ในส่วนนี้ผู้เขียนจะได้ศึกษาถึงในกรณีคนลาวที่เป็นต่างด้าวที่เข้าเมืองถูกกฎหมายนั้นจะได้รับสถานะแห่งสิทธิในการทำงานของคนลาวที่ทำงานในประเทศไทย ได้หรือไม่อย่างไร เช่น สิทธิในการเข้าสู่ตลาดแรงงานสิทธิในการทำสัญญาจ้างแรงงาน สิทธิในการคุ้มครองแรงงาน สิทธิในการประกันสังคม สิทธิตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมเป็นต้นซึ่งจะได้ทำการศึกษาดังต่อไปนี้
2.1. สิทธิในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน ( Right to work access )
ในส่วนนี้ผู้เขียนจะได้ศึกษาถึงสิทธิในการเข้าสู่ตลาดแรงงานภายใต้พระราชบัญญัติการทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.2521 ดังต่อไปนี้
2.1.1. พระราชบัญญัติการทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.2521
ผลจากการศึกษาพบว่าสถานะแห่งสิทธิในการทำงานของคนลาวในการเข้าสู่ตลาด
แรงงานได้ก็ต่อเมื่อภายใต้ข้อบังคับตามมาตรา10 ซึ่งเป็นงานที่มิได้ห้ามให้คนต่างด้าวทำและต้องได้
รับใบอนุญาตจากอธิบดีหรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดีมอบหมายเว้นแต่คนลาวที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเพื่อทำงานอันจำเป็นและเร่งด่วนมีระยะการทำงานไม่เกินสิบห้าวันแต่คนลาวนั้นได้เมื่อได้มีหนังสือแจ้งให้อธิบดีหรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดีมอบหมายทราบ ตามที่อธิบดีกำหนด[1]
2.1.2. พระราชบัญญัติการทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.2521
สถานะแห่งสิทธิในการทำงานของคนลาวในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในกรณีที่คนลาวซึ่งได้รับให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือตามกฎหมายอื่น ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีหรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คนลาวนั้นเข้ามาในราชอาณาจักร แต่ถ้าคนลาวนั้นอยู่ในราชอาณาจักรแล้ว ระยะเวลาสามสิบวัน ให้นับแต่วันที่ทราบการได้รับอนุญาตให้ทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือตามกฎหมายอื่น ในระหว่างรอรับใบอนุญาต ให้ผู้ยื่นคำขอทำงานไปพลางก่อนได้[2]
2.2. สิทธิในการทำสัญญาจ้างแรงงาน ( Right to labour contract)
จากการศึกษาสถานะแห่งสิทธิในการทำงานของคนลาวที่เข้าเมืองถูกกฎหมาย ทั้งกรณีทั่วไปตามมาตรา 7 และกรณีทีไดรับอนุญาตให้เข้าทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือตามกฎหมายอื่นตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว เป็นผู้มีความสามารถทำงานในระดับมันสมอง หรือที่เรียกว่าแรงงานมีทักษะหรือแรงงานมีผีมือ
ลักษณะการควบคุมการทำงานของคนต่างด้าวประเภทนี้มีลักษณะเปิด เห็นได้จากเงื่อนไขประเภทงาน ที่กฎหมายได้กำหนดห้ามไว้เพียง 39 อาชีพเท่านั้น นอกเหนือจากงาน 39 อาชีพนี้ คนลาวสามารถทำได้โดยได้รับอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด และนอกนั้นรัฐยังส่งเสริมทุกคนวัยทำงานมีงานทำ อย่างมีความเสมอภาคโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ
2.3. สิทธิในการคุ้มครองแรงงาน
กรณีคนลาวที่เข้าเมืองถูกกฎหมายและได้รับอนุญาตในการทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นั้นจะได้รับสิทธิในการคุ้มครองแรงงานตามกฎหมายไทยได้หรือไม่เพียงใด
