ก็ยังไม่ได้อ่าน Open Social อย่างจริงจัง และก็ยังไม่มี Programmer ฝีมือฉกาญมาช่วยงาน (ถ้าใครสนใจทำงานใน SciPark ก็บอกได้นะครับ) แต่ที่แน่ๆ คือรู้สึกว่า Social Networking Service (SNS) พักนี้น่าเบื่อจัง และจากการได้อ่านบทความ "The Future of Social Networks on the Internet" ก็ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกนี้ยิ่งขึ้น
ปัจจุบันปี 2008 อาจจะเรียกได้ว่าเรากำลังอยู่ในยุคกลางหรือยุคปลายๆ ของ web 2.0 กันแล้ว จึงทำให้มีเว็บไซต์ในลักษณะ SNS ออกมาเยอะเหลือเกิน ไล่ไปตั้งแต่ Hi5, MySpace, Facebook, Bebo, LinkedIn, Multiply, Ning และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดจะมีส่วนที่คล้ายกันคือ "การแอ๊ดเพื่อน" ตามหลักการ Friend-Of-A-Friend (FOAF) ซึ่งที่ทำให้ผมเบื่อก็คือ มันเหมือนกันไปหมดแต่มันแชร์กันไม่ได้ซะด้วย ลองนึกสิครับว่า เรามี profile อยู่บน Hi5 ถ้าอยากมีบน Multiply ก็ต้องสร้างขึ้นใหม่ ทำให้นึกถึงเมื่อก่อนตอนแรกเล่น ICQ แต่เพื่อนบอกว่าไม่มี ICQ มีแต่ MSN ก็ต้องมาสร้าง account MSN คุยกันเยอะขึ้น ภาษาก็เริ่มวิบัติเป็น ภาษาเอ็ม เช่นเดียวกัน เชื่อว่าตอนนี้หลายๆ คนคงมี account อยู่ใน SNS หลายๆ เว็บไซต์ มี profile อยู่เยอะแยะเต็มไปหมด แล้วต่อไปมันจะมีความวิบัติอะไรตามมาจากการใช้งาน SNS เหล่านี้?
โดยปกติแล้วสิ่งที่ SNS ให้บริการพื้นฐานคือ การให้เราสร้าง profile ของเราลงในเว็บ, บางที่อาจอนุญาตให้อัพโหลดไฟล์แบบต่างๆ ไม่ว่าจะภาพ เสียง หรือ คลิปวีดีโอ, จากนั้นก็จะมีเรื่องของการ comment (เม้นต์), มี Personal Messeage (PM) ให้คุยส่วนตัวกับเพื่อนบางคน และที่เราต้องทำก็คือ ไล่อ่าน ไล่เม้นต์ ไปตาม Profile ของคนอื่น เรื่อยๆ แอ๊ดเพื่อนบ้าง บล็อคพวกเกรียนบ้าง ข้อดีของบริการลักษณะนี้คือ การเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน ซึ่งมันคือความสวยงามที่สุดของอินเทอร์เน็ต SNS รายใหญ่อย่าง Hi5 มีสมาชิกอยู่เกือบ 100 ล้าน account ทั่วโลก บางคนมี "เพื่อน" เป็นหลักหมื่นหลักแสนอยู่ในนั้น ฟีเจอร์นี้เองที่ถูกใจถูกโฉลกกับคนไทยมากที่สุด มันเป็นการวัด "ความแหล่ม" ของตนบนไซเบอร์สเปซ

ที่มา: http://jcmc.indiana.edu/vol13/issue1/boyd.ellison.html
ผมชอบที่ SNS ทำให้คนมีตัวตนอยู่ได้บนไซเบอร์สเปซ เพราะเราจะต้องแสดงความเป็นตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อทำให้ Profile ของเราน่าสนใจ และมีชีวิตชีวาที่สุด บ้างก็เน้นไปที่การใส่ข้อมูลเนื้อหา blog รูปถ่ายในชีวิตประจำวัน เรื่องราวเพื่อนคนใกล้ตัว บ้างก็เน้นไปที่ลูกเล่นใส่ glitter หรือตัววิ๊งๆ เข้าไป สุดท้ายทำให้เราเชื่อได้ประมาณหนึ่งว่า account นั้นมีตัวตนอยู่จริงบนโลกมนุษย์ ตามรายละเอียดที่เขาใส่เข้าไปในเว็บ ซึ่งถ้าเป็นสมัยแรกๆ ที่ผมใช้อินเทอร์เน็ต ผมไม่มีทางรู้เลยว่าผมคุยหรืออีเมล์อยู่กับใคร จนมีมุขตลกฝรั่งออกมาว่าบางที เราอาจจะคุยอยู่กับหมาหรือหุ่นยนต์ก็ได้ (ใครจะรู้) แต่อย่างที่เกริ่นไว้ในตอนต้นครับ SNS พักนี้น่าเบื่อมากด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างคือ 1) มันเสียเวลา 2) เรากำลังตกเป็นเหยื่อ 3) ไม่มีประโยชน์
