เราเป็นแค่จุดเล็กๆเท่านั้น

         เปิดเทอมใหม่ปีนี้เตรียมตัวเป็นเวลานานมากกว่าทุกครั้ง เริ่มจากการทบทวนประสบการณ์เดิมๆ ที่ได้รับทั้งจากการทดลองปฏิบัติในสถานการณืจำลอง ทบทวนประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกอบรม รวมไปถึงการอ่านจากข้อเขียนของผู้คนอื่นๆที่เขาได้ปฏิบัติงานจริง เพื่อใช้เป็นฐาน เป็นทุนในการทำงาน ที่จะต้องไปปฏิบัติงานในโรงเรียน สิ่งที่อยู่ข้างหน้าคือความรู้ที่จะเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน
       ทบทวนเทคนิคการทำงานในรูปแบบที่คิดว่าน่าจะเหมาะสมกับตัวเอง จากสถาบันส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ  องค์กรแพท และองค์การแพลน ตลอดจนการพัฒนาจาก สพฐ.ในด้านการจัดการความรู้ แต่ก็ยังรู้สึกว่าน่าจะยังไม่เพียงพอ หนทางข้างหน้ายังยาวไกล ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่จะต้องศึกษายังมีอีกมากมายเหลือเกิน การได้มาซึ่งความรู้เป็นความท้าทาย  การจัดการความรู้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ
     หลังจากได้ฟังนักจัดการความรู้หลายๆท่านได้เล่าประสบการณ์ในการทำงาน รู้สึกปิติยินดีกับความสุขที่เกิดจากการทำงานเหล่านั้นตามไปด้วย ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะมีรูปแบบการทำงานที่อยู่ในหัวใจ  ตอนนี้พยายามศึกษาเกี่ยวกับการวิจัยชุมชนเพิ่มเติมเพื่อนำมาปรับประยุกต์ใช้ในการทำงานกับคุณครูในโรงเรียนเพื่อร่วมกันก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับการปรับยกระดับคุณภาพการศึกษา.........
      การทำงานร่วมกับคุณครูในโรงเรียนซึ่งถือเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งของผมจะตั้งอยู่บนหลักการดังต่อไปนี้
1. การเรียนรู้ที่สร้างจิตสำนึกและอุดมการณ์สำนึกถึงคุณค่า ฐานความรู้ที่มีอยู่ในสถานศึกษา สถานศึกษามีฐานความรู้ที่สำคัญในการพัฒนาในหลากหลายรูปแบบ เป็นพลังที่เมื่อปลดปล่อยออกมาจะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (ข้อนี้เห็นด้วยกับท่าน วิชชา ที่ได้ให้ข้อเสนอแนะไว้ คือ แท้ที่จริงแล้วโรงเรียนคือดาวฤกษ์ ซึ่งมีแสงในตัวเองอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งคือ ฐานความรู้ของคุณครู รวมไปถึงประสบการณ์ที่สั่งสมอยู่ในตัวของคุณครู ..ซึ่งมีอย่างมากมาย..หลากหลาย.....เป็นต้น)
2. การเรียนรู้แบบองค์รวมที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน นอกจากฐานความรู้ซึ่งเป็นทุนทางปัญญาที่มีในสถานศึกษาแล้ว ฐานความรู้ของชุมชน ฐานความคิด ความเชื่อ ความศรัทธา และคุณค่าทางวัฒนธรรม ล้วนแต่มีคุณค่า
3. การเรียนรู้ที่ประสานระหว่างการเรียนรู้เชิงประจักษ์ร่วมกับทฤษฎี การเรียนรู้ท่ามกลางการปฏิบัติงานจริงเป็นการเรียนรู้ที่น่าตื่นเต้น เช่นเดียวกับที่ผมได้ชื่นชมกับการทำงานของผู้อื่นไม่ว่าจะจากเรื่องเล่า หรือข้อเขียน จึงอยากให้ความรู้สึกเช่นนั้นเกิดกับตัวเองบ้าง
4. เน้นที่กระบวนการมากกว่าเนื้อหาและเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
5. มีบรรยากาศการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ มีความเสมอภาคเท่าเทียมในบทบาท ไม่ใช่แบบผู้ให้กับผู้รับ แต่เป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ผ่านกระบวนการต่างๆ ทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเสริมแรง การเติมเต็ม บนพื้นฐานของความเป็นกันเองซึ่งจะช่วยให้เกิดการสร้างความรู้ การร่วมมือช่วยเหลือกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจ พร้อมที่จะเรียนรู้และสร้างแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกัน
     โดยปกติในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่เรามักจะเดินไปด้านหน้า (เดินไปข้างหน้า) ก็คงจะต้องเตรียมตัวกันหน่อย กำหนดเป้าหมายไว้  วางแนวทางเดินสักนิดแต่เปลี่ยนแปลงได้ ไม่ยึดติด เมื่อเดินถึงเป้าหมายแล้วจะพบว่าเราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกมากมาย แล้ววางเป้าหมายข้างหน้าเพื่อที่เราจะได้เดินและเกิดการเรียนรู้ใหม่ๆต่อไป