จากการศึกษาตามสถานะแห่ง สิทธิในการคุ้มครองแรงงาน ตามกฎหมายระหว่างประเทศและ ตามกฎหมายต่างๆของรัฐไทยแล้ว ผู้เขียนยังไม่พบเห็นกฎหมายใดที่ห้ามไว้หรือกีดกั้นมิให้การคุ้มครองแรงงานลาว ดังที่ได้ปรากฏในมาตรา 4 แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 25550ได้บัญญัติไว้ว่า “ศักดิ์ความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง” และในมาตรา 30 ยังได้กำหนดไว้ “บุคคลย่อมเสมอภาคกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกันชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน”และไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด
แต่ในทางวิธีในการปฏิบัติแล้วในบางกรณีในบางพื้นที่ก็ยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายได้อย่างเท่าที่ควร ถึงแม้จะเข้ามาทำงานโดยถูกต้องตามกฎหมาย และมีบทบัญทึกความร่วมมือว่าด้วยการจ้างแรงงานที่ทั้งสองรัฐบาลได้ลงนามไปแล้วก็ตามลูกจ้างยังไม้ได้รับกาคุ้มครอง
ดูแลเอาใจใส่ทำให้ถูกละเมิดสิทธิในด้านต่างๆจากนายจ้าง ตัวอย่าง ในกรณี นาง ไหม สีลิดาวง
ตามข้อเท็จจริง นาง ไหม สีลิดาวง มีสัญชาติลาว เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 1979 รวมอายุได้ 28 ปี ปัจจุบันอยู่บ้าน สามักคีไช หน่วย 06 เมือง สามักคีไช แขวง อัตปือ (ATTAPEU) ประเทศลาว ได้เข้ามาทำงานในบริษัทโชติวัฒน์ อุตสาหกรรมการผลิตจำกัด 84/22 หมู่ 7 ถนนสายเอเชีย 43 ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ประเทศไทย โดย ได้ทำสัญญาผ่านบริษัท รัฐวิสาหกิจ ลาวจัดหางานเป็นผู้ส่ง ซึ่ง นางใหมได้เข้ามาทำงานกับบริษัท ฯ ดังกล่าว แต่วันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2006 จนถึง วันที่ 08 มคกราคม ค.ศ.2008 นางไหมได้ดำรงชีวิตในการทำงานในบริษัท ฯ ดังกล่าว เป็นเวลาเกือบสองปีเต็ม ตลอดระยะในการทำงาน แทบจะไม่มีเวลาพัก ได้รับเงินเดือนไม่สมกับการทำงาน และไม่ได้รับเงินตามสัญญา เพราะตอนที่จะเข้ามาทำงานตอนแรกทางบริษัทตางหน้าบอกว่าจะได้รับเงินเดือน เดือน 8000 บาท แต่ตัวจริงแล้วไม่ได้รับ การทำงานเกินเวลาก็ไม่มีเงินเพิ่ม ไม่ได้รับการดูแล ยามเจ็บป่วย ไม่ได้รับการรักษาทางพยาบาล การใช้แรงงานแบบบังคับ บางคนจนได้เสียชีวิติในโรงงาน แต่ไม่ได้รับการดูแลใดๆเลย เช่นเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ชื่อ นาย ยง ชื่อ เล่น แต่ไม่ทราบ ชื่อ แท้ เป็นคนที่มาจาก เวียงจันท์ ได้เสียชีวิตในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2007 และในนั้น ทางโรงงานไม่ได้แจ้งต่อกับทางสถานทูตประจำบางกอกลาวเลีย ไม่ได้ติดต่อกับญาติของผู้ตาย และไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทางการของไทย และทางการของลาวเลย ซึ่งในตอนแรกที่ ไหมทำงาน มีคนลาวด้วยกัน ประมาน 300 ถึง 400 คนแต่มาถึงปัจจุบันยังมีคนลาวเพียงประมาณ 50ถึง60คนเท่านั้น จำนวนหนึ่งที่หลบหนีออกมาได้ก็กลับคืนบ้านไปแล้วและอีกจำนวนหนึ่งไม่ทราบข่าว บางคนถึงแม้ว่าจะออกมาได้ก็ไม่รู้จะหลบตัวหนีไปที่ไหนได้เพราะไม่มี Passport บางคนก็ถูกตำรวจเจ็บโดนข้อหาหลบเข้าเมือง การที่ไม่ Passport นั้นเพราะว่า ทางโรงงานเขาเก็บไว้ และทางโรงงานเขาบอกว่า ถ้าบุคคลหากอยากได้ หนังสือ หรือ Passport นั้น ต้องได้จ่ายเงินคืน ให้ทาง บริษัทเสียก่อนจึงจะได้ เป็นจำนวน 19.994 บาท ทางโรงงานบอกว่า เพาระเขาได้จ่ายให้ทางบริษัทลาวจัดหางานไปแล้ว ทั้งๆที่ว่า ได้จ่ายเงินให้ทางบริษัทลาวจัดหางานไปแล้วเป็นจำนวนเงิน 14.994 บาท กับ 130.000กีบ ตอนอยู่ที่ประเทศลาวไปแล้ว
จากปัญหาดังกล่าวไหม ทนอยู่ไม่ได้จึงได้หาทุกวิธีทางเพื่อหลบหนีออกจากโรงงานดังกล่าว ในวันที่ 08 มคกราคม ค.ศ. 2008