เนื่องจากมันมีบริการ SNS อยู่เยอะเกินไป หน้ำซ้ำยังเล่นคล้ายๆ กัน เพื่อนคนหนึ่งใช้อยู่สองสามเว็บ จำได้ว่าเพื่อนคนนี้เพิ่งมาขอแอ๊ด Multiply ไปได้ไม่นาน วันนี้มีเมล์มาขอแอ๊ด Facebook อีกแล้ว แล้วเราต้องไปเม้นต์มันถูกเว็บเลยหรือเปล่าเนี่ย ต้องไปดูว่าใครเป็นเพื่อนมันบ้าง มีเพื่อนคนไหนที่เรายังไม่รู้จักบ้าง ไป say hi ทิ้งไว้หน่อยดีไหม งานการไม่ต้องทำครับ เสียเวลาไปกับเรื่องพวกนี้ สุดท้ายไม่รู้จักใครเพิ่มขึ้นเลยสักคน เพราะเป็นความสัมพันธ์เพียงฉาบฉวย เราก็ไม่ได้อยากรู้จักเขาจริง บางทีบางคนมาขอแอ๊ดไว้เฉยๆ เพราะอยากมีจำนวน"เพื่อน"เพิ่มเยอะๆ ไว้โชว์ว่า "แหล่ม" สังคมออนไลน์มันเลยเสื่อมลงครับ
เรื่องที่สอง นักการตลาดยุคใหม่เริ่มเห็นอิทธิพลของเครือข่ายทางสังคมแบบนี้ เริ่มพยายามมองว่าจะเข้าแทรกซึมถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างไร ยุทธวิธีอย่าง viral marketing การสร้าง buzz word เริ่มมีให้ได้ยินเยอะขึ้นเรื่อยๆ บางผลิตภัณฑ์เริ่มทำตัวเนียนแทรกตัวกลมกลืนไปใน SNS ต่างๆ อย่างใน Hi5 ที่มีคนไทยอยู่นับล้าน เราจะได้เห็น "Android" ที่เป็นหุ่นยนต์ของเหล้ายี่ห้อนึง "Gangofgirls" ตัวการ์ตูนสาวฝรั่งของยาสระผม หรือแม้แต่นักการเมืองอย่างคุณ abhisit ที่มีเจ้าหน้าที่ทำให้และเข็นจนมี "เพื่อน" เป็นหลักหมื่น เรียกได้ว่าพลังปากต่อปากของคนบนเน็ตแรงและเร็วเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม... จะทำอะไรก็ทำไปครับ อย่ามาละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้ใช้แล้วกัน
เรื่องสุดท้ายที่ฟังเหมือนแรงสุดคือ มันไม่มีประโยชน์ ทำไมต้องทำอะไรเดิมๆ ซ้ำหลายๆ ครั้ง แม้ความสวยงามของ SNS คือการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน แต่ลิงค์เหล่านั้นไม่มีความหมายอะไรอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น มันไม่มีเหตุมีผล และไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมคนนี้ถึงเชื่อมต่อกับคนคนนั้น ทำไมไม่เป็นคนอื่นหละ เรากำลังรอเครื่องมืออันทรงพลังในการท่องไปในอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า Web 3.0 หรือ Semantic Web นี่อาจจะเป็นคำตอบให้กับปัญหานี้ครับ เพราะ Semantic web มีกระบวนการในการเชื่อมโยงผู้คนและวัตถุต่างๆ เข้าด้วยกันโดยมีการระบุความหมายระหว่างลิงค์นั้นๆ ในอนาคตจากการค้นเข้าไปใน SNS เราอาจจะหาได้ว่า นักศึกษาอเมริกันคนไหนที่พูดภาษาไทยได้และมีความสัมพันธ์เป็นญาติหรือเป็นเพื่อนสนิทกับคนที่เรารู้จัก โดยที่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแถบซิลิคอนวัลเลย์ มีงานดิเรก มีความสนใจคล้ายๆ กันกับเรา และที่สำคัญมีเวลาว่างในช่วงที่เราจะบินไปสัมมนาในซานฟรานซิสโก จะได้ส่ง message ไปนัดเจอกันเพื่อคุยแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับงานวิจัยที่เค้าทำอยู่

ที่มา: http://jeffreyroos.wordpress.com/2007/11/02/what-is-a-social-network
โลกกำลังหมุนไปเรื่อย ส่วนการพัฒนาเว็บไซต์ในบ้านเราก็กำลังตามหลังเค้าอยู่ ผมชอบคำพูดประโยคหนึ่งของ Bact' ที่พูดประมาณว่า "อย่าส่งเสริมเพราะว่าเป็นของไทย แต่ให้ส่งเสริมเพราะเป็นของดี" เว็บ 2.0 ที่พัฒนาโดยคนไทย ไม่ได้เกิดสักที ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมันยังมีคุณค่า และมีประโยชน์ไม่เพียงพอ อันนั้นก็คงต้องปรับปรุงกันต่อไปครับ ก็หวังว่าปรากฏการณ์ส่วนหางของ long tail ในประเทศไทยที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 10 ล้านคน จะเพียงพอทำให้วงการอินเทอร์เน็ตในบ้านเราดียิ่งขึ้น ทำให้เรามี SNS ที่ดี มีคุณค่า และมีประโยชน์ต่อสังคมไทย ผมกำลังพัฒนาเว็บและรอช่วงเวลานั้นอยู่ แล้วคุณหละคิดอย่างไร How do u think?
