์บ" > แป้งและน้ำตาล
  • ไขมัน

...

ไขมันที่น่ากลัวที่สุดแฝงมาในรูปอาหารผัด-ทอด ให้กำลังงาน 9 แคลอรีต่อกรัม อาหารกลุ่มโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่น่ากลัวที่สุดแฝงอยู่ในรูปเครื่องดื่ม และน้ำผลไม้ ให้กำลังงาน 4 แคลอรีต่อกรัม

แอลกอฮอล์นี่เรียกได้ว่า เป็นน้องของไขมัน เนื่องจากให้กำลังงานสูงถึง 7 แคลอรีต่อกรัม แถมยังทำให้ขาดสติ

...

ลำพังขาดสติอย่างเดียวคงไม่ทำให้อ้วน ทว่า... ส่วนใหญ่มักจะขาดสติไปด้วย เคี้ยว-ดื่มไปด้วย เลยอ้วนมากขึ้นกว่าเดิม

คนที่มุ่งมั่นจะลดความอ้วนควรกินอาหารที่บ้านให้มากกว่าอาหารนอกบ้าน และอย่าลืม "งด-ลด-ละ-เลิก" งานเลี้ยง เพราะงานเลี้ยงแต่ละมื้อมักจะให้กำลังงานพอๆ กับอาหารที่อุตส่าห์ควบคุมมาเป็นวันๆ ทีเดียว

...

หมายเหตุ                                                       

บทความนี้มี 8 ตอน

  • โปรดคลิกที่นี่เพื่ออ่านตั้งแต่ตอนแรก / ตอนที่ 1
  • [ Click - Click ]
  • โปรดคลิกที่นี่ เพื่ออ่านตอนต่อไป / ตอนที่ 7
  • [ Click - Click ] 

...

ที่มา                                                  

  • ขอขอบพระคุณ > ท่านอาจารย์สง่า ดามาพงษ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข > อ้วนอันตราย...ไม่อยากตายต้องลดอ้วน > สำนักพิมพ์วายนอตคอมมิวนิเคชั่น. กรุงเทพฯ. พิมพ์ครั้งที่ 1. 2550. หน้า 76-86.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 25 เมษายน 2551.