ผู้คนที่นี่ดูมีอัธยาศัยดี แม้จะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่เห็นได้จากสายตาและท่าทางของเขา

ตอนที่

วันที่ ๑๖-๑๘ เมษายน ๒๕๕๑

ภารกิจจริงๆ ที่เดินทางไปฝรั่งเศสครั้งนี้ก็คือเข้าประชุม Internal Seminar on Diabetes Program ขององค์การ Handicap International ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๘ เมษายน ๒๕๕๑ ที่ห้องประชุม Picto ชั้น ๒

ผู้เข้าประชุมคือ project manager โครงการเบาหวานของ HI และ local partner จาก ๘ ประเทศคือ India, Philippines, Thailand, Madagascar, Mali, Kenya, Burundi และ Nicaragua ประเทศละ ๒ คน แต่ของไทยเราพิเศษคือได้มา ๓ คน คุณอ้น สุชีรา เป็น project manager น้องจุ๊กกุ๋ยเป็นทีมงาน คุณอ้นแนะนำกับทุกคนว่าดิฉันเป็น consultant

การประชุมครั้งนี้ต้องใช้ถึง ๓ ภาษาคือฝรั่งเศส สเปน และอังกฤษ เขาจัดล่ามและหูฟังเอาไว้ให้ ไทย อินเดีย และฟิลิปปินส์ ใช้ภาษาอังกฤษ ตลอดการประชุมทั้ง ๓ วัน ล่ามทำงานหนักและยากที่สุด ดิฉันจะเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมในตอนต่อๆ ไป

ฝรั่งเขาเอาจริงเอาจังเรื่องวัตถุประสงค์และเนื้อหาของการประชุมมาก การจัดประชุมไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร ไม่มีการตกแต่งสถานที่ มีแต่โต๊ะและเก้าอี้ธรรมดาๆ

 

ห้องประชุมและหูฟังที่แจกให้

อาหารว่างเป็นแบบช่วยตัวเองง่ายๆ มีน้ำร้อน ชา กาแฟ คุกกี้ และผลไม้วางไว้ให้

พักรับประทานอาหารกลางวันช้ากว่าบ้านเราคือ ๑๒.๔๕ น. แต่ให้เวลานานหน่อยเพราะต้องเดินไปรับประทานอาหารที่ร้านซึ่งไกลพอสมควรและเป็นโอกาสที่ผู้เข้าประชุมจะได้พูดคุยกัน

ทุกวันเราจะเริ่มการประชุมในภาคบ่ายประมาณ ๑๔.๓๐ น. และดำเนินการประชุมไปจนจบตามหัวข้อที่วางไว้ มีวันแรกเท่านั้นที่เลิกประชุมเร็วหน่อยคือก่อน ๑๗ น. วันที่สองช้ากว่านี้ และวันสุดท้ายเลิกราว ๑๘ น.

ทีม HI ดูแลผู้เข้าประชุมทุกคนดีมาก เขาจ่ายค่าเดินทางระหว่างที่พัก-ที่ประชุม ที่พัก-สนามบิน รวมทั้งค่าอาหารเย็นให้ด้วย ทุกเช้าก็จัดคนมารับที่โรงแรมพาเดินไปขึ้นรถราง ลงรถรางแล้วเดินไปที่ประชุมเหมือนกลุ่มทัวร์เลย

ทีม HI แต่ละคนมีหน้าที่เฉพาะ บางคนทำหน้าที่จ่ายเงิน บางคนมีหน้าที่ให้ข้อมูล วันสุดท้ายมีเจ้าหน้าที่มาคุยกับผู้เข้าประชุมแต่ละประเทศ ถามเรื่องวันเดินทางกลับ ให้ข้อมูลการไปสนามบินและให้เอกสารไว้ดูเวลารถที่จะออกไปสนามบิน

อาหารการกินระหว่างการประชุม เรารับประทานมื้อเช้าที่โรงแรม เป็นชา กาแฟ น้ำผลไม้ นม ขนมปังและของกรอบๆ แบบ corn flake

