ในส่วนนี้ผู้เขียนจะได้ศึกษาถึงในกรณีคนลาวที่เป็นต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายและไม่มีสิทธิอาศัยในประเทศไทยจะมีสถานะแห่งสิทธิ สิทธิในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน สิทธิในการทำสัญญาจ้างแรงงาน สิทธิในการคุ้มครองแรงงาน สิทธิในการประกันสังคม สิทธิตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายไทยได้หรือไม่ ผู้เขียนจะได้ทำกานศึกษาดังต่อไปนี้
4.1. สิทธิในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน ( Right to work access )
ผลจากการศึกษากรณีคนลาวที่เป็นต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายและไม่มีสิทธิอาศัยพบว่า บุคคลนี้ก็อาจสามารถเข้าสู่สิทธิในการทำงานได้เช่น คนลาวที่เข้าเมืองโดยมิได้รับอานุญาตและอยู่ในระหว่างรอการส่งกลับและคนลาวที่ถูกสั่งเนรเทศออกจากราชอาณาจักร กลุ่มคนเหล่านี้เป็นบุคคลที่หลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายการเข้าเมือง และจะต้องได้ถูกส่งตัวออกจากราชอาณาจัก ได้ด้วยเหตุผลหลายประการเช่น ด้วยขบวนการในการส่งตัวออกนอกราชอาณจักรจักรมีความยุ่งยาก มีค่าใช้จ่ายหลาย หรือยังไม่อาจทำได้ และปัญหาทางด้านมนุษยธรรมที่มีความสัมพันธ์เป็นครอบครัวกับคนไทย[1] กฎหมายจึงได้รับรองสิทธิในการทำงานให้แก่คนลาวในประเภทนี้ ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมาย กำหนด ซึ่งในบางช่วงเวลาคนลาวกลุ่มนี้ก็เป็นทางออกในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานไร้ผีมือภายในประเทศได้ อีทั้งเป็นการลดภาระของรัฐในเรื่องค่าใช้จ่ายในการรับผิดชอบดูแลคนลาวกลุ่มนี้ และเพื่อลดปัญหาด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงได้รับการผ่อนผันให้ไปประกอบอาชีพ ณ ที่แห่งใดแทนการเนรเทศหรืออยู่ในระหว่างการเนรเทศ[2] และประการที่สอง
4.2. สิทธิในการทำสัญญาจ้างแรงงาน ( Right to labour contract)
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย และไม่มีสิทธิอาศัยในประเทศไทยก็ตาม แต่กลุ่มคนประเภทนี้ก็ยังได้รับสิทธิในกระบวนการเข้าสู่สิทธิในการทำสัญญาจ้างแรงงานกับนายจ้างได้เป็นทำงานได้ในลักษณะการชั่วคราวที่อยู่ในระหว่างการรอส่งกลับภูมิลำเนาเดิมซึ่งเป็นไปตามมาตรา 7 และ 12แห่ง พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าวและงานที่สมารถจะได้นั้นส่วนมากเป็นงานที่อยู่ในการควบคุมดูแลของรัฐเป็นงานในลักษณะปิด ซึ่งเป็นงานที่คนไทยไม่ชอบทำ อาทิ งานเป็นกรรมกร ในกิจการที่มีลักษณะงานที่เรียกว่างาน 3D คือ งานสกปรก (Dirty) งานที่มีความเสี่ยงสูง (Danger) และงานที่ยากลำบาก หรืองานหนัก (Difficult)เป็นต้น
4.3. สิทธิในการคุ้มครองแรงงาน
จากการศึกษาตามกฎหมายต่างๆของรัฐไทยแล้วผู้เขียนยังไม่สามารถพบเห็นว่ามีกฎหมายใดหรือข้อบัญญัติใดที่ห้ามมิให้การคุ้มครองแรงงานถึงว่าจะเป็นคนลาวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายหรือไม่ก็ตาม ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้อ2.3.แล้ว
ตัวอย่าง ทางราชการไทยเข้าช่วยเหลือลูกจ้างคนลาว ที่ถูกนายจ้างโกงค่าแรงจำนวน 36 คน
