ช่วงอาทิตย์ก่อนอยู่ๆก็มีอาการคลื่นไส้ พะอืดพะอมหลังอาหารเหมือนจะอาเจียนแต่ไม่อาเจียน  ปวดหัวเหมือนถูกบีบขมับ เป็นอยู่ 3-4 วันก็ปล่อยมันเป็นซะงั้นล่ะ ไม่ได้กินยาอะไร แล้วก็มานั่งว่าเป็นจากอะไรกันแน่

  • เครียดงาน
  • เครียดครอบครัว
  • อากาศร้อนมาก
  • โรคประจำตัวกำเริบ

ก็ตัดออกทีละข้อ

  • ครอบครัวระยะนี้ไม่เครียดค่ะ  ไม่มีเวลาทะเลาะกัน ลูกก็อยู่กรุงเทพอยู่กัน 2 คนต้องสามัคคีกันไว้เดี๋ยวไม่มีใครเป็นพวก
  • อากาศร้อนมาก อาจจะมีผล เพราะช่วงบ่ายห้องทำงานโดนแดดจังๆเหมือนกัน แล้วนโยบายประหยัดไม่ให้เปิดแอร์ ก็อาศัยตั้งกระติกน้ำให้ลมพัดผ่านไอเย็นจากน้ำในกระติกมาโดนตัว แล้วเดินล้างหน้า ชุบตัวบ่อยๆ  ก็ลองแก้ข้อนี้...กลับบ้านก็อาบน้ำก่อนเลย  ก็ดีขึ้นนะคะ
  • โรคไทรอยด์กำเริบ อีกหรือเปล่านะเพราะเหนื่อยง่ายขึ้น เดินขึ้นบันไดไปชั้น 3 ก็หอบแล้ว ..แต่แนวโน้มน่าจะขี้หนาว อ้วนขึ้นแต่ก็ไม่ใช่ เผอิญครบเจาะเลือด ก็ผลปกติ..รอจะเป็น hypothyroid อยู่มากกว่า
  • หรือสายตาแย่ลง  ก็ลองทั้งใส่ ทั้งถอดแว่น พักสายตางดดูทีวีและใช้คอม
  • เรื่องงานก็ไม่ได้เครียดอะไรมากมายนัก  มีแต่PMQA นั่นล่ะที่กุมขมับทำ

     วันนั้นกลับมาบ้านเลยตัดสินใจว่าไม่ไหวแล้ววันนี้ต้อง clear อารมณ์ก่อนเลย...พอถึงบ้านก็อาบน้ำสระผม  กินข้าวเสร็จ เปิดแอร์ ขึ้นนอนนิ่งๆ เฉยๆ พยายามทิ้งทุกอย่างทั้งหมด หลับตาทำใจให้เป็นปัจจุบันตามที่พระอาจารย์เคยสอนมา ตอนไปอบรมนสก.  ก็ประมาณซัก ครึ่งชั่วโมง 

   รู้สึกดีขึ้นนะค่ะ อาการปวดหัว ปวดกระบอกตาดีขึ้น อาการพะอืดพะอมลดลง แล้วก็พอสงบลงแล้วก็เปิดซีดีนิทานเรื่อง "มังกรไฟไม่เรียนหนังสือ" ของคุณประภาส ชลสรานนท์  คนเล่านิทานเล่าได้น่ารักมากค่ะเหมือนเราได้กับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลย ฟังแล้วก็ช่วยเติมสีสัน ได้รอยยิ้มกลับมาให้ตัวเอง พร้อมลุกทำงานต่อได้ในวันรุ่งขึ้นค่ะ 

   สรุปแล้วอาการแบตเตอรี่หมดกำเริบค่ะ  แล้วอากาศร้อนมากใช้สายตาแบบไม่รู้จักถนอมเลยผสมโรงกันไป  ใครก็ซ่อมไม่ได้ต้องตัวเราเองจ้า  ตอนนี้ก็เลยโอเคไม่มีปัญหาแล้ว 

  • กลับบ้านถ้าร้อนมากต้องอาบน้ำก่อน
  • พักการใช้สายตาเป็นระยะๆ
  • ทำกิจกรรมเสริมอารมณ์ให้เย็นและสงบ