ในบทนี้ผู้เขียนจะได้ศึกษาสถานะแห่งสิทธิในการทำงานของคนลาวที่ทำงานในประเทศไทย
ในกรณีกรณีคนลาวที่มีสัญชาติไทย กรณีคนลาวที่เป็นต่างด้าวที่เข้าเมืองถูกกฎหมาย กรณีคนลาวที่เป็นต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายแต่ได้รับการผ่อนผันให้มีสิทธิอาศัย และ ทั้งกรณีคนลาวที่เป็นต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายและไม่มีสิทธิอาศัย ว่าจะมีสถานะแห่งสิทธิตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจะได้ทำการศึกษาเป็นแต่ละกรณีดังต่อไปนี้
1. กรณีคนลาวที่มีสัญชาติไทย
จากการศึกษาพบว่าคนไทยที่มีเชื้อสายลาวจะมีสถานะแห่งสิทธิตามกฎหมายเช่น สิทธิในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน สิทธิในการทำสัญญาจ้างแรงงาน สิทธิในการคุ้มครองแรงงาน สิทธิในการประกันสังคม สิทธิตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมเป็นต้น
1.1. สิทธิในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน ( Right to work access )
บุคคลมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพและการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 และรัฐยังได้ส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานมีงานทำ
1.2. สิทธิในการทำสัญญาจ้างแรงงาน ( Right to labour contract)กรณีคนหลายสัญชาติ
ในกรณีบุคคลที่มีตั้งแต่สองสัญชาติขึ้นไป สิทธิในการทำสัญญาจ้างแรงงานนั้นจะต้องนำใช้กฎหมายใดมาปรับใช้ในการทำสัญญาในการจ้างแรงงานดังกล่าวในการทำสัญญา
ถ้าจะต้องใช้กฎหมายสัญชาติบังคับ และบุคคลมีสัญชาติตั้งแต่สองสัญชาติขึ้นไปอันได้รับมาเป็นลำดับ ให้ใช้กฎหมายสัญชาติที่บุคคลนั้นได้รับครั้งสุดท้ายบังคับถ้าจะต้องใช้กฎหมายสัญชาติบังคับ และบุคคลมีสัญชาติตั้งแต่สองสัญชาติขึ้นไปอันได้รับมาคราวเดียวกัน ให้ใช้กฎหมายสัญชาติของประเทศซึ่งบุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่บังคับถ้าบุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศอื่นนอกจากประเทศซึ่งตนมีสัญชาติสังกัดอยู่ ให้ใช้กฎหมายภูมิลำเนาในเวลายื่นฟ้องบังคับ ถ้าภูมิลำเนาของบุคคลนั้นไม่ปรากฏ ให้ใช้กฎหมายของประเทศซึ่งบุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่บังคับในกรณีใด ๆ ที่มีการขัดกันในเรื่องสัญชาติของบุคคล ถ้าสัญชาติหนึ่งสัญชาติใด ซึ่งขัดกันนั้นเป็นสัญชาติไทย กฎหมายสัญชาติซึ่งจะใช้บังคับได้แก่กฎหมายแห่งประเทศสยาม
สำหรับบุคคลผู้ไร้สัญชาติ ให้ใช้กฎหมายภูมิลำเนาของบุคคลนั้นบังคับ ถ้าภูมิลำเนาของบุคคลนั้นไม่ปรากฏ ให้ใช้กฎหมายของประเทศซึ่งบุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่บังคับ
ถ้าในการใช้กฎหมายสัญชาติบังคับ จะต้องใช้กฎหมายท้องถิ่น กฎหมายเหล่าประชาคม หรือกฎหมายศาสนาแล้วแต่กรณี ก็ให้ใช้กฎหมายเช่นว่านั้นบังคับ
1.3. สิทธิในการคุ้มครองแรงงาน
จากการศึกษาถึงสถานะแห่งสิทธิในการคุ้มครองแรงงานภายใต้กฎหมายของไทยพบว่าทุกคนที่ทำงานหรือจ้างย่อมมีสิทธิได้รับการคุ้มครองอย่างมมีความเสมอภาคกันและรัฐส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานมีงานทำ คุ้มครองแรงงานเด็กและสตรี จัดระบบแรงงานสัมพันธ์และระบบไตรภาคีที่ผู้ทำงานมีสิทธิเลือกผู้แทนของตน จัดระบบประกันสังคม รวมทั้งคุ้มครองแรงงานที่มีคุณค่าอย่างเดียวกันได้รับค่าตอบแทนสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ [1]และการคุ้มครองแรงงานนั้นไม่เฉพาะแต่ผู้ที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น แต่คุ้มครองบุคคลที่ทำงานทุกคนซึ่งทำงานอยู่ภายใต้กฎหมายไทย นอนนั้นบุคคลที่ทำงานในรัฐไทยยังได้รับการประกันสิทธิในการได้รับค่าจ้างการทำงานในอัดตราขั้นต่ำ ทั้งนี้โดยไม่คำนึงว่าบุคคลนั้นจะมีสัญชาติไทย[2]
1.4. สิทธิในการประกันสังคม
จากการศึกษาพบว่าสิทธิในการประกันสังคมนั้นไดปรากฏในกฎหมายไทยไว้ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับหลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการทำงาน เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตาย หรือสูญหายเป็นต้น บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุข[3]ที่เหมาะสม และ รวมทั้งหลักประกันในการดำรงชีพทั้งในระหว่างการทำงานและเมื่อพ้นภาวการณ์ทำงาน[4]
1.5. สิทธิตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
สถานะแห่งสิทธิในการทำงานตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับกระ
บวนการเสริมสร้างระบบแรงงานสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างโดยกำหนดหลักเกณฑ์ เกี่ยว
กับค่าจ้าง กำหนดวันและเวลาทำงาน การเลิกจ้างเกี่ยวกับการยื่นข้อเรียกร้องการเจรจาต่อรองเพื่อแก้ไข เปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างงาน การระงับข้อพิพาททางแรงงาน สิทธิของนายจ้างและลูกจ้างในการจัดตั้งสมาคมและสหภาพแรงงาน เพื่อแสวงหาและคุ้มครองประโยชน์เกี่ยวกับการจ้างงาน การจัดการสวัสดิการและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง การจัดตั้งคณะกรรมการลูกจ้าง เพื่อหารือกิจการต่างๆ กับนายจ้างเป็นการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันและทางปรองดองระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง เพื่อให้เกิดความสันติสุขในอุตสาหกรรมอันเป็นประโยชน์ของตนและต่อการพัฒนาของสังคม[5]
1.6. สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
สถานะแห่งสิทธิในกระวนการยุติธรรมนี้ได้อธิบายแล้วในข้อที่ 6 ฉะนั้นผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวอีก