การใช้ชีวิตในเมืองอินเดียเป็นเรื่องที่ค่อนข้างต้องใช้ความอดทนมาก เพราะรูปแบบวิถีชีวิตของแต่ละคนล้วนมีความแตกต่างกันมากเลยครับ เช่นการแต่งตัวของแต่ละชนชั้นวรรณะ การศึกษา การทำงาน ระบบสังคมที่ดำเนินอยู่ในสังคม ค่อนข้างจะต่อสู้กับอิทธิพลมากเลยครับ จากประสบการณ์ที่ผมมีโอกาสมาตอนรับแขกบ้านแขกเมืองในอินเดียตั้งแต่รับรัฐมนตรี กระทั้ง ถึงนายอำเภอ ของนครนั้น ผมรู้สึกเข้าใจความเป็นอยู่ของคนชั้นรากหญ้ามากเลยครับ เพราะพวกชนชั้นจัณฑาณจะไม่มีโอกาสเชิดหน้าชูตาได้เลย ความเป็นอยู่ของพวกเขาต่างก็ไม่ต่างกับสัตว์เลี้ยง เช่นวัว ควาย ฯลฯ เพราะเวลาหน้าหนาวก็นอนกอดสัตว์เลี้ยงเพื่อประทังความหนาว หน้าฝนพวกเขาจะนอนอยู่กับวัวควายในคอกด้วยกัน นี่แหละที่ผมว่าลำบากมาก และในเมืองนี้ไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือจากผู้ที่มีฐานะในบ้านในเมืองเลย เพราะคนอินเดียมีแต่ขอแต่ไม่เคยให้ทาน มันจึงเป็นผลแห่งความลำบากต่อเนื่อง......ครับ

นมัสการค่ะท่าน
นะมัสการครับ
น่าสนใจครับ โดยเฉพาะที่ว่า คนอินเดียมีแต่ขอ ไม่เคยให้ทาน
คนไทยชอบทำบุญทำทาน แต่ก็เป็นคนชอบขอเหมือนกัน คือขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และหวังกำไรเกินควรด้วย
ผลบุญในเรื่องคนไม่ทำทานกับคนทำทานนี้คงไม่ต้องสงสัย
สภาพของคนชั้นล่างดังกล่าว อย่างน้อยก็ทำให้เราชาวพุทธไปเห็นแล้วเกิดธรรมสังเวชได้ดีครับ
ต้องอนุโมทนาสาธุกับคนเหล่านี้ จะได้รับผลบุญติดตัวไปในอนาคตบ้าง
ดีครับ อ่านแล้วเห็นภาพของวิถีชีวิตคนอินเดียชั้นล่าง
รออ่านตอนต่อไปครับ
นมัสการค่ะ
และแล้วก็พบบันทึกที่สองของท่าน เขียนได้ดีจังเลยค่ะ ทำให้นึกถึงวันที่ท่านชวนให้โยมไปเยี่ยมตามหมู่บ้าน เพื่อให้ได้เห็นสภาพชีวิตที่แท้จริง และล่าสุด พาโยม ไปยังฝั่งแม่น้ำกะกุธารนที ดุที่เขานำศพไปเผากัน ทำให้โยม ได้เจริญ มรณานุสติ จนเกิดธรรมสังเวช
มิเสียแรง มาคราวนี้ ได้พบกัลยาณมิตรที่ช่วยชี้ทาง ส่งเสริมในการปฏิบัติธรรม ขออนุโมทนาบุญอย่างยิ่งค่ะ
สวัสดีครับ : มะขามอ่อน/ครูมิม
คนไทยที่อยู่ใต้พระบารมีขององค์สมเด็จพระบาทพระเจ้าอยู่หัวนั้นแสนจะเป็นเสมือนเทวดา ถ้ามาเปรียบกับคนที่เกิดในประเทศอินเดียมากเกินกว่าจะสรรหาสิ่งใดมาพรรณนาไม่มีเลย อย่างไรฉันอยากให้ทุกคนรักกันมากๆ......
สวัสดีครับ:ตันติราพันธ์
สิ่งนี้เป็นธรรมะขั้นเบื้องต้นที่คนเราแต่ละคิดอาจจะคิดได้และอาจจะคิดไม่ได้เมื่อมาพบความเป็นจริงของโลกที่แท้จริง....ว่าธรรมะที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ไกลตัวเราเลย....เพราะถ้าชวนพุทธหมั่นศึกษาข้อปฏิบัติตามหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเรื่อง อริยสัจ 4 ซึ่งเป็น หัวข้อที่สำคัญให้คนเราสามารถมองหลักความจริงของชีวิตได้อย่างชัดเจนเลยที่เดียว.....นั่นคือ(มรณสติ)ที่โยมสามารถเข้าใจเองได้...เพราะโยมอาจจะมีพรสวรรค์เข้าใจธรรมะของพระพุทธองค์ด้วยตนเอง
อย่างไรขออนุโมทนาในบุญด้วยนะ............
สวัสดีครับ:ท่านพลเดช วรฉัตร
ใช่แล้วครับในอินเดียเป็นเมืองที่ลำบากมากเลย อาตมาคิดว่าถ้าใครทำบาปเยอะๆ
อาจจะได้มาใช้กรรมในเมืองนี้ก็เป็นได้....เพราะมีคำกล่าวจากผู้มาแสวงบุญว่า มาอินเดียเหมือนมาเมืองของยมฑูต เพราะอินเดียเป็นเมืองแห่งคนอดยาก เมืองแห่งคนขอทาน เมืองแห่งจอมอิทธิพล และ เมืองแห่งขี้ข้างทาง ...นี่แหละที่คนทั้งหลายต่างกล่าวขานกัน
แต่ในความเป็นจริงแล้วที่เขาขี้นั้นเขาไม่ใช่ขี้เปล่า พวกเขาถือว่าทำประโยชน์มหาศาลเลยที่เดียว..หรือที่เรียกว่า เอาขี้สร้างชาตินั่นเอง เพราะพวกเขาจะขี้ตามท้องไร่ท้องนา เมือขี้มันแห้งก็กลายเป็นปุ๋ยทำให้พืชของพวกเขาเจริญงอกงามได้ด้วยและเอาพืชส่งขายทำรายได้ให้ประเทศ....นี่แหละที่เรียกว่า ขี้สร้างชาติ
นมัสการพระคุณเจ้า
เห็นด้วยค่ะที่การไปอยู่ที่อินเดียเป็นการเรียนรู้ชีวิตอย่างแท้จริง บางอย่างเป็นเรื่องที่อธิบายได้ บางอย่างอธิบายไม่ได้ แต่อย่าคิดว่าเป็นการไปใช้กรรมเลยค่ะ เพราะจะทำให้รู้สึกว่าตนเองถูกทำโทษ ถือว่าเป็นการไปเพิ่มขันติบารมีดีกว่าค่ะ เพราะส่วนดีเขาก็มีให้เรียนรู้เยอะ ส่วนไม่ดีรู้ไว้ก็ดีค่ะ เป็นประโยชน์ทั้งนั้น