"เว็บ 2.0 ที่พัฒนาโดยคนไทย ไม่ได้เกิดสักที ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมันยังมีคุณค่า และมีประโยชน์ไม่เพียงพอ"
อ่านมาถึงตรงนี้ผมสะดุดกึกเลยครับ ทำไมต้องบอกว่ามีประโยชน์ไม่เพียงพอล่ะครับ
อยากให้อธิบายตรงนี้ให้ผมฟังหน่อยนะ
ก็เข้าใจได้เป็นอย่างดีว่า ทำไมเว็บไทย ไม่โต ก็เพราะเราใช้ภาษาของเราไงล่ะครับ
อันนี้ผมตอบได้ง่ายๆ เลย
สวัสดีครับ คุณ bugsek
ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ
ถ้าถามถึงเว็บ 2.0 ฝีมือคนไทยนึกถึงอะไรครับ .... (หมดเวลา! ไว้ไปตอบคอมเมนต์ต่อแล้วกันครับ)
อันดับแรกขอ scope เรื่องที่จะคุยก่อนนะครับ
เว็บ 2.0 ที่พัฒนาโดยคนไทย (ในที่นี้) = ผมกำลังพูดถึงเว็บไทยที่ให้บริการคนไทย
ยังไม่ได้คุยเรื่อง Public website ที่มีฐานผู้ใช้เป็นคนทั่วโลก อันนั้นแน่หละครับ ก็ภาษาอังกฤษมัน Official language นิ
แต่... ถ้าจะนึกดูมันก็มีเว็บที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษแต่ก็ดังมากๆ เช่น Cyworld.com ของเกาหลี เคยได้ยินไหมครับ?
สิ่งที่เรากำลังสนใจในที่นี้คือ เว็บ 2.0 ที่พัฒนาโดยคนไทย และให้บริการคนไทย ทำไมถึงไม่โต
1) คนเล่นน้อย
2) ไม่ trend ไม่เทศ
3) ไม่มีประโยชน์พอ
ก็อาจจะมีเหตุผลอื่นๆ อีกนะครับ อย่างที่กล่าวไว้ในบทความ impact ของ long tail มันยังไม่แสดงผลออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ผมเชื่อว่าคนที่กำลังอ่าน blog นี้อยู่น่าจะเป็นส่วนหัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทย คุณอาจจะเป็น innovator หรือ early adopter ที่เป็นผู้บ่งชี้ทิศทางการใช้งานเว็บไซต์ของประเทศ แต่คุณเพียงคนเดียวไม่อาจจะส่งเสียงที่ดังพอ มันต้องการคนอย่างคุณ (You) อีกหลายๆ คนครับ ยกตัวอย่างนะครับ
Gotoknow เป็นเว็บ 2.0 ที่ดีครับ มีคนใช้ มีคนบอกต่อ มี Traffic อยู่ตลอดเวลา และมี Value เพียงพอให้ user ชอบ
คุณค่าของ Gotoknow อาจจะอยู่ที่ Knowledge Management ก็ได้ (ผมเดานะ)
Exteen ก็เป็นอีกหนึ่งเว็บ 2.0 ที่มีคนใช้เยอะมาก ทั้ง teen และไม่ teen อันนี้ก็มี Value ที่คนยอมรับ
คุณค่าของ Exteen อาจจะอยู่ที่ การใช้งานง่าย สะดวกสบาย ถูกใจวัยทีน
ถึงเขียนไงครับ ว่าเว็บ 2.0 อื่นๆ ที่ยังไม่ดังคงยังไม่สามารถแสดงประโยชน์ออกมาได้โดนมั้งครับ
ถามกลับเล่นๆ นะครับ ถ้ามีเวลา ช่วยวิเคราะห์ให้ผมฟังหน่อยสิครับ
ทำไม Hi5 ถึงเป็นบริการที่ถูกโฉลกคนไทย มีคนไทยสมัครใช้บริการกว่าล้าน account
แล้วทำไม identity network website ที่พัฒนาโดยคนไทย ถึงไม่เคยเห็นมีคนเล่นถึงระดับนั้นเลย?
