จากการศึกษาถึงบทบาทขององค์กรภาครัฐที่มีต่อการจัดการปัญหาสิทธิในการทำงานของคนลาวนั้นผู้เขียนพบว่า นอกจากกระทรวงแรงงานซึ่งเป็นองค์กรหลักที่ทำหน้าที่โดยตรงแล้ว ยังมีองค์กรอื่นที่มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเพื่อให้คนลาวสามารถเข้าสู่สิทธิในการทำงานจากรัฐไทยได้
สภาความมั่นคงแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาเสนอแนะคณะรัฐมนตรีในเรื่องนโยบายภายใน นโยบายต่างประเทศและนโยบายการทหารกับการเศรษฐกิจอื่นๆ อันเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติให้สอดคล้องต้องกันเพื่อให้กิจการทหารและกระทรวง ทบวง กรม และองค์การอื่นๆ สามารถประสานกันได้อย่างใกล้ชิดเป็นผลดีต่อความมั่นคงแห่งชาติ และพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย[1] และในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2545 ได้กำหนดให้สำนักสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่เสนอความเห็นต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อประกอบ
การพิจารณาในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์หรือแผนงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติด้านกิจการภายในประเทศ กิจการนอกประเทศ กิจการชายแดนและป้องกันประเทศและการอื่นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ[2]
ในด้านการจัดการด้านสิทธิในการทำงาน พบว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติได้เข้ามามีบทบาทกำหนดนโยบายในการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมือง กล่าวคือ ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองและแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายตั้งแต่ 2539 เป็นต้นมาจนกระทั้งปัจจุบัน สภาความมั่นคงแห่งชาติได้มีบทบาทสำคัญในการจัดทำนโยบายและมาตรการดำเนินการเพื่อจัดระบบควบคุมการทำงานของแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ
นอกจากนั้นการดำเนินการแก้ไขปัญหาสิทธิในการทำงานของแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายนั้น การดำเนินการในเรื่องนี้จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการให้สิทธิอาศัยแก่แรงงานต่างด้าวเหล่านี้ ซึ่งในการผลักดันนโยบายเรื่องสิทธิอาศัยนั้น พบว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติได้มีได้มีบทบาทอย่างมากในการผลักดันนโยบายเพื่อผ่อนผันให้คนต่างด้าวบางกลุ่มมีสิทธิอาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งการที่คนลาวได้รับสิทธิอาศัยในประเทศไทยนั้นไม่ว่าจะเป็นสิทธิอาศัยชั่วคราว หรือสิทธิอาศัยถาวร ทำให้บุคคลนั้นมีสถานะเป็น ประชาชน และโดยกฎหมายแล้วย่อมมีสิทธิที่จะทำงานได้ เพียงแต่งานที่ทำได้นั้น มีการจำกัดว่าประกอบอาชีพใดได้บ้างเท่านั้นเอง ดังนั้นเมื่อรัฐยอมรับที่จะให้สิทธิอาศัยแล้ว รัฐย่อมมีหน้าที่ในการดูแลให้บุคคลเหล่านั้นสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพ ซึ่งการที่ประเทศไทยให้การดูแลบุคคลเหล่านี้ตามกำลังทรัพยากรที่พึ่งมี ผลที่สุดแล้วบุคคลเหล่านี้ก็จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยต่อไป[3]
1.1.3. กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย
กรมการปกครองมีภารกิจเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ การอำนวยความเป็นธรรม การปกครองท้องที่ การอาสารักษาดินแดน และการทะเบียน เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคง ปลอดภัย ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว ควบคุมดูแล ผู้อพยพ ผู้หลบหนีเข้าเมือง งานสัญชาติและงานกิจการมวลชน รวมทั้งการจัดการฐานข้อมูลกลางเพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้เกิดความสงบสุขในสังคมอย่างยั่งยืน[4]
ในส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองนั้นทางกระทรวงมหาไทยได้มีข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2540 ให้คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองและแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ทั้งนี้เพื่อให้องค์กรนี้เป็นองค์กรรับผิดชอบปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองและแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเป็นการเฉพาะซึ่งมีหน้าที่เสนอแนะนโยบายมาตรการระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การดำเนินการของภาครัฐในส่วนการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับเรื่องสิทธิในการทำงานของคนลาวผู้หลบหนีเข้าเมืองและแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายนั้น[5] มีการจัดการให้มีลักษณะเป็นการที่เป็นการบูรณาการทำงานของหน่วยงานภาครัฐในหลายส่วนด้วยกัน ทั้งนี้เนื่องจากการแก้ไขปัญหาของสิทธิในการทำงานของคนกลุ่มนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิในการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องความมั่นคงของรัฐในทุกด้าน และที่สำคัญคือการแก้ไขปัญหาสิทธิในการทำงานของคนลาวเหล่านี้เนื่องจากคนลาวเหล่านี้มีสถานการณ์เข้าเมืองที่มิชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นการกำหนดนโยบายจึงต้องดำเนินการเรื่องสิทธิอาศัยของคนลาวควบคู่กันไปด้วย