อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา...
ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ มีแต่ความสวยงาม แต่ในความสวยงามก็มีความไม่แน่นอนอยู่
ขอนำภาพเปรียบเทียบแสดงความไม่แน่นอนที่สวยงามมาฝากกัลยาณมิตรทุกท่าน
ดูรูปและพิจารณาไตรลักษณ์ - อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ด้วยนะคะ ^ ^
สองอาทิตย์ผ่านไปกับ Hyacinth
เกือบสองเดือนผ่านไปกับธารน้ำข้างมหาวิทยาลัย
เกือบสองอาทิตย์ผ่านไปกับเจ้าหนูหัวกลม Dandylion (ใครแพ้ pollen โปรดระวัง) พอลมแรงมาอีกพักหนึ่งเจ้าหนูหัวขาวก็จะปลิวจากไปจนกลายเป็นหัวไม้ขีด ^ ^





ธรรมชาติสอนเราอยู่ตลอด ว่า ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน มีเกิด มีดับเป็นของธรรมดา
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรถ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 7 ทรงเป็นรัตนกวี ของชาติ ที่องค์การยูเนสโก ประกาศ ยกย่องให้เป็น พระผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ระดับโลก(กวีเอกของโลก) ทรงนิพนธ์ไว้ค่ะ
พฤษภกาษร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่ห์คง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา
สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์
จริงค่ะคุณพี่ ^ ^ ไม่ว่าจะมองไปทางใด ก็เห็นแต่ความไม่แน่นอน แม้กระทั่งแสงที่เราใช้ในการมองเห็นก็ไม่แน่นอน
ไตรลักษณ์มีอยู่ทั่วไป เป็นการอธิบายธรรมชาิติได้ดีจริงๆค่ะ
บทกลอนที่พี่ศศินันท์เอามาฝากในบันทึกนี้มีคุณค่าอย่างยิ่งค่ะ
ยิ่งอ่านยิ่งไพเราะ ยิ่งเป็นจริง สมัยเด็กๆ เคยท่องได้อยู่ แต่ให้ความหมายไม่เหมือนทุกวันนี้ค่ะ ^ ^
ขอบพระคุณมากๆ นะคะที่นำมาฝากกัน ^ ^
ภาพสวยๆ เปรียบเทียบได้ดีค่ะ
ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง
เรามีหน้าที่เพียง รับรู้ แล้วปล่อยวาง
สวัสดีค่ะคุณใบบุญ
ข้อความในภาพสวยๆ หรือความหมายจากสิ่งที่เราได้สัมผัสหรือเห็นนั้นมีมากมายค่ะ ขอเพียงดูให้ลึกลงไปถึงความหมายและความเป็นจริงของสรรพสิ่ง จะได้อะไรๆ มากกว่าความสวยงาม/ไม่สวยงาม มากมายเลยค่ะ ^ ^
รับรู้ เรียนรู้ ปล่อยวาง... ดีจังเลยค่ะ
ขอบคุณที่แวะมา ลปรร กันนะคะ ^ ^
สวัสดีค่ะอ.Lin Hui
จริงแท้แน่นอนค่ะ ^ ^
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นธรรมชาติ มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปเสมอ
ขอบคุณที่แวะมา ลปรร นะคะ ^ ^
นอนดึกจัง รักษาสุขภาพนะคะ