------------------------------------
อ้อ... สวัสดีวันสงกรานต์ครับ น้องจิ แซ่เฮ
"ถามกลับเล่นๆ นะครับ ถ้ามีเวลา ช่วยวิเคราะห์ให้ผมฟังหน่อยสิครับ
ทำไม Hi5 ถึงเป็นบริการที่ถูกโฉลกคนไทย มีคนไทยสมัครใช้บริการกว่าล้าน account
แล้วทำไม identity network website ที่พัฒนาโดยคนไทย ถึงไม่เคยเห็นมีคนเล่นถึงระดับนั้นเลย?"
ผมได้อ่าน POsitioning เมื่อเดือนมีนาคมก็ถึงบางอ้อครับว่าทำไม Hi5 ถึงมีคนเล่นจำนวนมากขนาดนั้น
และงานสัมมนาที่ Positioning จัดขึ้นโดยการบรรยายของทีมงาน สนุก ก็เห็นด้วยกับความคิดนั้นครับ
1. hi5 ดังเพราะว่า มันดึงอีเมลใน contact list ของเราขึ้นมา แล้วส่งลิงค์ hi5 ไปให้เพื่อนๆ ใน contact list เข้ามาสมัครไปเป็นทอดๆ
อันนี้คนทำมันไอเดียดีมาก
2. hi5 มีรูปเพื่อนของเราแสดงขึ้นมา และให้เราแอดเพื่อนได้เรื่อยๆ มันเลยขยายต่อไปได้เรื่อยๆ จากเพื่อนสู่เพื่อนสู่เพื่อน
3. hi5 มันเล่นง่าย ไม่มีอะไรเลย นอกจาก ดูรูปเเพื่อน และการคอมเมนต์ให้เพื่อน มันมีอยู่แค่นี้ ทำให้คนเล่นไม่ต้องอะไรมาก แค่มาคอมเมนต์ให้เพื่อน และมาดูว่าใครคอมเมนต์ให้บ้าง แค่นี้ก็พอแล้ว
เอาแค่นี้ก่อนครับ
3) ไม่มีประโยชน์พอ (อันนี้ผมไม่เห็นด้วยครับ เพราะ Social network ทุกที่มีประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้นครับ อย่าง gotoknow, oknation, zickr,duocore.tv, seedang, ฯลฯ)
ขอบคุณครับ คุณ bugsek
การทำงานในวงการนี้บางครั้ง The First Mover Take it all ครับ
ทำไมนึกถึง seedang ครับ เพราะเค้าบอกว่าเป็นเว็บ 2.0 แรกของไทยหรือเปล่า?
ทำไม duocore เพราะเป็น Internet TV รายแรกๆ ที่ทำอย่างต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้หรือเปล่า?
แต่ทั้งสองเว็บเป็น Content network และ Interest network ครับ คือ มันมีเนื้อหาที่ถูกสร้างโดยผู้ใช้ ไม่ใช่แค่ profile
แล้วนึกถึง Identify network ทำไมต้อง Hi5?
เพราะมันดึง contact list ของเรามาส่งต่อเพื่อนๆ ตอนนั้นเราไม่รู้ ไหวตัวไม่ทัน เลยกลายเป็นเครื่องมือให้ Hi5 เป่าประกาศบริการตนเองออกไป
เพราะมันไม่ต้องคิดมาก แค่ใส่ Profile ตัวเอง แล้วเม้นต์ๆ กันต่อ
ก็คงจะเป็นอย่างนั้นครับ ถ้า Value ของ Hi5 อยู่ที่ "มาก่อน" และ "ใช้งานง่าย" แล้ว identity network อื่นๆ ที่พัฒนาโดยคนไทย ทำไมถึงไม่ดังหละครับ? เคยได้ยิน fri3nd.com ไหมครับ อยากบอกว่ามีอีกเยอะหลายเว็บไซต์ไทยที่คนไทยไม่รู้จักนะครับ
คุณค่าไม่เพียงพอ หรือ โปรโมตไม่แรงพอ หรือ มีเหตุผลอื่น
ถ้าใครมีความคิดเห็นเพิ่มเติม ช่วยแนะนำด้วยก็ดีครับ ;)
TheInk
พักหลังนี้ อาตมารู้สึกว่า บันทึกของคุณโยม น่าอ่านที่สุด...