มื้อกลางวัน ก็ต้องกินอาหารฝรั่งที่เขาจัดให้ที่ร้าน ดิฉันลำบากหน่อยเพราะไม่กินนมเนย วันแรกได้กินไข่และสลัดแทน แต่เป็นไข่ที่มีรสนมด้วย เลยต้องอาศัยมันฝรั่งทอดเป็นอาหารหลัก วันที่สองขอไม่เอาเนื้อก็ได้เป็นเป็ดอบแทน กินได้หมดโดยใส่ซอสเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ เยอะหน่อย

วันที่สามมีความสุขที่สุด เราได้ไปกินอาหารกลางวันกับทีม HI ที่รับผิดชอบ SE Asia พร้อมกับผู้เข้าประชุมจากฟิลิปปินส์ ที่ร้านอาหารอีกร้านหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากที่ประชุมนัก (ใกล้กว่าร้านเดิม) มื้อนี้ได้กินสลัดผักกับแซลมอนรมควัน ตามด้วยเค็กช็อกโกแลตและ (คล้าย) ทาร์ตแอปเปิ้ล อย่างละ ๑ ชิ้น คนไทย ๓ คนกินขนมด้วยกัน

คืนวันที่ ๑๗ เจ้าภาพคือ HI เลี้ยง dinner ที่ร้านอาหาร Vas-y Vas-y ไกลออกไปจากที่ประชุมหน่อย น่าจะใกล้กับสถานีรถไฟแห่งที่ ๒ ของ Lyon เพราะเห็นรถไฟวิ่งอยู่ด้านบน

 

ผู้เข้าประชุมและทีมเจ้าภาพ

Dinner มื้อนี้เริ่มด้วยของกินเล่น เป็นพวกถั่ว ผลไม้แห้งต่างๆ เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์รสออกหวานๆ ตามด้วยสลัด

 

ชื่อร้าน เครื่องดื่ม และ ของกินเล่น

ดิฉันเลือกสลัดผักกับเป็ดรมควัน ส่วนจานหลักเป็นข้าว (หุงกับเนย) และอาหารทะเล ภาพที่เห็นนั้นได้กินไปหน่อยแล้วเพราะหิว

 

สลัดเป็ดรมควันและอาหารจานหลัก

อาหารแต่ละอย่างออกช้ามาก กว่าจะได้จานหลักก็ประมาณ ๒๒ น. เราและอีกหลายคนขอกลับก่อนเพราะใกล้ ๒๓ น.แล้วของหวานยังไม่ได้ ที่สำคัญทีมไทยเตรียม presentation สำหรับวันรุ่งขึ้นยังไม่เสร็จ คืนนี้ฝนยังตก เราเดินตากฝนจากร้านอาหารไปถึงโรงแรม ใช้เวลากว่า ๒๐ นาทีทีเดียว

อาหารเย็นวันอื่นๆ เราทำรับประทานเองที่โรงแรม ได้แก่ มาม่าใส่ผักและเกี๊ยวกุ้ง ข้าวกับไข่ต้ม ผักลวก ใส่ซีอิ๊วญี่ปุ่น กุ้งต้ม เป็นต้น บางมื้อก็ไปชวนคุณอ้นและน้องจุ๊กกุ๋ยมารับประทานด้วย

อากาศที่ Lyon วันที่ ๑๖ ดีที่สุด มีแดดและไม่หนาวมาก ส่วนวันที่ ๑๗ และ ๑๘ มีฝนตก สองวันสุดท้ายคือวันที่ ๑๙ และ ๒๐ ก็มีอากาศดี

ผู้คนที่นี่ดูมีอัธยาศัยดี แม้จะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่เห็นได้จากสายตาและท่าทางของเขา

การบริการต่างๆ ใช้คนน้อย ที่โรงแรมพนักงานช่วงเช้าดูแลทุกอย่างรวมทั้งอาหารเช้า การเข้าโรงแรมใช้รหัสเปิดประตู ไม่ต้องมีคนดูแล การเข้าอาคารชั้นที่ใช้ประชุมก็ต้องใช้รหัสเปิดประตูเช่นกัน

วัลลา ตันตโยทัย