ศาสตร์และศิลป์ในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข..นับเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของมนุษย์

 

 

ที่มาของภาพ ปกนิตยสาร ธรรมะใกล้ตัว ฉ.039/ 3 เม.ย.51

ขอให้แสงแห่งปัญญาและความสงบจงบังเกิดแด่เราทุกคน

 

     จริงหรือไม่ ? ที่มีผู้รู้กล่าวว่า ศาสตร์และศิลป์ในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ในทุกสถานการณ์ โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น  เป็นการศึกษาที่ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างต่อเนื่องและไม่มีวันหยุด

 

มนุษย์ทุกคนย่อมใฝ่หาความสุข และการเข้าสู่วิถีชีวิตที่มีความสุข  การหาเครื่องมือเพื่อเป็นวิธีการในการเข้าสู่ความสุขจึงเป็นเรื่องที่เราต้องเรียนรู้ก่อนเป็นเบื้องต้น

 

        วันนี้คนไม่มีรากจึงลองทบทวนเนื้อหาที่ได้ศึกษามาจากปรมาจารย์ด้านNeo-Humanistในประเทศไทย รศ.ดร.เกียรติวรรณ อมาตยกุล* ซึ่งเป็นผู้นำแนวคิดนี้มาใช้และเผยแพร่ในวงการศึกษาบ้านเราเป็นท่านแรกในประเทศไทย

แนวคิดนีโอฮิวแมนนิส (Neo-Humanist) ** เป็นศาตร์หรือแนวคิดของนักปราชญ์ชาวอินเดีย ชื่อ Prabhat Ranjan Sarkar หรือ P.R.Sarkar คิดค้นพบและเผยแพร่เมื่อปี ค.ศ. 1959

 

แนวคิดนี้ว่าด้วย เรื่องของการประพฤติตนในกรอบคุณธรรมและศีลธรรม รวมทั้งการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ความเชื่อว่าพลังแห่งความรัก(Universal Love) เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล ทำให้คนเราอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข  มีจิตใจงดงาม มีคลื่นสมองต่ำลงเห็นอกเห็นใจและอยากช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้น  ชาวนีโอฮิวแมนนิสจะร้องเพลงมันตรา Babanam Kevalam ซึ่งทำให้คลื่นสมองต่ำลงอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นการเพิ่มพลังแห่งความรักตนเองและผู้อื่น ซึ่งแนวคิดนี้พัฒนาเป็นแนวคิด Prout(Progressive  Utilization  Theory) หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า ทฤษฎีอรรถประโยชน์  ซึ่งจะกล่าวถึงในครั้งต่อไป

จุดเด่นของชาวนีโอแมนนิสที่เป็นรูปธรรม  คือ การมีเป้าหมายและวิธีในการดำเนินชีวิตด้วยวิธีการางบวก ไม่คิดลบพูดลบกับตัวเองและผู้อื่น ไม่นินทา ไม่ดูถูก ไม่ซ้ำเติมใคร  ม่นิยมอาหารจากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เลือกบริโภคอาหารที่ให้พลังชีวิตสูง เช่น ผักสด ผลไม้ โยเกิร์ต ถั่ว และเมล็ดธัญพืชเป็นหลัก  มีความสุขกับชีวิตเรียบง่าย กินอยู่แบบพอดี มีวินัยในการใช้จ่าย ไม่นิยมของฟุ่มเพือย ชอบแบ่งปันส่วนเกินให้ผู้ที่อ่อนแอกว่า และที่สำคัญคือ การชอบทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นมากกว่าเพื่อตัวเอง

 

แนวคิดนีโอฮิวแมนนิสนี้ อาจถือได้ว่าเป็นกระบวนการพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน (Sustainable Development)เนื่องจากมีความเชื่อพื้นฐานว่า มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพในตัวเองที่ต้องค้นพบ  การพัฒนาจากภายในตัวเอง ใช้กระบวนการที่เกิดจากการพิจารณาตนเอง และผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลง/พัฒนาเกิดขึ้นจากปัจจเจกบุคคลนี้เองที่ส่งผลต่อตนเองและสังคมโลกโดยรวม

 

       ท่านอาจารย์อัญชลี อุชชิน*** ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งนพลักษณ์ กล่าวไว้ว่า โลกจะเปลี่ยนได้ เมื่อเราเปลี่ยนโลกภายในตัวเรา เสียก่อน เห็นด้วยไหมคะ.

แหล่งอ้างอิง

* อาจารย์ประจำสาขาวิชาการศึกษานอกระบบโรงเรียน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 **ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://luksoshow.multiply.com/journal/item/72

*** ศึกษาเพิ่มเติม ได้ที่ http://gotoknow.org/blog/nujjin/176094