เจริญพร
ขอโปรโมทเว็บหน่อยนะครับ
My Website is: <A HREF="http://www.pikpod.com">www.pikpod.com</A><br/><br/>
ขอเชิญเพื่อนๆ ฟังเพลงสากล ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีเสียง DJ, ไม่มีโฆษณาหรือข่าวคั่น เพลงไหนเล่นจะมี ชื่อศิลปินและชื่อเพลง บอกโดยไม่ต้องรอ DJ บอก และเพลงไหนเล่นจะมีเนื้อเพลงให้ร้องตามด้วย ไปตาม link เลยฮับ <br/><br/>
<A HREF="http://www.pikpod.com">www.pikpod.com</A><br/><br/>
และหาเพื่อนได้เหมือน ฮิห้า อีกด้วย
ขอบคุณมากๆ
โทษที นึกว่าใส่ html ได้
ขอเชิญที่เว็บนะครับ www.pikpod.com thank you
ขอบคุณ หลวงพ่อ
BM.chaiwut
วิจารณ์สามก๊ก : ขงเบ้งกับอุยเอี้ยน ก็น่าอ่านครับ
ส่วนคุณ pikpod
คุณค่าของ pikpod.com อยู่ที่ไหนครับ
ทำไมถึงคิดว่าจะมีคนใช้บริการหละครับ? การฟังเพลง 24 ชั่วโมงผ่านเว็บไซต์เป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการจริงหรือ?
เคยมีผู้รู้ท่านหนึ่งสอนผม และให้ผมถามตัวเองซ้ำๆ จนกว่าจะได้คำตอบนี้ ลองนึกดูนะครับเพื่อเมืองไทยจะได้มี SNS ที่มีประโยชน์เยอะๆ
สวัสดีครับคุณTheInk และคุณbugsek
ผมเข้ามาอ่านบทความนี้จาก duocore.tv ครับแล้วเกิดความรู้สึกอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยนะครับ
อ้างจากที่คุณTheInk กล่้าวนะครับ
" เว็บ 2.0 ที่พัฒนาโดยคนไทย ไม่ได้เกิดสักที ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมันยังมีคุณค่า และมีประโยชน์ไม่เพียงพอ อันนั้นก็คงต้องปรับปรุงกันต่อไปครับ "
ผมเห็นด้วยส่วนหนึ่งครับ ที่ผู้พัฒนาคนไทยยังต้องพัฒนาเว็บเพื่อให้ถูกใจผู้ใช้ ซึ่งเป็นคนไทยด้วยกันเองต่อไป เพื่อคนไทยจะได้หันมาใช้ของไทยกันมากขึ้น ขอเอาใจช่วยนะครับ, และผมคิดว่าเว็บ 2.0 ที่พัฒนาโดยคนไทยก็เกิดแล้วนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าตอนนี้เรามองในประเทศ(ใช้ภาษาไทย)อย่างเดียว หรือรวมต่างประเทศ(ใช้ภาษาอังกฤษ)เข้ามาด้วย
อ้างจากที่คุณbugsek กล่าวนะครับ
" ก็เข้าใจได้เป็นอย่างดีว่า ทำไมเว็บไทย ไม่โต ก็เพราะเราใช้ภาษาของเราไงล่ะครับ
อันนี้ผมตอบได้ง่ายๆ เลย "
เห็นด้วยครับ ผมมองว่าเว็บพวกนี้ขนาดความโตของมัน ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของผู้ใช้ภาษานั้น ๆ นะครับ ถ้าเราจะมองว่าเว็บของคนไทยไม่โตอย่างของต่างประเทศ ผมว่าเปรียบกันไม่ได้นะครับ เพราะผู้พัฒนาไทยเราย่อมสร้างเว็บเพื่อรองรับผู้ใช้ชาวไทยอยู่แล้วครับ
ผมมองว่าเรากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
ผมคิดว่าเราต้องแยกให้ออกให้ก่อนว่า social network แต่ละตัวมีประโยชน์ มีวัตถุประสงค์อย่างไร หากแยกไม่ออกก็ไม่สามารถใช้งานให้เป็นประโยชน์ บางคนคิดว่า linkedin กับ hi5 มันก็เหมือนกัน แต่ผมคิดว่ามีความแตกต่างกันมากครับ linkedin นั้นจะเป็นลักษณะ connection แบบ professional จริงๆ แต่ hi5 ซึ่งจะเน้นแบบสบายๆ เป็นกันเองมากกว่า สนุกๆ เฮฮา ซึ่งผมเองก็ใช้ทั้งคู่แต่คนละวัตถุประสงค์กัน
ตอนแรกกะจะแค่อ่านอย่างเดียว แต่ผมก็เห็นด้วยกับคุณ Bugsek และ คุณ Caramel ตรงที่ว่า เนื่องจาก Internet User ในบ้านเราในไทยยังมีน้อยมาก และ Internet User ที่ใช้งานภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วยังน้่อยอีก
ไม่นับเรื่องระดับการศึกษา ที่เน้นไปด้านกว้างๆ ทำให้ Focus อะไรไม่ค่อยจะได้ ทำให้ปริมาณ Internet User ที่อยู่ในยุค 2.0 ที่แท้จริงมันยิ่งน้อยไปใหญ่ เวลาเราพัฒนา Web2.0 โมเดลไทยๆ มันจึงไม่ค่อยเกิดเพราะ ปริมาณ User ที่ต่ำเลยวัดและวิเคราะห์ทิศทางอะไรไม่ค่อยจะได้ครับ
อยากรู้อะไรมันหน่วงการพัฒนาชาติของเราอยู่ เฮ้อ...