จากปัญหาดังกล่าวถึงแม้ว่าจะเข้าทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และกฎหมายจะให้สิทธิในการคุ้มครองแรงงานในด้านต่างๆก็ตามมันก็ยังมีนายจ้างเอาเปรียบลูกจ้างอยู่ในบางพื้นที่ เนื่องจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังทำงานไม่ทั่วถึงทุกที่ และทางบริษัทผู้ส่งไม่ไม่ได้มีการติดตามตรวจตราคืนตามสัญญาที่กำหนดไว้[3]
2.4. สิทธิในการประกันสังคม
จากการศึกษาตามสถานะแห่ง สิทธิในการประกันสังคม ตามกฎหมายระหว่างประเทศและ ตามกฎหมายต่างๆของรัฐไทยแล้ว ผู้เขียนยังไม่พบเห็นกฎหมายใดที่ห้ามไว้หรือกีดกั้นมิให้การคุ้มครองแรงงานลาว ดังที่ได้ปรากฏในมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 25550 ได้บัญญัติไว้ว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับหลักประกันความปลอดภัยและสวัสดีภาพในการทำงาน รวมทั้งหลักประกันในการดำรงชีพทั้งระหว่างการทำงานและเมื่อพ้นภาวการณ์ทำงาน” บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน ในการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐอย่างเหมาะสม แต่ในทางปฏิบัติแล้วอาจไม่ได้รับสิทธิในการประกันดังเช่นในกรณี ของ นาง ไหมไม่ได้รับการดูแล ยามเจ็บป่วย ไม่ได้รับการรักษาทางพยาบาลดังที่ได้กล่าวมาในข้อที่2.3แล้ว
2.5. สิทธิตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
จากการศึกษาตามกฎหมายต่างของรัฐไทยแล้วเห็นกฎหมายมิได้ห้ามจำกัดสิทธิของบุคคลที่จะรวมตันกัน เพื่อเรียกร้อง ประโยชน์ของตนเพื่อเจรจาต่อรองกับนายจ้าง ดังที่ได้ปรากฎในมาตรา 64 แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 25550 ได้บัญญัติไว้ว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมตัวกันเป็นสมาคม สหภาพ สหพันธ์ ฯ” และในมาตรา 88 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ได้กำหนไว้ว่า ผู้มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกัน หรือ เป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันโดยไม่คำนึงว่าจะมีนายจ้างกี่คน บรรลุนิติภาวะ และมีสัญชาติไทย
จากการศึกษาทั้งสองกฎหมายพบว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 25550 เพราะว่าเนื้อหาสาระที่สำคันของรัฐธรรมนูญได้ให้สิทธิของบุคคลอย่างไม่มีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งมีความสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศตามที่ประเทศไทยได้ลงนามและมีผลผูกพันกับประเทศไทย เช่น อนุสัญญาว่าด้วยการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศเป็นต้น แต่พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ได้ให้สิทธิต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกัน หรือ เป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันและต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ และมีสัญชาติไทย เท่านั้นจึงจะสามารถได้สิทธิแรงงานสัมพันธ์ตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
2.6. สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
จากการศึกษาตามกฎหมายต่างๆของรัฐไทยแล้วกฎหมายได้ให้สิทธิในทางกระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติและได้ให้ความคุ้มครองตาม มาตรา 4, 30, 39, และมาตรา 40แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 25550 ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในข้อที่6 บทที่สอง ได้มีศาลแรงงานที่รองรับเพื่อให้ความช่วยเหลือในกรณีที่มีข้อพิพาททางแรงงานโดยเฉพาะ