ระหว่างคู่สัมพันธ์ ก็มีความขัดแย้งกันตลอดเวลา รถกับถนน พึ่งพาอาศัยกัน แต่ก็ทำลายซึ่งกันและกัน
ห่างเหินไปนาน ลูกๆสบายดีนะ
ครั้งที่แล้ว ป๊าคุยกันถึงเรื่อง คู่สัมพันธ์ รถยนต์
"ฉะนั้น"รถยนต์"จึงต้องคู่กับ"ถนน" สิ่งสองสิ่งมีความสัมพันธ์ที่แยกจากกันไม่ได้ในสถานะการณ์นำพา ในสถานะการณ์ใช้สอย "รถยนต์"ก็มีคู่ความสัมพันธ์กับผู้โดยสารคือผู้คนที่ใช้สอย ในสถานะการณ์จอดนิ่งในที่จอดรถคู่สัมพันธ์ก็เปลี่ยนไป"
ในสถานะการณ์หนึ่งคู่สัมพันธ์อยู่ในสถานะหนึ่ง
สถานะการณ์นำพาใช้สอย ถนนและรถก็เป็นคู่สัมพันธ์กัน
สถานะการณ์จอดนิ่ง ที่จอดรถและรถยนต์ก็เป็นคู่สัมพันธ์กัน
บทบาทของรถยนต์ก็เปลี่ยนแปลงไป ในแต่ละสถานะการณ์
ระหว่างคู่สัมพันธ์ ก็มีความขัดแย้งกันตลอดเวลา รถกับถนน พึ่งพาอาศัยกัน แต่ก็ทำลายซึ่งกันและกัน
ไม่มีถนนรถก็ไปไหนไม่ได้ ไม่มีรถถนนก็ไม่รู้มีไว้ทำไม
รถเป็นสาเหตุให้ถนนเสีย ถนนก็เป็นสาเหตุให้รถพัง
แต่ทั้งสองสิ่งขาดจากกันไม่ได้
คู่สัมพันธ์ในโลกสวยงามใบนี้ยังมีคู่สัมพันธ์มากมาย ล้วนต้องพึ่งพาอาศัยกันและขัดแย้งกัน
ลูกๆ ป๊าได้เขียนไว้ตอนนี้คงเป็นแง่คิดพอหลวมๆให้ลูกๆได้ประดับไว้เพื่อตอบปัญหาหลายๆเรื่องที่เราไม่เข้าใจมัน
ป๊าคงได้บันทึกกันต่อไป........................................................................................รัก ป๊า
สวัสดีค่ะ เพราะเขาคู่กัน
เจ๊งมาก ค่ะ ป๊า
หนูจาเก็บ เอาไว้เปนหนึ้งในปรัชญา
pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
ของคู่กันถึงต้องสัมพันธ์กัน ในเมื่อสัมพันธ์กันก็ต้องขัดแย้งกัน
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ James
การเรียนดีนะ ท่องเที่ยวหนะไม่เลวทีเดียวเมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว จบมาคงหางานได้ไม่ยาก
โชคดีนะจ๊ะ
ถนน กับ รถ
มีอะไรที่สัมพันธ์กัน
เหมือนความสัมพันธ์อะไรหลายๆ อย่างบนโลกนี้
อันนี้ลูกเข้าใจสิ่งที่ป๊าสื่อค่ะ
แต่ขอลองเสนออะไรบางอย่างในความสัมพันธ์ น่ะค่ะ
คนเรามีความสัมพันธ์กันในด้านต่าง ๆ มากมาย
ในความสัมพันธ์ที่บลูเห็นบ่อย ๆ มองเห็นว่ามันมีความราบรื่น
อย่างเช่นถ้าคนอื่นเห็นความสัมพันธ์ของ บลู กับ ป๊า
ก็จะมีคนบอกว่า พ่อ ลูก เข้าใจกัน สนิทกัน เป็นพ่อลูกที่น่าอิจฉา
ซึ่ง เรา ก็เข้าใจว่าเป็นแบบนั้น
แต่พอมองเข้าไปข้างใน
มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เรายังไม่เคยคุยกัน มีหลายอย่างที่ลูกพูดกับป๊าไม่ได้
มีหลายเรื่องที่เราปิดบังกัน
มีอะไรหลายอย่างที่อยู่ในใจของเรา แต่ไม่เคยพูดออกมาซักที
เพราะถ้าพูดออกมา อาจทำให้อีกฝ่ายผิดใจ ไม่สบายใจ เครียด หรือ อื่นๆ อีกมากมาย
มันก็เรียกความสัมพันธ์ที่เรามีได้ง่าย ๆ ว่า มันคือ "ความสัมพันธ์ของการสร้างภาพ"
อันนี้เป็นคำที่บลูใช้เรียกความสัมพันธ์นี้ ความหมายของมันคือ
ไม่ใช่ว่าเราไม่รัก และ ห่วงใย ฝ่ายตรงข้าม
แต่ทุกสิ่งที่เรากระทำต้องฝ่ายตรงข้าม เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง
เราไม่สามารถมีชีวิตที่เต็มที่กับอีกฝ่าย มันกลับกลายเป็นการที่เราต้องสร้างให้ความสัมพันธ์ยังคงอยู่และราบเรียบ
เราเคยคุยกันเรื่องนี้บ่อยมาก บลูยอมรับเลยว่า บลูจะจบลงด้วยการทำให้ป๊าสบายใจกับคำถามที่บลูถาม
สรุปว่า ที่บลูพูดมายาว ๆ ทั้งหมดนี้ ความหมายก็คือ
ลูก อยากพูดในสิ่งที่ลูกคิด และลูกก็พยายามทำมาเสมอ ทั้งทางตรงและอ้อม
หลายครั้งที่ป๊าโกรธ หงุดหงิด อารมณ์เสีย เครียด อื่น ๆ อีกมากมาย
หลายครั้งป๊าบอกว่าลูกไม่มีเหตุผล และไม่เข้าใจป๊า
แต่สิ่งที่ลูกคิดคือ เหตุผล คือสิ่งที่จำกัดให้เราอยู่ในโลกแคบ เหตุผลที่ให้เรามี"ความสัมพันธ์ของการสร้างภาพ"
บลูคิดว่า ป๊ามีเหตุผลเยอะมาก มากจนตัวเองไม่สามารถที่จะให้อะไรกับตัวเองได้
บลูเคยให้เหตุผลกับตัวเองครั้งนึง ให้กับตัวเองมาประมาณ สิบห้าปี ได้
เหตุผลที่บลูให้กับตัวเองคือ ฉันเป็นคนธรรมดา ไม่สวย หุ่นไม่ดี หน้าตาธรรมดา
ไม่จำเป็นต้องแต่งตัว แต่งไปก็ไม่สวย
สรุปคือ บลูไม่เคยแต่งตัวให้สวย และบลูก็เลยไม่เคยเลยที่จะเป็นคนสวย เพราะอะไร
ก็เพราะบลูให้เหตุผลที่ตัวเองจะไม่สวยได้ ที่นี้ก็เลยไม่เคยสวยสักที (ตอนนี้สวยแล้วน่ะค่ะ ^^)
บลูสังเกตุว่าคนเราพอหาเหตุผลอะไรที่มาตอบคำถามของตัวเองได้ว่าทำไมตัวเองที่ไม่ทำอย่างโน้น อย่างนี้
เวลาที่เหตุผลมา เวลานั้น คือเวลาที่เราหยุดตัวเองไว้กับที่
แล้วคุณป๊าละค่ะ หยุดตัวเองไว้กับที่กี่อย่างแล้ว
หยุดความสัมพันธ์ของป๊ากับ ลูก ๆ ไว้เยอะแค่ไหนแล้ว
ไม่อยากให้มันพัฒนาขึ้นหรือค่ะ แบบว่า Level Up อะไรประมาณนั้น
ไม่อยาก แต่ลูก ๆ อยากน่ะ
วันนี้มีแค่นี้ ตอนนี้ที่นี้ฝนตก อากาศเรื่มร้อนแล้ว
ไว้อีก ๕ เดือนเจอกันน่ะค่ะ
บะบาย
.