ขอบคุณ คุณ Caramel, คุณ Nuttakorn, คุณ Ripmilla ครับ
ยินดีครับที่มีคนอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
แต่จากเรื่อง SNS ตอนนี้กลายเป็นเราให้ความสนใจเรื่องการพัฒนาประเทศชาติ (อีกครั้งหนึ่ง)
ที่น่าสนใจคือ อุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับการพัฒนาเว็บ 2.0 ในบ้านเรา
1) คนใช้อินเทอร์เน็ตน้อย
2) คนใช้อินเทอร์เน็ตที่ใช้ภาษาอังกฤษคล่องยิ่งน้อย (เข้าไปใหญ่)
ก็เลยทำให้คนจำนวนน้อยเหล่านั้นไปใช้เว็บ 2.0 สากลดีกว่า หรือเปล่า?
หรือว่ามองที่ตัว product ของไทยเอง ปัญหาอยู่ที่
1) เว็บยังดีไม่พอ (คุณค่าน้อยไป ไม่ถูกใจ)
2) เว็บดีมันมาช้าไป (ใช้เว็บนอกจนติดกันหมดแล้ว)
3) เว็บดีโปรโมตไม่เป็น ไม่มีคนรู้จัก
แล้วพอมีใครสามารถเสนอวิธีแก้ไขได้บ้างไหมครับ ช่วยแนะนำด้วยครับ ^_^
คำพูดผมอาจจะรุนแรงไปหน่อยนะครับ ก็อย่าถือสากัน ,
SNS ของคนไทยผมยังไม่เจออันไหนดีๆเลยก็ว่าได้ เรื่องภาษาถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอย่างว่าเพื่อนของแต่ละคน อาจจะเป็นชาวต่างชาติก็ได้
อุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นกับการพัฒนา Web 2.0 ในบ้านเราแท้จริงแล้ว ผมว่ามันเป็นเรื่องของระบบที่ไม่เป็นสากลมากกว่าครับ Product เกิดมาเพื่อคนไทย
1) คนไทยใช้ Internet น้อยไม่จำเป็นที่จะ Web 2.0 จะไม่เกิดในบ้านเรา
2) คนไทยใช้ภาษาอังกฤษไม่คล่อง แล้วเขาจะไปใช้ web 2.0 ของนอกได้อย่างไร (มันเป็นภาษาอังกฤษ)
มองตัว Product ของไทย มันยังไม่ดีพอจริงๆ ถึงแม้ว่า Business Model หรือ Idea ที่เกิดขึ้นมันจะเจ๋งสักเพียงใด แต่การทำงาน เงินทุนมัน ยังน้อยมากๆ ไม่มีใครกล้าเสี่ยง ในเรื่องนี้ง่ายๆไม่เหมือนเมืองนอก
1) เว็บยังดีไม่พอ (อันนี้มีอยู่เยอะมาก)
2) เว็บดีแต่มาช้าไป (ถ้ามันดีกว่าจริงๆ ก็ไม่แน่ที่จะเปลี่ยนเช่น Lexitron กับ Longdo)
3) เว็บดีโปรโมตไม่เป็น <-- อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างมาก
ตอนนี้การแก้ปัญหาผมว่าไม่มีทางออกตายตัว แต่ผมว่าการ Team up จะช่วยแก้ปัญหาได้เยอะ เพราะชาว Developer ชาวไทย บางทีไม่ยอม Team up ช่วยกันทำงาน ส่วนเรื่องภาษาช่วยกันคนละไม้ละมือเดียวมันก็ Inter ได้แต่ ยังไม่มี web ไหนทำตัวเองเป็นสื่อกลาง การช่วยแปล ;)
เว็บ SNS ของคนไทย มีแล้วครับ ที่เห็นตอนๆนี้เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ชื่อว่า บ้านเล็ก หรือ http://www.banlek.com ครับ ซึ่งรวมฟีเจอร์เจ๋งๆไว้หลายตัวทีเดียวครับ
พวก Microblog อย่าง twisster หรือ miniroom อย่าง cyworld และฐานข้อมูลโรงเรียนสถาบันทั่วประเทศ อย่าง Facebook และที่เห็นเพิ่งเปิดตัวไปมเื่ออาทิตย์ที่แล้ว ก็คือ Family tree Sns แบบครอบครัวครับ ผมว่าน่าสนใจ และมีแววรุ่งมากทีเดียว แถมใช้งานง่ายด้วยครับ
ยังไงลองเอาตัวอย่างที่เล่น มาให้ดูครับ แอดกันได้นะครับ ฝาก เก็บแต้มด้วยเลยละกัน อิอิ
http://www.banlek.com/pod
ลืมบอกไปว่า เว็บ banlek.com นั้นมี 3 ภาษาด้วยครับ ไทย อังกฤษ เกาหลี