นางอุไรวรรณ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2547 ว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ได้มีตำรวจกองปราบ และพนักงานตรวจแรงงาน ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นำหมายศาลอาญาเข้าตรวจอาคารพาณิชย์ เลขที่ 2007/169-172 ซอยประชาสงเคราะห์ 38 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ดัดแปลงเป็นโรงงานตัดเย็บกางเกงยีนส์ มีการใช้ลูกจ้างเด็กสัญชาติลาวอย่างผิดกฎหมาย จำนวน 36 คน โดยถูกหลอกมาทำงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ซึ่งไม่เคยได้รับค่าจ้าง ดังนั้น พนักงานตรวจแรงงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จึงได้มีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างทั้ง 36 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 4,047,741.43 บาท ( สี่ล้านสี่หมื่นเจ็ดพันเจ็ดร้อยสี่สิบเอ็ดบาทสี่สิบสามสตางค์) และได้ประสานขอความร่วมมือเอกอัครราทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ก็ได้สั่งฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลาง เพื่อบังคับให้นายจ้างจ่ายเงินตามคำสั่งให้แก่ลูกจ้าง ในส่วนของการดำเนินคดีอาญา พนักงานตรวจแรงงานได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อดำเนินคดีอาญานายจ้างต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจห้วยขวาง ในข้อหาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 44 จ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นลูกจ้าง มาตรา 45 (1)ไม่แจ้งการจ้างลูกจ้างเด็กต่อพนักงานตรวจแรงงานภายในสิบห้าวัน มาตรา 61 ถึงมาตรา 63 ไม่จ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ถูกต้อง มาตรา 70 ไม่จ่ายค่าจ้างให้ตรงตามกำหนด และมาตรา 90 ไม่จ่ายค่าจ้างตามอัตราค่าจ้าง ซึ่งขณะนี้แรงงานทั้งหมดพักฟื้นอยู่ที่บ้านเกร็ดตระการเพื่อรอการส่งกลับประเทศ จนกว่าการดำเนินคดีจะแล้วเสร็จ[3]
4.4. สิทธิในการประกันสังคม
ในส่วนนี้ผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวอีก ละเอียดได้อธิบายในข้อที่2.4.แล้ว
4.5. สิทธิตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
ในส่วนนี้ผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวอีก ละเอียดได้อธิบายในข้อที่ 2.5. แล้ว
6.6. สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
จากการศึกษาตามกฎหมายต่างๆของรัฐไทยแล้วกฎหมายได้ให้สิทธิในทางกระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ แม้ว่าคนลาวจะเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือไม่ก็ตาม ซึ่งได้ปรากฏใน มาตรา 4, 30, 39, และมาตรา 40แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 25550 ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในข้อที่6 บทที่สอง ได้มีศาลแรงงานที่รองรับเพื่อให้ความช่วยเหลือในกรณีที่มีข้อพิพาททางแรงงานโดยเฉพาะ
ตัวอย่าง ในกรณีแรงงานลาว จำนวน 36 คน ที่ถูกนายจ้างโกงค่าแรงงาน ดังที่ได้กล่าวมาในข้อ 4.3.เจ้าหน้าที่ก็ได้สั่งฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลาง เพื่อบังคับให้นายจ้างจ่ายเงินตามคำสั่งให้แก่ลูกจ้าง ในส่วนของการดำเนินคดีอาญา พนักงานตรวจแรงงานได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อดำเนินคดีอาญานายจ้างต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจห้วยขวาง ในข้อหาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 44 จ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นลูกจ้าง มาตรา 45 (1)ไม่แจ้งการจ้างลูกจ้างเด็กต่อพนักงานตรวจแรงงานภายในสิบห้าวัน มาตรา 61 ถึงมาตรา 63 ไม่จ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ถูกต้อง มาตรา 70 ไม่จ่ายค่าจ้างให้ตรงตามกำหนด และมาตรา 90 ไม่จ่ายค่าจ้างตามอัตราค่าจ้าง ซึ่งขณะนี้แรงงานทั้งหมดพักฟื้นอยู่ที่บ้านเกร็ดตระการเพื่อรอการส่งกลับประเทศ จนกว่าการดำเนินคดีจะแล้วเสร็จ