เมื่อเรารู้จักการจัดการความรู้
เมื่อเราจัดการความรู้
เมื่อได้รู้และได้ทำ สิ่งนั้นจะนำมาซึ่งความฉลาดทางการจัดการความรู้ (Knowledge Managemental Quotient : KMQ)

สัญชาติญาณของมนุษย์ย่อมรู้จักการต่อสู้และการเอาตัวรอด และทุกวันนี้ที่คนยังเป็นคนอยู่ได้เพราะคนนั้นยังมี “ความรู้”
การจัดการเป็นความรู้ศาสตร์หนึ่งที่ฝังและแฝงอยู่ในสัญชาติญาณของมนุษย์ และการจัดการนี้เองนำพาให้มนุษย์ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่มี “ความฉลาด”

ในทศวรรษนี้ที่เรียกได้ว่าเป็นยุคและสังคมแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (Technology and Information Society)
ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ ที่เคยถูกเก็บ ถูกกัก ถูกปิด ได้ระเบิดเถิดเทิง (Knowledge Explosion) ออกมาผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างมากมายหลากหลายแขนง อีกทั้งต้นทุนความรู้ที่ให้และรับนั้นไม่แพงขึ้นอยู่กับว่า "ใครจะฉลาดจัดการกับความรู้นั้นมากกว่ากัน?"

ความฉลาดทางการจัดการความรู้ ความรู้ (Knowledge Managemental Quotient : KMQ) เป็นความฉลาดในศาสตร์ที่เรียกได้ว่าเป็นศาสตราที่ครอบคลุมศาสตร์ในทุกแขนง

การเรียนรู้ที่มีความฉลาดในการจัดการความรู้ จะรู้ว่าสิ่งใดควรรู้ สิ่งใดรู้แล้วทำให้ฉลาดรู้
ความฉลาดในการจัดการความรู้ จะทำให้รู้ว่าความรู้ใดเหมาะกับตน ตนสมควรรู้ในความรู้ด้านใน

รู้ในตนเป็นเบื้องต้น รู้กายตนเป็นท่ามกลาง รู้ตนไม่เป็นตนเป็นเบื้องปลาย รู้จิตตนเป็นที่สุดรอบ

ความฉลาดรู้ คนเราจะเลือกรู้และคัดกรองที่จะรู้ในสิ่งที่ดี

คนที่มีความฉลาดในการจัดการความรู้จะรู้ว่าควรที่รู้เรื่องชีวิตของตน เรื่องชีวิต เรื่องลมหายใจ
เพราะชีวิตคือลมหายใจใคร ๆ รู้
ชีวิตคือการต่อสู้ควรศึกษา
ชีวิตคืองานตระการตา
ชีวิตมีคุณค่าควรคุ้มครอง

ความฉลาดรู้ ต้องรู้จัดการตน
ความฉลาดรู้ ต้องรู้จักทำตนให้เป็นคนให้มีสติ
ความฉลาดรู้ ต้องรู้จักทำตนให้เป็นคนที่มีสัมปชัญญะ

คนที่สมบูรณ์จะต้องเป็นคนที่มีทั้งสติและสัมปชัญญะ
เพราะสติและสัมปชัญญะจะทำคนให้รู้จักจัดการตนให้พ้นจากความโลภ ความโกรธ ความหลง
คนที่ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง จึงถือได้ว่าเป็นคนที่ “ฉลาด” อย่างจริงแท้ และเป็น “บัณฑิต” โดยสมบูรณ์


เพราะบัณฑิตย่อมทำในสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าถูกใจ
ความถูกใจคือทำงาน ทำชีวิตอยู่บนพื้นฐานของอารมณ์
อารมณ์ที่โลภ อารมณ์ที่โกรธ อารมณ์ที่หลง
โลภ โกรธ หลง เมื่อมีสิ่งใดมากระทบจิต
จิตมีหน้าที่รับสัมผัสและนำเข้ามาปรุงแต่ง
ถ้าคนฉลาดมีสติและสัมปชัญญะก็จะสามารถรับและจัดการกับสัมผัสที่จิตจะปรุงแต่งได้อย่างถูกต้องมากกว่าถูกใจ

ส่วนที่ว่าจะทำอย่างไรนั้นนั่นก็คือ “ความฉลาดในการจัดการ”

เมื่ออุปทาน (Supply) คือ ความรู้ มีอยู่แล้วอย่างล้นหลาม ถ้าคนที่เก่งจริงฉลาดจริงต้องรู้จักจัดการ จัดการนำความรู้นั้นที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด

รู้ ทำ ใช้ แก้ไข จัดการหมุนเวียนปรับเปลี่ยนเป็นวงล้อ เป็นเกลียวที่สายต่อและถักทอความรู้ให้กลายเป็น “ปัญญา”

ปัญญาจะภิวัฒน์ได้ก็เพราะด้วยคนมีความฉลาดในการจัดการความรู้
รู้ดี ทำดี รู้ชั่ว เว้นชั่ว นี่ก็คือความฉลาดในการจัดการความรู้

ยุคนี้ ทศวรรษนี้ คนรู้เยอะ รู้มาก รู้ทั้งดี รู้ทั้งชั่ว
แต่ถ้ายุคนี้ ทศวรรษนี้ คนหรือมนุษย์มีความฉลาดในการจัดการความรู้ ความรู้ (Knowledge Managemental Quotient : KMQ) ยุคนี้เป็นหนทางที่นำไปสู่ความสุขแท้อันได้แก่ “ความสงบ”