เจ้าถ้วยฟู และปุยฝ้ายเค้าเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน...แม้ขนาดจะแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด เพราะเธอมีพฤติกรรมที่ต่างกัน..ก็แม่สาวปุยฝ้ายตัวเล็ก พอเธอได้อาหารไป เธอจะวิ่งคาบไปซ่อนไว้ยังไม่กิน  แต่หาพ้นสายตาเจ้าถ้วยฟูตัวโตไม่..หนุ่มน้อยผู้นี้ก็จะตามไปเก็บกินทุกครั้งไป ก็ใช่ว่าแม่ปุยฝ้ายจะเข็ดราบ เธอก็ยังเป็นอย่างนี้ประจำ  จนน้าสาวเราต้องคอยดูแลให้กินให้เรียบร้อยก่อนทุกมื้อไม่ให้คาบไปซ่อนได้...เจ้าถ้วยฟูก็จะได้ไม่น้ำหนักเกิน แล้วแม่ปุยฝ้ายก็ไม่ตกเกณฑ์

      ปกติที่บ้านจะเลี้ยงหมาพันธุ์ inside road ค่ะไม่จำกัดที่มา..เก็บมาเรื่อยใครให้ก็สงสารเลี้ยงกันไป...อยู่ๆน้าชายก็พาเจ้าสองตัวนี้มาให้  บอกว่าคุณลูกสาวไปเจอที่ร้านขายอาหารที่กินประจำ แล้วเห็นถูกขังไว้ในกรงตลอดสงสารมัน ก็เลยไปขอเค้ามา  คุณเจ้าของร้านอาหารเธอก็ให้มาเลยไม่คิดอะไรก่อนเลย..ประมาณ เออ! รออยู่แล้วยินดีมากที่เอามา...ก็พอได้รับมาก็พาไปตรวจสุขภาพครบชุดแล้วพามาจากกรุงเทพมาเลี้ยงไว้บ้านนอก...

     เธอก็ปรับตัวดีมาก กินอาหารแบบบ้านๆอย่างหมาอื่นเลย ให้กินอาหารเม็ดก็ไม่ค่อยกินซะแล้ว แล้วดูมีความสุขมากวิ่งทั่วบ้านไปหมด  ประมาณเหมือนเก็บกดมาจากกรงเมืองกรุง  ...ก็เลยกลายเป็นคนพิเศษต้องเปิดพัดลมนอน เช็ดตัวแปรงขนกันทุกวันเพราะชอบเล่นน้ำพุงแฉะประจำ  แล้วเห่าแบบเเทคทีมเสียงแหลมใจสู้ไม่ดูรุ่น ..ก็ต้องคอยระวังหลุดมาโดนมาเฟียเก่ากัดอีก เพราะโดนแหง๋มไปทีนึงแล้วโชคดีที่ขนเยอะกัดไม่เข้าลึกนัก ..จากที่น้าสาวบ่นทุกวันเรื่องความซนของหมาเมืองกรุงเพราะเธอคาบช่อกล้วยไม้มาฝากบ้าง  คาบกิ้งกือมาฝากบ้าง ตอนนี้ก็เลิกบ่นแล้วเพราะกลายเป็นสมาชิกคนโปรดของครอบครัวไปซะแล้ว...ก็ชื่นใจวิ่งรับปะเลาะเจ้านายซะขนาดนั้น