ไม่ได้นอนดึกหรอกค่ะคุณใบบุญ
ตอนนี้อยู่อเมริกาค่ะ ^ ^
อีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็จะไปนอนแล้วล่ะค่ะ
ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ ^ ^
ชมภาพ เสียเต็มอิ่ม
สวัสดีค่ะอ.ตุ๋ย
ถ่ายภาพได้มุมเดียวกันเป๊ะเลยนะคะ ดูจากดอกเหลืองกลายเป็นเกสร ล้วนรอปลิว เป็นการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างไปอีกแบบ...แปลกตาดีค่ะ ขอบคุณที่มาเตือนสติ..อนิจจัง สังขาร ไม่เที่ยง ทำให้นึกถึงสัจธรรม อย่างดอกไม้ ก็จะบานๆหุบๆ เพื่อปกป้องตัวเอง และเหี่ยวเฉาไป แต่ต้นไม้เค๊ารักษาตัวไว้ รอวันกลับคืนมาเขียวเหมือนเดิม ไม่มีอะไรแน่นอนอย่างที่เราคิดไว้ จริงๆค่ะ
สวัสดีค่ะพ่อครู
อยู่ที่นี่ดีอย่างค่ะคือดอกไม้เยอะ แล้วก็เดินไปทำงานทุกวัน เพราะฉะนั้นเห็นอะไรแปลกๆ ก็จะถ่ายรูปเก็บไว้เรื่อยๆ ค่ะ
รูปต้นไม้ ใบไม้ นก(ไม่ค่อยชัด)กับดอกไม้ก็มีพอสมควรทีเีดียวค่ะ สนุกดีไปอีกอย่างค่ะ ^ ^
ขอบคุณพ่อครูที่แวะมาเยี่ยมนะคะ ^ ^
สวัสดีค่ะพี่อุ๊
ธรรมชาิติคือความไม่แน่นอนนั่นเองค่ะ ^ ^
พอดีถ่ายภาพไว้เยอะ ได้เห็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ในช่วงเวลาที่เราอยู่ที่นี่
ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าเอาหน้าตัวเองมาแปะ สองเดือนที่แล้วกับตอนนี้คงเหี่ยวกับผมยาวขึ้นมาเยอะเลยค่ะ 5555
สังขารค่ะสังขาร ^ ^
สวัสดีปีใหม่ครับอาจารย์
ผมกลับบ้านมาครับ ไปคนเดียว เดินทางปลอดภัยดีครับ
เป็นการไปเพื่อพระที่บ้านครับ...
การเดินทาง ทำให้ได้เห็นจิต เห็นตัวเรา เชื่อมโยงกับความจำเดิมๆ หรือประสบการณ์เก่าเหมือนกันครับ
เห็นจิตชัดขึ้นเลยครับว่า
บางเรื่อง บางอย่างเราก็ยังต้องฝึกอีกมาก เรียนรู้อีกมาก ภาวนาอีกมากครับ
แบบว่าเห็นจิตภายในที่แสดงออกมาชัดขึ้นจากเรื่องรวที่หลากหลาย แต่ก็รู้สึกดีที่เเม่อเกืดขึ้นก็จะรู้ตัวเร็วครับ
สรุปคือ เห็นว่าทั้งเปลี่ยนแปลงไปแบบดีขึ้นครับ
และบางอย่างก็เห็นว่ายังอ่อนแอ ต้องฝึกต่คอรับ
ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่เห็นได้ชัดเจนนะครับ
สวัสดีค่ะ ท่าน กมลวัลย์
สวัสดีค่ะน้องหมอ
เดินทางไกลเหมือนกันนะคะ แต่เห็นว่าพักค้างที่พิษณุโลกวันหนึ่ง (ตามอ่านจากบันทึกพ่อครูเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ)
ดีแ้ล้วที่ไปเยี่ยมพระที่บ้าน ความกตัญญูเป็นสิ่งประเสริฐ พ่อแม่เห็นหน้าเราก็ชื่นใจค่ะ ^ ^ เพราะรู้ว่าเราก็ยังคิดถึงท่านและดูแลท่านอยู่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ไกลกันขนาดไหน
