คุณสุวรรณ..บ้า...หรือว่า....คิดริเริ่ม
อ่านเรื่องอิลราชคำฉันท์ ของพระยาศรีสุนทรโวหาร(ผัน สาลักษณ) ที่คุณกวินทรากร นำมาเสนอแล้วก็นึกว่า เรื่องนี้เป็นที่มาของคนสองเพศ ในโลกเราหรือเปล่าหนอ เพราะในสังคมเดี๋ยวนี้ บางคนเป็นทั้งเมียและผัว ในคนคนเดียวกันก็มี เช่นพวกเกย์บางคน ที่ประเภทหญิงก็ได้ ชายก็ดี
อ่านไปๆผมก็นึกถึงวรรณคดีแปลกๆขึ้นมาอีก จำไม่ได้ว่าคุณกวินทรากรนำมาวิเคราะห์หรือยัง วรรณคดีเรื่องนี้ คือ บทละครเรื่อง อุณรุทร้อยเรื่อง และเรื่องพระมะเหลเถไถของคุณสุวรรณ
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ว่า "คุณสุวรรณ เป็นธิดาพระยาอุไทยธรรม(กลาง) ราชินิกุลบางช้าง (เธอ)มีอุปนิสัยใจรักการแต่งกลอนมาแต่ยังเด็ก ได้ถวายตัวทำราชการฝ่ายในตามเหล่าสกุลเมื่อในรัชกาลที่ ๓ อยู่ที่ตำหนักพระเจ้าลูกเธอกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ในชั้นนั้น คุณสุวรรณได้แต่งกลอนเพลงยาวเป็นนิราศ เรื่องกรมหมื่นอัปสรฯประชวร....
คุณสุวรรณมามีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อรัชกาลที่ ๔ เหตุด้วยเสียจริต แต่ไม่คลั่งไคล้อันใด เป็นแต่ฟุ้งไปในกระบวนแต่งกลอน จึงแต่งบทละคร ๒ เรื่อง...เรียกกันว่า เรื่องพระมะเหลเถไถเรื่องหนึ่งกับ อุณรุทร้อยเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง เล่ากันมาว่า คุณสุวรรณอยู่เรือนที่แถวนอก ใครไปหาถ้าบอกว่าอยากฟังบทละครที่แต่งใหม่ คุณสุวรรณก็ว่าบทละคร ๒ เรื่องนี้ให้ฟังโดยจำไว้ได้แม่นยำ ผู้ที่ได้ฟังเห็นขบขันก็พากันชอบ ที่จำได้บ้างก็มาว่าให้ผู้อื่นฟังต่อๆมา เพราะฉะนั้น บทละครของคุณสุวรรณจึงแพร่หลาย พวกผู้ดีชาววังจำกันได้ มากบ้างน้อยบ้างแทบไม่เว้นตัว แต่ที่ได้จดไว้เป็นตัวอักษรนั้นน้อยแห่ง ...คุณสุวรรณถึงแก่กรรมเมื่อต้นรัชกาลที่ ๕ "
ผมอ่านประวัติแล้ว..ก็มานั่งพิจารณาว่า นี่คุณสุวรรณเสียจริตหรือที่พวกเราพูดว่า "บ้า" จริงหรือ คนบ้าอะไรแต่งกลอน รู้เสียงวรรณยุกต์ รู้สัมผัส รู้ศัพท์ ได้ลึกซึ้ง ผมว่าท่านอาจจะไม่บ้าก็ได้ แต่ท่านอาจเบื่อความจำเจในโครงเรื่องของวรรณคดี หรือมีอารมณ์ขันที่จะทำอะไรให้แหวกแนวออกไป แต่ในสังคมโบราณ ใครทำอะไรแปลกที่สังคมยุคนั้นไม่ทำกัน ก็มักจะถูกหาว่าบ้า....จำได้ไหม..ที่คนส่วนใหญ่เคยเชื่อว่าโลกแบน....นักวิทยาศาสตร์คนแรก..ที่บอกว่าโลกกลมก็ถูกหาว่า...บ้า..คุณสุวรรณอาจจะเป็นคนที่คิดริเริ่มสร้างสรรค์ก็ได้
