ภูเก็ตนั้นผมเคยมาหลายครั้ง(แต่นานมากแล้ว) น้องเขยเป็นคนที่นี่ เพื่อนฝูงน้องนุ่งที่เรียนหนังสือก็มารับราชการที่นี่  แต่เหตุผลที่ผมต้องมาภูเก็ตเพราะเฮฮาศาสตร์ 4 ที่ท่านอัยการกรุณาทุ่มเทเวลาและอื่นๆจัดงานนี้ขึ้นมา ต้องขอบคุณน้ำใจท่านยิ่งนัก ผมทราบดีว่าเป็นอย่างไรเพราะเคยจัดครั้งที่ 3 มาแล้ว จะเหนื่อยเท่าไร paleeyon น้องๆ และผมก็เต็มใจล้านเปอร์เซ็นต์ ก็ใจมันรัก..อ่ะ..

 

โดยทั่วไปเมื่อไปที่ไหนๆ เราก็มักสัมผัสความเป็นปัจจุบันของสถานที่ คน และเรื่องราวที่เป็นสีสัน แม้จะไปเยี่ยมเยือนภาคประวัติศาสตร์บ้างก็ผิวเผินเต็มที เพราะวัตถุประสงค์การมาแต่ละครั้งแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่คือ มาธุระ รีบมารีบไป หากจะมาเที่ยวก็เที่ยวแบบคนตาบอดเพราะไม่มีเจ้าถิ่นพาเที่ยวอย่างผู้รู้จริง..

 

เรื่องนี้สำคัญมากในทัศนะผม เฮฮาศาสตร์น่าที่จะมีจุดยืนตรงนี้ด้วย ผมหมายถึงว่า เฮฮาศาสตร์จัดขึ้นที่ไหนก็สมควรที่จะมีกำหนดการพารู้จักท้องถิ่นนั้นๆเชิงลึก ซึ่งปกติยากที่จะสัมผัสได้ ยกเว้นกรณีเดินทางมาเพื่อการศึกษาโดยตรง เหตุผลที่ผมคิดก็คือ เฮฮาศาสตร์สมาชิกนั้นถือได้ว่าหลากหลายแต่ก็เป็นที่มีสาระ แม้จะแตกต่างอาชีพ หลากหลายรสนิยม  แต่ทั้งหมดเป็นคนไทย ซึ่งสมควรเรียนรู้ท้องถิ่นต่างๆของไทย

 

ปัจจุบันประเทศเรามีแต่วิ่งตามสังคมใหม่ เทคโนโลยี่ใหม่ๆ ตามไม่ค่อยทัน เผลอไม่รู้จักซะแล้วว่าโปรแกรมล่าสุดของการทำงานในคอมพ์นั้นคือตัวไหน มือถือรุ่นล่าสุดนั้นมีระบบ GPRS และ GPS และ G3 นั้นเขามีเพื่ออะไรกัน มันเป็นอย่างไร..ฯลฯ  ที่ทำงานก็พูดแต่เรื่ององค์ความรู้ใหม่ๆที่เข้าสู่ระบบสื่อสารมวลชนมากมายจนตามไม่ทัน.. ผมว่าสังคมเช่นนี้ต้องตื่นตัว ติดตาม เรียนรู้ให้เท่าทัน คนที่คิดจะก้าวหน้าต้อง ปรับตัวเองตลอด เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับชีวิตใหม่ แต่ละบุคคลก็ต้องเลือกสรรกันตามความเหมาะสมแก่สถานภาพของครอบครัว สังคม หน้าที่การงาน ฯลฯ

 

แต่ทั้งหมดนั้นผมไม่เห็นด้วยที่เราจะก้าวไปข้างหน้าโดยไม่เข้าใจฐานรากของตัวเอง มันจะเกิดความรู้สึกเช่นไรหากมีชาวต่างชาติมาถามว่า คุณลองอธิบายคำว่า ความเป็นคนไทย ให้เข้าใจหน่อยซิ... แล้วเราอธิบายแบบอึกๆอักๆ แต่ผมเชื่อว่าทุกคนอธิบายได้ แต่หากไม่มีรากฐานเดิมของที่มาที่ไปของความเป็นคนไทย  คำอธิบายนั้นๆก็จะขาดซึ่งสาระที่สมบูรณ์  แต่คำอธิบายก็ไม่สำคัญเท่ากับ สำนึกแห่งความเป็นคนไทย

 

ผมจึงสนับสนุนให้เฮฮาศาสตร์ได้มีส่วนในการสร้างสรรค์สิ่งนี้ เราเริ่มต้นได้ดีด้วยเปิดเวที KM  ต่อมาเวทีนี้ได้เป็นจุดเริ่มของวัฒนธรรมความรัก ความเป็นพี่น้อง การสืบสานความอบอุ่น น้ำใจ เอื้ออาทร จนก่อเกิดการกอดที่เป็นพลังข้างในอย่างมหาศาล นี่คือฐานรากของสังคมแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข นี่เป็นการสานต่อวัฒนธรรมที่เป็นไทยๆ ที่เป็น ทุนสังคม อันทรงพลังและเป็นฐานของทุนอื่นๆที่ดี  ผมเคยเห็นกิจกรรมที่สร้างสิ่งเหล่านี้เช่นกันในวันสิ้นสุดนั้นน้ำหูน้ำตาไหล แต่ขาดความต่อเนื่องในกิจกรรมที่ประคองอารมณ์ร่วมเช่นนั้น  แต่เฮฮาศาสตร์เรามีบุคคล เรามี G2K ที่เป็นเวทีเชื่อมร้อยที่ต่อเนื่องตลอดเวลา เรามีกิจกรรมที่กำลังเป็นวัฒนธรรมใหม่เกิดขึ้นคือการจัดเฮฮาศาสตร์ตามภูมิภาคต่างๆ ที่มาเติมเต็ม มาเสริมสร้าง ร้อยรัดภูมิภาคเข้าด้วยกัน

 

ยิ่งไปกว่านั้น เฮฮาศาสตร์ยังเข้าไปเจาะรากเหง้าของท้องถิ่นขึ้นมาให้เราได้อิ่มเอมอรรถรสของความเป็นท้องถิ่น อันเป็นอัตลักษณ์ของความเป็นไทย  ซึ่งเป็นสาระที่ควรจะมีในกำหนดการของการจัดเฮฮาศาสตร์ทุกครั้ง ผสมกับกิจกรรมอื่นๆ นี่เป็นทัศนะส่วนตัวของผมครับ

 

สรุป

·        สนับสนุนให้มีการจัดเฮฮาศาสตร์ภูมิภาค

·        สนับสนุนให้ท้องถิ่นได้มีโอกาสนำเสนอรากเหง้าของความเป็นท้องถิ่นได้เรียนรู้ ซึมซับแก่กัน

·        สนับสนุนวัฒนธรรมเฮฮาศาสตร์ที่ส่งเสริมความหลากหลายของอัตลักษณ์ของสังคมไทย

·        สนับสนุนให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงลึกในบางประเด็นบ้างในเฮฮาศาสตร์

 

ขอขอบคุณท่านครูบาที่เป็นตะเกียงส่องทาง

 

ขอขอบคุณท่านอัยการชาวเกาะและทีมงานที่ทุ่มเทการจัดเฮฮาศาสตร์นี้

 

และที่สุดขอขอบคุณทีมงาน G2K ทุกท่าน ผู้ปิดทองหลังพระ..