คนอุทัยธานีเป็นคนดี มีความกตัญญู

          เมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา พวกเรา (หมายถึงผมและญาติพี่น้อง) ไปรวมตัวกันที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอพระประแดง พูดง่าย คือวัดบ้านเกิด เพื่อทำสังฆทานอัฐิบรรพบุรุษ คนเยอะมากแต่ยังไม่มีการสาดน้ำกัน ที่พระประแดงเขาจะเล่นหลังจากสงกรานต์ทั่วไปอาทิตย์หนึ่ง

          เสร็จพิธีการทั้งหลายแล้ว ผมและคณะบางส่วนมุ่งหน้าขึ้นเหนือ เป้าหมายอยู่ที่เมืองพระชนกจักรี หรืออุทัยธานีนั่นเอง เจตนาที่เดินทางไปก็ไม่มีอะไรมากแค่เพียงอยากไปเยี่ยมพรรคพวกเก่า ๆ และไปกราบขอพรท่านพระอาจารย์มหาฟู ที่ผมเคารพนับถือ ถึงอุทัยธานีเกือบ 5 โมงเย็น ที่ถึงช้าเพราะแวะไหว้พระในเส้นทางที่ผ่านตลอดเวลา

          ถึงอุทัยธานี ขับรถวนไปมาอยู่ 2 รอบ คิดถึงครับ จากมา 6 เดือนกว่า อยากรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง  อุทัยฯยังคงความเป็นอุทัยฯ ที่เคร่งครึม สง่าและน่าเกรงขาม  วิถีชีวิตผู้คนยังเหมือนเดิม  ผู้คนหลายคนที่จำผมได้เข้ามาทักทายสารทุกข์สุขดิบ พรรคพวกที่ไปด้วยยอมรับว่า ผมค่อนข้างผูกพันกับเมืองนี้ เย็นนั้น ข่าวผมไปอุทัยฯออกไปอย่างไรไม่รู้หลายคนมากราบขอพรและรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน คืนนั้นผมนอนอุทัยฯที่บ้านพรรคพวกคนหนึ่ง

         รุ่งเช้าไปกราบขอพรท่านอาจารย์ ท่านดีใจมากครับ ขอให้มุ่งมั่นทำงานเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน อีก 2 ปี ก็จะสบายแล้ว จากนั้นผมไปดูพระพุทธรูปที่วัดใหม่ ผมขอพระพุทธรูปท่านไว้หนึ่งองค์ เพื่อจะนำไปประดิษฐานที่สระแก้ว เพราะสระแก้วไม่มีพระพุทธรูปประจำสำนักงานได้เห็นพระองค์นั้นแล้วผมชื่นใจครับ

         เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็พากันไปทานข้าวกลางวันที่ร้านข้าวมันไก่ขาประจำ ที่พาพรรคพวกไปร้านนี้ เพราะต้องการให้เขาได้มีโอกาสชิมต้มมะระ แบบอุทัยฯ ที่ผมเคยเขียนถึงว่าอร่อยที่สุดในโลกไงครับ ขณะกำลังนั่งทานกันอยู่ ปรากฏว่ามีเด็กนักเรียนผู้ชาย 5 คน มาจอดจักรยานที่หน้าร้าน เนื้อตัวเปียกมอมแมมมาเลยครับ พอนั่งเรียบร้อย ก็ร้องสั่ง ข้าวมันไก่จานละ 10 บาท 5 จาน แม่ค้าร้องบอกไปว่า จานละ 10 บาทไม่ขายแล้ว อย่างต่ำจานละ 15 บาทแล้ว เด็กกลุ่มนั้นนั่งมองหน้ากันชั่วขณะ แล้วสั่งใหม่ งั้นเอาข้าวมันไก่ จานละ 15 บาท 4 จาน แม่ค้าก็จัดการให้ เมื่อยกข้าวมาส่งื ก็ถามเด็กคนหนึ่งที่มาด้วยกันว่า แล้วเอ็งไม่กินรึ ผมเงยหน้ามองไปที่โต๊ะเด็ก เห็นเขาส่ายหน้า

         อาศัยที่ผมสนิทกับแม่ค้า ผมเลยเอ่ยปากว่า เด็กมันจะกินได้อย่างไร ก็ตังค์มันไม่พอ มันคงมีแค่ 10 บาท เพราะคิดว่ายังไม่ขึ้นราคา ทำให้มันจานหนึ่งแล้วกัน แล้วมาเก็บตังค์ที่โต๊ะผม  แล้วผมกับพรรคพวกก็ก้มหน้าก้มตากินกันต่อไป  พักใหญ่ ๆ เด็กคนนั้นมายืนต่อหน้าผม ยกมือไหว้ขอบคุณ แล้วล้วงไปในกระเป๋ากางเกง ส่งเหรียญ 10 บาทให้ ปากก็พูดว่า  ขอบคุณ คุณลุงจริง ๆ ครับ ผมมีตังค์แค่ 10 บาทจริง ๆ ผมขอรวบกวนคุณลุงแค่ 5 บาท นะครับ ผมไม่รับและบอกเด็กไปว่าลุงเลี้ยงเนื่องในวันสงกรานต์ก็แล้วกัน แถมชมเขาว่าลุงเห็นหน่วยก้านแล้ว ก็คิดว่าหนูเป็นเด็กดี ขอให้รักษาความดีไว้

          ขณะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ผมนั่งคิดตลอดเวลาว่า ถ้าเด็กที่ผมเลี้ยงข้าวมันไก่เขาโตในอนาคต และได้มีโอกาสช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่าเขาได้ เขาคงทำ เพราะอย่างน้อยในชีวิตเขา เขาก็เคยได้รับโอกาสที่ดีจากผู้ใหญ่ใจดี คนนี้มาบ้างแล้ว  ผมคิดต่อไปว่า การกระทำของเด็กคนนั้น ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นของความเป็นคนดีของพี่น้องชาวอุทัยธานีได้บ้าง เพื่อนผมคงยอมรับได้ว่า คนอุทัยฯเป็นคนดี ตามที่ผมเน้นย้ำเสมอ

         ขอบคุณหนูน้อยคนนั้น ที่ช่วยให้ลุงคนนี้หลุดพ้นจากการไม่น่าเชื่อถือของบรรดาพรรคพวกทั้งหลายได้ ขณะที่เราพูดคุยในรถ ผมท้าว่า เด็กที่มีพฤติกรรมดี ๆ อย่างนี้ มีอยู่เกลื่อนเมืองอุทัยธานี ไม่เชื่อปีหน้าจะพามาท้าพิสูจน์