4.1. องค์กรของรัฐไทย

 

               องค์กรของรัฐไทยที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับสิทธิในการประกันสังคมซึ่งประกอบมี กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง ในการทำงานจะประกอบมีคณะกรรมการประกันสังคม และสำนักงานประกันสังคม ดังต่อไปนี้                              

  

              4.1.1. คณะกรรมการประกันสังคม

 

                     ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการประกันสังคม"ประกอบด้วยปลัดกระ

ทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนสำนักงบประมาณเป็นกรรมการ กับผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละห้าคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ และเลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ[1]

 

                     คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้


                    (1) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการในการประกันสังคมตามพระราชบัญญัตินี้


                    (2) พิจารณาให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกาการออกกฎกระทรวง และระเบียบต่าง  เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

 

(3) วางระเบียบโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินของกองทุน


                    (4) วางระเบียบโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน


                    (5) พิจารณางบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินของกองทุนและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของสำนักงานในส่วนที่เกี่ยวกับการประกันสังคมตามพระราชบัญญัตินี้


                    (6) ให้คำปรึกษาและแนะนำแก่คณะกรรมการอื่นหรือสำนักงาน


                    (7) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ หรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย


                    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจมอบหมายให้สำนักงานเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการต่อไปก็ได้[2]

 

 

                   4.1.2. สำนักงานประกันสังคม                    

            

                            สำนักงานประกันสังคมได้ถูกจัดตั้งขึ้นในกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจหน้าที่ 

ดังต่อไปนี้
                    (1) ปฏิบัติงานธุรการของคณะกรรมการ คณะกรรมการอื่น และคณะอนุกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้


                    (2) เก็บ รวบรวม และวิเคราะห์ ข้อมูลเกี่ยวกับการประกันสังคม


                    (3) จัดทำทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตนซึ่งต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุน


                    (4) ปฏิบัติการตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน


                    (5) กระทำกิจการอย่างอื่นตามที่รัฐมนตรี คณะกรรมการ คณะกรรมการอื่นหรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย[3]

 

 

         4.2. ความร่วมมีระหว่างประเทศ

 

               การศึกษาในส่วนนี้ผู้เขียนจะได้ศึกษาถึงความร่วมมือระหว่างรัฐในการจัดการปัญหาเกี่ยว

กับ สิทธิในการประกันสังคมว่ามีการดำเนินการอย่างไร โดนจะทำการศึกษากรณีความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาว หรือ(MOUไทย-ลาว) ดังต่อไปนี้

                จากการศึกษาเกี่ยวกับสิทธิในการประกันสังคมภายใต้บทบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาล

แห่งราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาว,ว่าด้วยความร่วมมือการจ้างแรงงาน พ.ศ. 2545 ยังไม่ข้อใดที่กล่าวถึงสิทธิของลูกจ้างที่ควรจะได้จากการทำงานกล่าวคือ สิทธิในการประกันสังคมในกรณีที่ได้รับความเป็นอันตรายจากการทำงานไม่ว่าจะอยู่ในสภาวการณ์กำ

ลังทำงานหรือพ้นจากการทำงานแล้วที่ผลเนื่องจากการการทำงานนั้น รวมถึงการเยียวยาค่าเสียหาย การรักษาพยาบาล ในกรณีถึงแก่สุขภาพ พิการและเสียชีวิตที่เกิดจากอุบัติเหตุแรงงานเป็นต้น ว่าใครจะมีส่วนรับผิดชอบแค่ไหน อย่างไร

 



[1]มาตรา 8 แห่ง พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533.

[2]มาตรา 9 แห่ง พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533.

[3]มาตรา 19 แห่ง พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533.