ในส่วนนี้ผู้เขียนจะได้ศึกษาถึง กรณีคนลาวที่เป็นต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายแต่ได้รับการผ่อนผันให้มีสิทธิอาศัยในประเทศไทยว่าจะจะได้รับสถานะแห่งสิทธิในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน สิทธิในการทำสัญญาจ้างแรงงาน สิทธิในการคุ้มครองแรงงาน สิทธิในการประกันสังคม สิทธิตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ และสิทธิในกระบวนการยุติธรรม หรือไม่ ซึ่งผู้เขียนจะได้ทำการศึกษาเป็นกรณีดังต่อไปนี้
3.1 สิทธิในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน (Right to work access )
จากการศึกษาในกรณีคนลาวที่เป็นต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายแต่ได้รับการผ่อนผันให้มีสิทธิอาศัยในประเทศไทย ไปควบคู่กับการที่มีสิทธิอาศัยแล้วย่อมีสิทธิที่จะได้รับสิทธิในการเข้าสู่การทำงาน เพราะว่าสิทธิในการทำงานนั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนเพื่ออยู่ลอดในการเลี้ยงชีพของตนเองและคนต่างด้าวที่สามรถทำงานได้ในประเทศใดหนึ่งนั้นจะต้องเป็นไปตามกฎหมายของประเทศนั้นๆบนพื้นฐานและเงื่อนไขของรัฐที่กำหนด ดังที่กฎหมายไทยได้กำหนดไว้ว่า คนต่างด้าวที่จะทำงานใดหนึ่งได้เฉพาะที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาในประกาศดังกล่าวรัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดไว้ก็ตามที่เห็นสมควร
ในกรณีคนลาวที่ถูกเนรเทศตามกฎหมายว่าด้วยการเนรเทศ ซึ่งได้รับการผ่อนผันให้ไปประกอบอาชีพ ณ ที่แห่งใดแทนการเนรเทศหรืออยู่ในระหว่างรอการเนรเทศ คนลาวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเข้าเมือง และอยู่ในระหว่างรอการส่งกับออกนอกราชอาณาจักร คนลาวที่เกิดในราชอาณาจักรแต่ไม่ได้รับสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 หรือตามกฎหมายอื่น คนลาวโดยผลของการถูกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 หรือตามกฎหมายอื่น[1]
ดังนั้นคนลาวจะทำงานใดที่รัฐมนตรีกำหนดตามวรรคหนึ่งก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดีได้มอบหมายให้
3.2 สิทธิในการทำสัญญาจ้างแรงงาน ( Right to labor contract)
จากการศึกษาในกรณีนี้ถึงว่าคนลาวทีจะเข้าเมืองผิดกฎหมายก็ตามในเมื่อได้รับผ่อนผันให้มีสิทธิอาศัยแล้วย่อมมีสิทธิที่จะทำสัญญาการจ้างงานกับนายจ้างได้บนพื้นฐานข้อกำหนดของกฎหมายเป็นไปตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว กลุ่มทำงานประเภทนี้เป็นแรงงานระดับการใช้แรงงานหรือเรียกว่าเป็นแรงงานไร้ทักษะหรือแรงงานไร้ผีมี ลักษณะการควบคุมการทำงานของคนลาวประเภทนี้มีลักษณะปิด เห็นได้จากเงื่อนไขของประเภทงาน ที่กฎหมายได้กำหนดงานที่ให้ทำได้ไว้เพียง 27 อาชีพเท่านั้น นอกเหนือจากงาน 27 อาชีพนี้คนลาวกลุ่มนี้ไม่สามารถทำได้
3.3 . สิทธิในการคุ้มครองแรงงาน
จากการศึกษาตามกฎหมายต่างๆของรัฐไทยผู้เขียนยังไม่พบเห็นกฎหมายใดที่ห้ามไว้หรือกีดกั้นมิให้การคุ้มครองแรงงานลาว ถึงแม้ว่าจะเป็นคนลาวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายหรือไม่ก็ตาม เพราะสิทธิในการทำงานนั้นถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนจะต้องมีเพื่อหาเลี้ยงชีพและเพื่อการมีชีวิตที่ดี ดังที่ได้ปรากฏในมาตรา 4 แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 25550ได้บัญญัติไว้ว่า “ศักดิ์ความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง” และในมาตรา 30 ยังได้กำหนดไว้ “บุคคลย่อมเสมอภาคกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกันชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน”และไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด
ในบางครั้งบางกรณีก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทางการของไทย เพราะคนลาวที่เข้าเมือผิดกฎหมายส่วนมากไม่กล้าพอที่จะไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะกลัวที่จะถูกเจ้าหน้าที่จับและอีกปัญหาหนึ่งย้อนประชาชนไทยบางคนไม่คิดที่จะช่วยต่อประสารงานให้กับเจ้าหน้าที่ทางการของไทยจึงทำให้คนลาวกลุ่มนั้นถูกบังใช้แรงงานอย่างหน้าสงสาร