ความเห็นส่วนตัวล้วน ๆ
ผมไม่ค่อยชอบเล่น hi5 สักเท่าไหร่น่ะคับ ไม่ได้เพิ่งไม่ชอบ แต่ไม่ชอบมานานมากแล้ว ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน แต่ลอง ๆ มาคิดดูผลว่ามันคงไม่ใช่ Social ที่ผมต้องการ คือมันกลายเป็นเว็บที่เสนอลู่ทางไปในทางอื่นที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้เล่นสักเท่าไหร่ เช่น ทางชู้สาว หากิ๊ก หาดารา อะไรประมาณนี้ คือมันกลายเป็นเว็บเห็นเพื่อนเล่นแล้วเจอคนโน้นคนนี้ก็เลยเล่นตามไป
ผมถึงกับเคยเขียนชื่อใน msn ว่าไม่เล่น hi5 เพราะงั้นกรุณาอย่า add แต่ว่าในเมื่อเพื่อน ๆ เล่น เมื่อเดือนก่อนผมก็เลยต้องเริ่มกลับมาเล่นมันไม่ให้แต่ก็ไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง
Social Network ที่ผมจะเล่นคือมันต้องมีประโยชน์จริงไม่ใช่ดูดเวลาเราไปผลาญเล่นซะอย่างนั้น อย่างพวก Facebook , Ning แบบนี้น่าเล่น
ความเห็นทั่วไป
แต่สำหรับคำถามว่าทำไม Social Nwetwork ของเราไม๋โต สาเหตุหลักก็คงไม่หนีเรื่องภาษาหรอกครับ เพราะเราไม่ได้เป็นภาษาสากลที่พอคนเข้าใจก็อ่ายเข้าใจได้ อีกอย่างในทางการตลาดของโลก มันมี value น้อยถ้าเทียบกะของเค้า ดูอย่างเว็บไซต์ต่างประเทศเวลาเปิดตัวที่ก็มีมูลค่าหลายสิบล้าน แต่สำหรับไม่มีใครมาทุ่มเงินตรงนี้นี่นา ที่เห็น ๆ อยู่ก็ทำเพราะใจรักกันทั้งนั้น การตลาดของไทยคงยังมองไม่ออกเวลาจะเอาเงินที่เสียไปกลับคืนมาได้ยังไงให้คุ้มทุน ทั้งที่ไอเดียของเราก็ไม่ได้ด้วยกว่าคนอื่น
SN มีมากราย มากเข้าผู้เล่นเองก็สับสนว่าควรจะเล่นที่ไหนดี ผมเองอยากสมัครบางทีก็คิดว่าควรดีหรือไม่ที่จะเอา password ตัวเองไปโปรยเล่น
ผมเองก็พยายามทำ SN ในรูปแบบ Question-Answer คือพยายามทำให้คนที่ยอมเสียเวลาเข้ามาเล่นได้ประโยชน์กลับไป ไม่เน้นจำนวนคนแต่เน้นที่คนสนใจจริง ๆ (ตอนนี้ยังไ่ม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ เหอๆๆ)
ถผมอยากให้ทุกคนที่ทำ SN ของไทย หรือคนที่เล่น SN ช่วยผลักดันให้ SN ที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างปลูกจิตใจสำนึกที่ดีในการเล่นอินเตอร์เน็ตดีกว่า ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป มันจะมีแต่แง่ลบมากขึ้น ผู้ปกครองที่เห็นลูกเล่นก็เห็นแต่ภาพลบ พลอยให้อะไรดูแย่ลงไปอีก
ลองพยายามหาอะไรที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์มาสร้างสังคมออนไลน์ของเรากันดีกว่านะคับ
ขอโทษทีคับ พิมพ์ผิดเยอะแยะเลยอะ
ที่พอคนเข้าใจก็อ่ายเข้าใจได้
ที่พอคนเข้าใจก็อ่านเข้าใจได้
การตลาดของไทยคงยังมองไม่ออกเวลาจะเอาเงินที่เสียไป
การตลาดของไทยคงยังมองไม่ออกว่าจะเอาเงินที่เสียไป
ทั้งที่ไอเดียของเราก็ไม่ได้ด้วยกว่าคนอื่น
ทั้งที่ไอเดียของเราก็ไม่ได้ด้อยกว่าคนอื่น
โอ้ อ่านแล้วได้อะไรใหม่มาเพียบเลย โลกบล็อกเกอร์ ขบคุณครับ
คุณ DominixZ ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ
ผมว่าไม่แรงนะ แต่อาจจะหลงประเด็นไปหน่อย
