จะยืนหยัดต่อไปในทางต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมไทย

สหายคนที่ 5 :       เราต่อสู้กันอยู่ในภาวะที่ตึงเครียดอยู่นานหลายปี ในช่วงหลัง ๆ รัฐบาลไทยได้มี

นโยบายให้ผู้ที่เข้าป่าไม่มีความผิดและเสนอจัดสรรที่ทำมาหากิน  ประกอบกับช่วงนั้นการสนับสนุนต่าง ๆ จากทางพรรคมีปัญหา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  มีการขัดแย้งแตกแยกกันเองภายใน และระหว่างพรรคใน  ลาว ไทย เวียดนาม  ในที่ประชุมใหญ่ของพรรคที่มีสมาชิกร่วมกันจากหลายประเทศ ทางพรรคเสนอเงื่อนไขบางประการ จำนวน 3 -4  เงื่อนไข  แต่ฝ่ายไทยรับไม่ได้  มีการแตกแยกกัน  และนักศึกษาก็เริ่มออกจากป่า

 

             

 

                พวกเราร่วมวงสนทนากันด้วยท่าทีเคารพและเอื้อเฟื้อต่อกันจนดึก  กาแฟและขนมขบเคี้ยวส่งกลิ่นหอมกลุ่นในความมืด  หนาวเย็นและง่วงเพลียด้วยกิจกรรมของพวกเราตลอดวัน

                เรื่องราวถูกถ่ายทอดจากคำพูดสนทนาที่มาจากความทรงจำในอดีตเจือด้วยอุดมการณ์ปฏิวัติที่ยังกลุ่นในความคิดของบรรดาสหายเมื่อได้รำลึกถึง

ผู้ร่วมประชุม : ขณะนี้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยยังคงอยู่หรือมีกิจกรรมทางการเมืองหรือ

ทางสังคมหรือไม่

สหายคนที่ 6 : ปัจจุบันพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยแม้ไม่ได้ดำรงอยู่ในรูปแบบของพรรค

การเมืองหรือ กลุ่มองค์กรทางการเมืองที่เคลื่อนไหวทางการเมือง  แต่สมาชิกหลายคนยังคงเคลื่อนไหวในทางสังคม โดยเฉพาะปัญหาต่าง ๆ ของเกษตรกรผู้ยากไร้ หรือประสบปัญหาทางสิทธิทางอาชีพหรือการดำรงชีวิตด้านต่าง ๆ กลุ่มของพวกเราได้ร่วมในกลุ่มผู้ประท้วงในปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าในระดับท้องถิ่นหรือในระดับประเทศ

                จากการร่วมต่อสู้ในรูปแบบของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่ผ่านมานั้นพวกเราร่วมกันด้วยอุดมการณ์และความชัดเจนทางความคิดปฏิวัติที่อยากเห็นความเป็นธรรมเกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งพวกเราเชื่อว่าหลักการทางสังคมนิยมจะเป็นวิธีการอันจะนำไปสู่ระบบการปกครองที่เป็นธรรมในสังคมไทยได้  แต่เมื่อเงื่อนไขหลายอย่างเปลี่ยนไป  แม้จะมีหลายคนที่ละทิ้งแนวความคิดหรืออุดมการณ์ทางการเมืองไป  แต่หลายคนก็ยังคงเชื่อมั่นว่าหลักการที่ดีของสังคมนิยมจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาหลายอย่างในสังคมไทยได้อย่างดีและถูกต้อง

                และแม้สงครามจะยุติลงแล้วด้วยการที่รัฐบาลได้พยายามสร้างความเป็นธรรมและพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนไปสู่ทางที่ดีขึ้น  แต่ปัญหามากมายในสังคมไทย  ในกลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเกษตรกรยากไร้ก็ยังมีอยู่มากมาย  การต่อสู้เพื่อสังคมของพวกเราจึงยังคงอยู่ และจะยืนหยัดต่อไปในทางต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมไทย

                .....................................................