ตัวอย่าง สองพี่น้องคือ นาย ทอง อายุ 18 ปี เป็นอ้ายคนโต และ นาย ใจดี อายุ 15 ปี เป็นคนที่ สาม เขาซึ่งมี อ้ายน้องด้วย ทั้งหมด 6 คน เกิดที่ บ้าน ถ้ำปะแหน เมือง จำพอน แขวง สะหวันเขด ประเทศลาว ซึ่ง เป็นบุตร ของนาย เวียง และ นาง บี้ ก่อนเข้ามาทำงานได้มี นาย แก้ว ไม่ทราบนามสกุล ได้ไปชวนเพื่อเข้ามาทำงาน นาย แก้ว บอกว่า ไปทำงาน อยู่ กรุงเทพ ฯ ได้เงินดี และไปทำงานอยู่โรงงาน ก่อนจะเข้ามาทำงานในประเทศไทย ได้จ่ายเงินให้ นาย แก้ว คนละ 4000 บาท 2 คนรวมเป็น 8000บาท ซึ่งพอมาถึงประเทศไทย แล้ว นาย แก้ว ได้นำไปทำงานอาชีพ เลี้ยงเป็ดตามท่งไร่ท่งนา ที่ อำเภอชายน้อย จังหวัด นนบูรี นาย จ้าง ชื่อ นาย เอกพง ไม่ทราบนามสกุล ซึ่ง นาย จ้างเอกพง ตกลงให้เงินเดือน เดือน 3000 บาท นับแต่ มาทำงานเป็นเวลา 7 เดือนกว่าแล้วยังไม่เคยได้รับเงินเดือนเลย ในสภาพการอยู่กิน ได้อาศัยอยู่กับท่งไร่ นองกลางท่งไร่กับตัวเป็ดและกินเข้าอาหารกับที่เลยไม่มีที่นอน ส่วนอาหาร นายจ้างเอาไปส่งให้เองไม่มีโอกาสที่จะเข้าหมู่บ้านเพื่อชื้อของใช้ส่วนตัวไม่ได้รับการดูแลทางด้านสุขภาพยามเจ็บป่วย[2]
จากปัญหาดังกล่าว นาย ทอง นาย ใจดี สองพี่น้อง จึงได้หลบหนีออกจากท่งไร่ แล้วมาหารสเท็จชี เพื่อขอความช่วยเหลือและในที่สุด รส เท็จชี ก็ได้มาส่งถึงสถานทูตลาว และทางสถานทูตลาวก็ได้ออกหนังสือเดินทางส่งกลับ
3.4.สิทธิในการประกันสังคม
จากการศึกษาตามกฎหมายของรัฐไทยแล้วผู้เขียนยังไม่ปรากฎเห็นข้อกำหนดของกฎหมายใดที่ห้ามมิให้สิทธิในการรักษาทางสุภาพในยามเจ็บป่วยดังที่ได้กล่าวในข้อที่ 2.4.แล้ว
แต่ในทางปฏิบัติแล้วคงปฏิเสธไม่ได้จากการทำทางของเจ้าหน้าที่ ที่ยังมีการเลือกปฏิบัติอยู่ตามสถานที่โรงพยาบาลบางที ตัวย่าง นาย บุญมี ราชมีไช เกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2516 ที่ประเทศลาว ในวันที่ 2 สิงหา พ.ศ. 2550 ได้ไปโรงพยาบาล สีริราช เพื่อไปรักษา สุขภาพ พอถึงโรงพยาบาลแล้วก็เดินไปหาพยาบาล แล้วทางพยาบาลก็ถามถึงบัตรประจำตัว แล้ว บุญมี ก็ไดยื่นบัตรนักศึกษาที่ทางคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกให้ และทางพยาบาลเขาบอกว่าบัตรนี้ใช้ไม่ได้ และเขาก็ถามคืนมีบัตรอีกไม่ จากนั้น บุญมีเองก็ได้เอาหนังสือ passport ยื่นให้ทางพยาบาล และทางพยาบาลเขาบอกว่าในกรณีคนต่างชาติที่ไม่สัญชาติไทยต้องได้รอตอนเย็นจึ่งมารักษาได้เพราะตอนนี้มีคนป่วยมากและทางพยาบาลยังย้ำอีกว่าถ้าคุณหากรอได้ก็ให้รอประมานหลัง 16 โมงเย็น
จากปัญหาดังกล่าว บุญมี ไม่สามารถรอได้ทั้งวัน เพราะได้ไปรอทางพยาบาลแต่ 7 โมงเช้าจนถึงเที่ยงจึงได้คำตอบจากพยาบาล ดังนั้น บุญมี จึงได้กลับมาหอและได้ไปหาพี่ วันไชย ที่เป็นคนไทย แล้ว พี่วันไชย ก็พา บุญมี ไปที่ โรงพยาบาลเจ้าพระยา ซึ่งเป็นของเอกชน และก็ได้รับการรักษาอยู่ที่นั้น โดยทางกฎหมายแล้วทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะต้องได้รับการรักษาทางสุภาพในยามเจ็บป่วยจากทางพยาบาล โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนด
3.5.สิทธิตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
ในส่วนนี้ได้อธิละเอียดในข้อที่2.5.ผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวอีก
3.6. สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
จากการศึกษาตามกฎหมายต่างๆของรัฐไทยแล้วกฎหมายได้ให้สิทธิในทางกระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ แม้ว่าคนลาวจะเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือไม่ก็ตาม ซึ่งได้ปรากฏใน มาตรา 4, 30, 39, และมาตรา 40แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 25550 ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในข้อที่6 บทที่สอง ได้มีศาลแรงงานที่รองรับเพื่อให้ความช่วยเหลือในกรณีที่มีข้อพิพาททางแรงงานโดยเฉพาะ ดังที่ได้กล่าวในข้อ6.6 ต่อไป