สวัสดีคะ
อ่านบันทึกนี้ของคุณสิทธิรักษ์แล้ว ต้องบอกเลยว่าทำให้ได้มองทั้งมุมมองของคุณพ่อ และมุมมองของคุณลูก ... เป็นมุมมองที่แตกต่าง ที่ทำให้ได้เข้าใจและมองทั้ง 2 ฝ่าย
ขอบคุณคะ
สวัสดีค่ะ
บันทึกนี้เป็นมากกว่าบันทึกนะคะ
พ่อลูกได้แลกเปลี่ยนกัน ชอบค่ะ
ขอบใจมากจ๊ะลูกบลู
มองอะไรเป็นสองด้าน ทำให้เรามีสติ บางครั้งภาพที่มองเห็นอาจไม่เป็นดั่งที่เราคิด
ความสัมพันธ์ พ่อ ลูก เป็นคู่สัมพันธ์ต่างจากคู่สัมพันธ์อื่นๆ มันไม่เพียงแต่ว่าเราจำเป็นต้องรักกันเป็นห่วงกัน ยังต้องหลีกเลี่ยงความไม่เข้าใจกัน ภาพลบอีกด้านต้องประคองกันไป เพื่อจุดประสงค์ที่ดีกว่า
เงื่อนไขที่เราไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ แต่การสื่อสารที่สามารถเข้าถึงกัน ปรึกษาหารือกันสร้างความอบอุ่นกันก็ยังมีเครื่องไม้เครื่องมือมาทดแทนกัน
ต่างคนต่างมีหน้าที่ ต่างคนทำหน้าที่ที่ดีที่สุด ก็สามารถแก้ปัญหาบางด้านได้
เป็นห่วงเสมอ .........................................รัก
ป๊า
ท่าน ขจิต ฝอยทอง ผู้มาดมั่น
พูดยังกับว่า ตอนนี้มีแต่ลูกที่เป็นของคนอื่นซะงั้นหนะ...................อิอิ
คุณ มะปรางเปรี้ยว ที่ขยันขันแข็ง
ขอบคุณมากครับที่มาเยี่ยมเยียน
ปกติก็ได้คุยกับลูกทางโทรศัทพ์บ่อยแต่ด้านบันทึกสนทนาก็ไม่ได้บ่อยครับ
บางครั้งดีครับ ลูกจะได้ถ่ายทอดบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถแสดงออกทางคำพูดได้
ขอบคุณมากๆครับ
ชอบจังเลย พลังอมตะของครอบครัว
ความใกล้ชิดผูกพัน ก่อกำเนิดความรักความห่วงใย
สิ่งเหล่านี้เสริมสร้างพลังยิ่งใหญ่ได้ ทั้ง รัก โกรธ หลง มันจะผสมปนเปกันไป สายใยจะกระเพื่อมอยู่ตลอดไม่หยุด เอาใจใส่เท่านั้นจะคงความรักยั่งยืน
ขอบคุณมากๆครับ
คุณ jaewjingjing
ขอบคุณมากๆครับ มาตอบช้าไปหน่อยครับ ขอโทษครับ
สบายดีนะครับ
ขอบคุณมากครับคุณ
เอื้องแซะ
ขอบคุณที่ให้กำลังใจครับ ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทอดทิ้งไม่ได้
หวัดดีค่ะ
ระหว่างคู่สัมพันธ์ ก็มีความขัดแย้งกันตลอดเวลา รถกับถนน พึ่งพาอาศัยกัน แต่ก็ทำลายซึ่งกันและกัน
คู่สัมพันธ์ในโลกสวยงามใบนี้ยังมีคู่สัมพันธ์มากมาย ล้วนต้องพึ่งพาอาศัยกันและขัดแย้งกัน
เป็นอะไรที่คู่กันจริง ๆ ค่ะ
ความหลากหลายทำให้สังคมสวยงาม การทำความเข้าใจในเชื่อมโยงกันของสังคมทำให้ชีวิตสมดุล อ๊ะป่าวคะ ป๊าขา
สวัสดีป๋า สิทธิรักษ์
* เรียกพี่หมีไม่ได้แล้วสินะคะ เพราะท่านเล่าฮู ว้าว มีลูกโตทันใช้แล้ว
* น่าชื่นชม ความคิด น้องบลู มากค่ะ .. ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น .. จริงๆ
* ของคู่กัน มีความแตกต่าง - - เกิด ความหลากหลาย - -
* แต่เมื่อเปิดหู เปิดตา เปิดใจ ... รับฟัง ยอมรับ เข้าใจ
* ความหลากหลาย ก็หล่อหลวม เป็นเอกภาพ
* ปูชอบประโยคนี้มากค่ะ Unity in Diversity
ขอบคุณค่ะป๋า สำหรับแง่คิดดีๆ
* แถวบ้านปู เรียกคุณพ่อ ว่าป๋า ค่ะ *