เรื่องจิตใจเป็นเรื่องละเอียดอ่อนค่ะ แต่ฝึกปฏิบัติมากๆ แล้วจะรับรู้สิ่งที่ละเอียดได้มากขึ้น และจากประสบการณ์ก็คือ เรียนรู้จักตัวเองมากขึ้น เห็นข้อผิดพลาด/กิเลสของตัวเองมากขึ้น จนบางครั้งประหลาดใจเพราะไม่เคยเห็นจิตแบบนี้มาก่อน
พี่ก็คิดว่าการเดินทางมาอยู่ที่นี่ครั้งนี้เป็นการฝึกเหมือนกันค่ะ อ.ศิริศักดิ์บอกว่าใ้ห้เป็นการธุดงค์ทางใจ แต่ถ้าเทียบก็เป็นการธุดงค์ที่สะดวกมากค่ะ ^ ^ ยังไม่ต้องทำอะไรที่ลำบากยากเย็นนัก ถ้าคิดในแง่บวกก็คือ เราไม่มองปัญหาเป็นปัญหาอีกต่อไปแล้ว อะไรๆ มันก็เป็นเช่นนั้นเอง แก้ไปเรื่อย ทำไปเรื่อย ดูไปเรื่อยๆ สร้างปัญญาค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาบอกข่าวคราวกันนะคะ ดีใจที่มีคนร่วมปฏิบัติไปด้วยกันค่ะ ^ ^
สวัสดีค่ะคุณครูปู
อย่าเรียกท่านเลยค่ะ หนาวๆ ค่ะ ^ ^ เรียกอ.กมลวัลย์ ก็เป็นการให้เกียรติมากแล้วค่ะ ^ ^
ตอนเขียนก็คิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าเอาหน้าตัวเองมาปะแบบ before กับ after คงแปลกดีเหมือนกัน แต่ไม่อยากให้คนอ่านตกใจ 5555 ก็เลยเอาแค่ดอกไม้ดีกว่า สวยและชวนชมกว่าเยอะค่ะ
สำหรับในส่วนตัวเอง เราสามารถมองเนื้อหนังมังสาที่อยู่กับตัวเรา ส่องกระจก แล้วพิจารณาได้ตลอดค่ะ ว่าสิ่งนี้ไม่เที่ยง ไม่ว่าจะเป็น ผิวหนัง เล็บมือ ผม ฯลฯ ที่ดูง่ายๆ เพราะสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนให้เราเห็นได้ตลอด มองให้ลึกก็มองไปยังชั้นใต้ผิวหนัง ลอกออกมาดูเป็นชั้นๆ เหมือนปอกเปลือกหัวหอม ให้เห็นความไม่เที่ยงของกายนี้
บางคนอาจจะนึกสยดสยองไปบ้าง แต่มันก็เป็นความจริงน่ะค่ะ ^ ^
ขอบคุณที่แวะมา ลปรร นะคะ ยินดีต้อนรับค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ dd_L
เรื่องหินสองก้อนน่ารักดีนะคะ
ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ
เวลาก็เป็นเรื่องไม่จริง
เวลาของหิน กับเวลาของคนไม่เหมือนกัน 5555
คิดว่าคนทำเขาเดาตอนจบได้ใกล้เคียงของจริง แม้ว่าจะไม่ได้อยู่เห็น ^ ^
ส่วนเรื่องอนุทินก็สนุกๆ ดีนะคะ ได้ประโยชน์ เอาไว้โน๊ตลิงก์เรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน เป็นการถักทอแบบสั้นๆ ค่ะ ^ ^
ขอบคุณที่แวะมา ลปรร นะคะ แล้วจะคอยติดตามบันทึกต่อๆ ไปค่ะ ^ ^
ตามมาชมไม่ให้ตกเรื่องราวและภาพดอกไม้แสนสวยค่ะ
ใช่เลย ไม่แน่นอน วันก่อนน้องเศร้าสร้อยเป็นดอกทิวลิปหุบ วันนี้กลายเป็นแดนดิไลอ้อน ฟูฟ่อง ล่องลอย มีความสุข คือไม่มีอะไรคงทนถาวรบนโลกนี้ โดยเฉพาะคน