เรื่องอุณรุทร้อยเรื่อง คุณสุวรรณเอาตัวละครจากวรรณคดีหลายเรื่องๆมาบูรณาการกันอย่างสนุกสนานทีเดียวลองอ่านดูนะครับ
เมื่อนั้น พระอุณรุทผู้รุ่งรัศมี
สมสู่อยู่ด้วยนางจันที ภูมีตรีตรึกนึกใน
แค้นด้วยอิเหนากุเรปัน กับสุวรรณมาลีศรีใส
เอานางจันสุดายาใจ ไปยกให้พระสมุทบุตรระตู
เสียดายวงศ์อสัญแดหวา พระราชาเคืองแค้นแสนอดสู
เหม่เหม่อสุรินดูหมิ่นกู จะได้ดูฤทธิ์กันในวันนี้
ส่วนในเรื่องพระมเหลเถไถ คุณสุวรรณใช้คำที่ไม่มีความหมาย มาแต่งปนไปกับคำที่มีความหมายแต่คนอ่านแล้วรู้เรื่อง สมเด็จกรมพระยาดำรงทรงกล่าวว่า" คุณสุวรรณแต่งเป็นภาษาบ้างไม่เป็นภาษาบ้างปะปนกันไปแต่ต้นจนปลาย แต่ใครอ่านก็เข้าใจความได้ตลอดเรื่อง ความขบขันอยู่ที่ตรงข้อนี้" ลองดูตัวอย่างนะครับ
เมื่อนั้น พระมะเหลเถไถมะไหลถา
ชวนนางตะแลงแกงมะแลงกา ขึ้นทรงคชามะลากุย
ออกจากพลับพลามะลาโท ทวยหาญขานโห่ตะลุ๋ยปุ๋ย
ดัดดั้นบั่นบุกปุกปุย อีหลุกขลุกขลุยมะลุยปอย
หมายเหตุ สะกดการันต์ตามต้นฉบับที่คัดลอกมา
สวัสดีเจ้าค่ะ ครูพิสูจน์
ครูจ๋า หนูจะไปภูเก็ตแล้วนะ ลุงสิงห์ป่าสักจะมารับและ เดี๋ยวซื้อขนมมาฝาก 555++...คึดฮอดหลายๆเด้อ คิคิ รักษาสุขภาพด้วยเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ----> น้องจิ ^_^
ต้อมว่า..สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับกันก็คือคนทั่วไปจะยอมรับและแบ่งแยกออกเป็นสองเพศ หากผู้ใดมีพฤติกรรมที่แปลกแยกออกไปจะถูกมองให้เป็น "ของแปลก" ทั้งที่จริงแล้วคนเราก็มีคุณค่าของการเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน
คุณสุวรรณเธอคงไม่บ้าหรอกค่ะ หากแต่การทำอะไรที่แตกต่างออกไปจากคนในสังคม จึงมักจะถูกตัดสินให้เป็นคนเสียสติไป หรือเป็นผู้ผิดแปลกไปจากคนหมู่มาก
โชคดี..นะน้องจิ และคุณแม่ยุพิน..สองคนที่เก่งทั้งแม่และลูก..เก็บเกี่ยวประสบการณ์..และนำมรดกเมืองสุพรรณไปเผยแพร่ตามโอกาสนะจ๊ะ
ขอบคุณ เปาลี ที่แวะมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงความคิดเห็นอันมีคุณค่าครับ
สวัสดีค่ะ อ.พิสูจน์
ขออนุญาติเอาบทชมโฉมนางตะแลงแกงมาให้อ่านกันสักบทค่ะ
พระเพ่งพินิจมะลิดตัก
ประไพพักตร์เพียงจันทร์มะลันถี
อรชรอ้อนแอ้นมะแรนจี
เลิศล้ำนารีมะลีทา
ฤาหนึ่งนางในมะไลจึก
พระไพรพฤกษ์พระไทรมะไลต๋า
แกล้งจำแลงแปลงกายมะไลทา
มาหลอกเล่นเห็นมามะลาตม
ฤาหนึ่งยักษ์ขินีผีไพร
มาคิดปองลองใจมะไลถม
จึงทรงโฉมโสภามะลางม