อ. ดงหลวง จ.มุกดาหาร กลายเป็นพื้นที่สำคัญพื้นที่หนึ่งในการดำเนินยุทธศาสตร์ทางการเมืองและความมั่นคงภายในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2505 – 2523  เนื่องเพราะภูมิประเทศบริเวณนี้เป็นเทือกเขาและป่าไม้ที่หนาแน่น อยู่ไกลจากสังคมเมือง ผู้คนพื้นที่มีวัฒนธรรมและภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ ความแตกต่างทางสังคมและความห่างไกลจากการพัฒนาทั้งทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองการปกครองในยุคสมัยนั้น กลายเป็นพื้นที่ที่เป็นช่องว่างในทุก ๆ ด้านซึ่งกลายเป็นจุดล่อแหลมทางความมั่นคง  เมื่อพรรคคอมมิวนิตส์แห่งประเทศรัสเซีย  จีนและประเทศต่าง ๆ แถบอินโดจีนดำเนินยุทธศาสตร์สงครามประชาชนปฏิวัติตามอุดมการณ์ลัทธิสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์  ซึ่งเป็นอุดมการณ์คนละด้านจากฝั่งประเทศโลกเสรีและทุนนิยมซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกาที่ขณะนั้นใช้ประเทศไทยเป็นฐานวางกำลังเพื่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคอินโดจีน พื้นที่ในภาคอีสานและภาคเหนือของไทยหลายจังหวัดโดยเฉพาะในพื้นที่ป่าเขาจึงกลายเป็นสมรภูมิสงครามตัวแทน ( สังคมนิยม และเสรีนิยม )ในยุคสงครามเย็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาพแห่งความหวาดกลัวในแง่มุมของสองอุดมการณ์เสรีนิยมและสังคมนิยมถูกเล่าผ่านทางเสียง ภาพ และการกระทำรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำอีก  ในด้านหนึ่งอุดมการณ์สูงสุดของการปฏิวัติสังคมสู่ความเท่าเทียมและรุ่งเรือง คือเป้าหมายแห่งการต่อสู้  ในขณะที่อีกด้านกล่าวถึงชีวิตที่เป็นอิสระจากการควบคุม ระบบเศรฐกิจและการครอบครองทรัพย์สินที่เสรี และการธำรงศาสนา สถาบันเคารพต่าง ๆ  และแน่นอนว่าทั้งสองฝ่ายได้พยายามฉายภาพความเลวร้ายของฝ่ายตรงข้ามเพื่อแย่งชิงประชาชนเพื่อให้เข้าร่วมกับฝ่ายของตน เช่นนี้ยืดเยื้อยาวนานกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2523

อาจกล่าวได้ว่าที่ดงหลวงคือพื้นที่หนึ่งของประเทศไทยที่ดำรงความขัดแย้งนี้และต่อสู้กันด้วยกำลัง ด้วยความเชื่อแห่งระบบการเมืองการปกครองที่ชัดเจน  ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติก่อการรุนแรงอย่างไร้จุดหมาย รับใช้ หรือเป็นตัวแทนของใคร  เหตุผลสำคัญประการหนึ่งซึ่งเล่าจากปากสหายทหารป่าคือ ความแร้นแค้นทุกข์ยาก  และการปฏิบัติเหลื่อมล้ำจากคนของรัฐในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยขณะนั้นได้พยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางความคิดและขจัดสาเหตุของปัญหาที่นำมาสู่การจับอาวุธขึ้นต่อต้านรัฐของประชาชนไทย ความชัดเจนประการหนึ่งคือเมื่อภายหลังจากใช้กฎหมายและกำลังทหารเข้าทำลายกองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยซึ่งเป็นผลให้เกิดความสูญเสียทั้งสองฝ่ายและไม่อาจเห็นทางสำเร็จของภารกิจดังนั้นได้  รัฐบาลขณะนั้นโดย พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  จึงประกาศกลยุทธ์ใหม่โดยใช้การเมืองนำการทหาร โดย คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี  ที่  66 / 2523  ที่มีใจความสำคัญให้ผู้ที่มีความผิดตาม พรบ.การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ได้โอกาสเข้ามอบตัวกับทางการโดยยกเว้นความผิดและให้ถือว่าเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองและสังคมไทยขณะนั้น ยังผลให้การต่อสู้ในทางการเมือง อุดมการณ์ทางสังคม และการมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง สำหรับสังคมไทยมีการพัฒนาขึ้นอีกระดับ โดยเฉพาะในด้านเงื่อนไขการปลุกระดมมวลชนของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้ถูกสลายไปอย่างรวดเร็ว