จากที่ขอ scope ไว้ใน comment ที่ 3. ว่าเรากำลังคุยกันถึงเว็บไทยที่ให้บริการคนไทย
ดังนั้น
อุปสรรค
1) คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตน้อย สถิติจาก NECTEC
ประมาณการว่ามีถึง 13 ล้านคนในปี 2007 แต่ที่ผมสงสัยคือเป็น Net Gen ที่ใช้อินเทอร์เน็ตจริงๆ จังๆ อยู่สักกี่คน มันไม่สามารถผลักดันอะไรกันได้เลยหรือ
2) ตรงนี้กำลังอาจจะมอง long tail phenomenon ครับ คนที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ เค้าก็ใช้เว็บสากลกันหมด และแนะนำให้คนอื่น (ในส่วน tail) ใช้ตามๆ กันมา ถึงบอกว่า First Mover Take it all ไงครับ
ส่วน Product ผมมองตรงข้ามคือ สำหรับการพัฒนาเว็บในบ้านเรายังไม่เห็น Web ที่มี Business Model ดีๆ เลย ส่วนเรื่องไอเดียคนไทยไม่แพ้ใครหรอกครับ
ยิ่งถ้ามองการเจริญเติบโตของญี่ปุ่นหรือเกาหลี เค้าเริ่มจาก Copy ก่อน ถึงค่อยมา Research & Develop มันก็ไม่แปลกถ้าคนไทยเราจะทำบ้าง (ในปริมาณที่เหมาะสม ที่เรียกว่า "แรงบันดาลใจ")
แต่สุดท้ายที่ comment เรื่อง team up อันนี้เห็นด้วยอย่างแรง ผมเคยคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งท่านทิ้งท้ายไว้เป็นสัจธรรมมากคือ "คนไทยไม่สามารถทำโปรเจคใดๆ ที่ใหญ่ไปกว่าความสามารถของคนๆ เดียว" มันคุยกันดีๆ ไม่ค่อยจะเป็นครับ ศักดิ์ศรีมันเยอะ ego แรงๆ กันทั้งนั้น ผมหละหน่าย 555
------------------------------------
คุณ Pod เป็นอะไรกับคุณ pikpod ที่ comment 7. 8. หรือเปล่าครับ
ถ้าเป็นนักพัฒนาหรือเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ banlek.com ฝากตอบคำถามนี้ด้วยสิครับว่า "คุณค่าของ banlek.com อยู่ที่ไหนครับ"
ผมว่าถ้าตอบได้ จะทำให้เว็บนี้โต และมีทิศทางในการทำ R&D ใหม่ๆ ได้อีกเยอะเลยนะครับ
อ้อ... ใจจริงจะบอกว่า SNS ของไทยมีเยอะครับ ไงฝากไปเพิ่มเว็บไซต์ที่ tag.in.th ด้วยก็ดีนะครับ
------------------------------------
สวัสดีครับ bill ifevernet.com
พี่ก็ไม่ชอบ Hi5 ครับ และก็ไม่เคยเห็น Hi5 เป็นอะไรมากกว่าเครื่องมือทางการตลาดดีๆ สำหรับเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นไทย
แตกต่างจาก LinkedIn ที่เห็นว่า "น่าสนใจ" มันเป็นของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ที่น่าจะมีประโยชน์ทีเดียว
เห็นไหมครับ แต่ละเว็บมีคุณค่าของตัวเอง
อะไรเป็น First choice ของเราหละเมื่อนึกถึงเว็บของไทย?
------------------------------------
สุดท้าย ขอบคุณคุณ songchai ครับ
Blog นี้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อมีคนเข้ามามีส่วนร่วมแชร์ความคิดเห็นกันครับ
ก็ขออนุญาตทิ้งท้ายไว้ว่าแต่ละความคิดเห็นไม่มีถูกผิดหรอกนะครับ เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีตัวหนึ่ง ยังไงในขณะที่เวลากำลังทำหน้าที่ของมัน เราก็มีหน้าที่ทำในสิ่งที่เราทำอยู่ให้เต็มความสามารถเช่นกันครับ
ขอบคุณทุกความคิดเห็น ผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งครับ