จำจะปลุกชวนชมขึ้นลมปู
๏ ร่าย คิดพลางทางอิงมะลิงออง
ค่อยประคองปลุกนางมะลางฉู
เจ้างามชื่นตื่นเถิดมะเลิศตู
แล้วเล้าโลมโฉมตรูมะลูเตา
๏ เมื่อนั้น
โฉมนางตะแลงแกงมะแลงเก๋า
ลืมเนตรเห็นองค์มะลงเทา
นงเยาว์เคืองขัดปัดกร
เออไฉนไยทำกะลำกัก
มาหาญหักไม่เกรงมะเลงฉอน
ข้าอยู่ถึงภารากะลาตอน
ไปลักพามาชอนมะลอนไชย
ขอบคุณค่ะ
สนุกสนานครับ อาจารย์
จะบ้าไม่บ้าไม่น่าเกี่ยวอะไร ของจริงได้วางแผ่อยู่แล้วครับ
ดีมากครับมีโอกาสน่าจะมีอะไรมาเสนออีกนะครับ จะคอยติดตาม
สำบายดีค่ะ
อ่านแล้วสำบายใจค่ะ
สวัสดีครับอ.พิสูจน์
ผมเข้ามาอ่านแล้ว
ผมเป็นคนไม่เก่งเรื่องนี้นะครับ
แต่ว่าอ่านแล้ว ได้อรรถรสดีนะครับ
ขอบคุณ คนไม่มีราก มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บันทึกที่ให้อ่านมีข้อคิดน่าคิดน่าสนใจมากครับ
ขอบคุณครูมิม นำพระมะเหลเถไถ มาต่อยอด นางตะแลงแกง กับนางประแดะ ใครจะสวยกว่าใครเอ่ย
"พิศแต่หัวจรดเท้าขาวแต่ตา สองแก้มกัลยาดั่งลูกยอ"
ขอบคุณ คุณสิทธิรักษ์ ครับพยายามจะทำตาม ที่..แนะนำครับ
ขอบคุณ..อาจารย์พรรณา ใกล้เปิดเทอมอีกแล้ว...ไม่อยากนึกเลยเนอะ
ขอบคุณคุณกวินทรากร...ผมไม่เคยอ่านพระราชวินิจฉัยรัชกาลที่ ๕ เลย..นับเป็นสิริมงคลแก่ตัวผมครับ..ที่ได้ทราบเรื่องนี้..และแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้..
ขอบคุณ HeadOfArt ครับที่มาเยี่ยมแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจครับ
สวัสดีค่ะ อ.พิสูจน์
วันนี้มิมขอต่อยอดอีกสักหน่อยนะคะ นางประแดะที่อาจารย์กล่าวถึงนั้นเป็นตัวละครที่อยู่ในบทละครเรื่อง ระเด่นลันได แต่งโดย พระมหามนตรี (ทรัพย์)
และวันนี้มิมขอนำบทชมโฉมนางประแดะมาให้อ่านกันเพลินๆ ค่ะ ย้ำนะค่ะว่าบทชมโฉมจริงๆ อิอิ
สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด
งามละม้ายคล้ายอูฐกะกลาป๋า
พิศแต่หัวตลอดเท้าขาวแต่ตา
ทั้งสองแก้มกัลยาดังลูกยอ
คิ้วก่งเหมือนกงเขาดีดฝ้าย
จมูกละม้ายคล้ายพร้าขอ
หูกลวงดวงพักตร์หักงอ
ลำคอโตตันสั้นกลม
สองเต้าห้อยตุงดังถุงตะเคียว
โคนเหี่ยวแห้งรวบเหมือนบวบต้ม
เสวยสลายาจุกพระโอษฐ์อม
มันน่าเชยน่าชมนางเทวี
******************
ขอบคุณ ครูมิม นำบทชมโฉม นางเอกเรื่องระเด่นลันได วรรณกรรมล้อเลียนเรื่องแรกมาให้พวกเราได้อ่านกัน...เธอคงเป็นนางเอกที่สวยที่สุดแล้ว
ขอบคุณ Lin Hui นำ สิ่งน่ารู้ มาฝาก ลูกชายชอบกินมากเลยไก่ทอด..ต้องบอกให้เขารู้ซะแล้ว