"พ่อ..อย่าเก็บไปเยอะ เอาแค่พอทาน..เหลือให้คนอื่นบ้าง.."

         วันนี้ผมตื่นมารดน้ำต้นกระท้อนที่สวนตั้งแต่เช้าก่อน 6 โมงซะอีกครับ อากาศยามเช้ายังสดใส สดชื่นเหมือนทุกวันครับ กะว่าหลังเสร็จงานจะไปตลาดซักหน่อย เพื่อไปหาผักสีเขียวมาผัดน้ำมันหอยรับประทานตอนกลางวันครับ

                                                   "สวนกระท้อนณัฐวลี"

                                                         พอรับประทานอาหารเช้าเสร็จผมก็จัดแจงแต่งตัว สวมกางเกงขายาว เสื้อแขนยาว สวมหมวกและรองเท้าบูทเพื่อเดินเข้าไปในตลาด ท่านอย่างเพิ่งงงครับ ว่าไปตลาดทำไมต้องแต่งตัวแบบนั้น ผมไป "ตลาดรีมลำธาร"ครับ"เจ้าแบ็กเทล"

     พอเดินนออกประตูหลังบ้านผ่านสวนกระท้อนข้ามถนนคอนกรีตก็ถึงลำธารเล็ก ๆข้างบ้านที่มีน้ำไหลตลอดปี ถึวงแม้น้ำจะไม่มากแต่ก็ไม่แห้งครับ เจ้ายุ่งหมาพันธ์อิงลิชคอกเกอร์ผสมโกลเดนและไทยอีก 75 % นำทางครับตามหลังด้วยเจ้าโบโบ้และแบ็กเทล(ตามลำดับอายุ) "เจ้าโบโบ้"                                                                                 ผมเดินตามลำธารขึ้นไปเรื่อย ๆเพื่อดูว่าที่"ฝายน้ำล้น"ที่ทำเอาไว้เเป็นอย่างไรบ้าง เท่าที่เห็น น้ำแห้งลงไปมากเลยครับ คงเป็นเพราะเราใช้น้ำมากไป ฝนไม่ตก เจ้าหมา 3 ตัวผมที่แสนซื่อสัตย์ เจ้ายุ่งน่ะนำหน้าไปโน่นไม่สนใจเจ้านายเลย ส่วนเจ้าโบโบ้เดินนำหน้าไม่ห่างนัก หันมามองเป็นระยะ ไม่รู้เป็นห่วงเจ้านายหรือว่ากลัวก็ไม่รู้ ส่วนเจ้าแบ็กเทล ไม่ต้องห่วงเดินตามหลังต้อย ๆเลยครับ"ต้นมะไฟป่าครับ"  "ผักกูด"

"ผักหนาม" ผมเดินไปจนถึงฝายน้ำล้นและดูน้ำที่ใช้รดต้นไม้ดูว่ามีปริมาณพอใช้อยู่ก็เดินกลับครับ ระหว่างทางก็แวะตลาดสดรีมลำธาร มาเรื่อย ๆ ผักกูด ผักหนาม ผักแว่น บัวบก หน่อไพลหอม ฯลฯ วันนี้ผมเลือกเมนูผัดผักกูด ผักหนามผัดน้ำมันหอย ก็เลยเก็บแต่ผักสองชนิดนี้กลับมาพอรับประทานครับ ไม่เก็บมากครับเพราะเคยถูกลูกสาวดุเอาไว้ว่า "พ่อ..อย่าเก็บไปเยอะ เอาแค่พอทาน..เหลือให้คนอื่นบ้าง.." วันนี้จึงเก็บมานิดหน่อยให้ภรรยาทำให้ทานครับ ทานด้วยกันไหมครับ ผมไปตลาดวันนี้ไม่ได้จ่ายตังค์เลยซักกะบาทครับผม !!!

ยอดผักที่ได้จาก"ตลาดรีมลำธาร"