พบต้นไม้แซ่เฮ

บางทราย

สงกรานต์คนตายมากทุกปี บาดเจ็บก็ล้นหลาม ผมนึกว่าไม่อยากไปไหน อยากอยู่บ้าน ทำโน่นทำนี่ ลูกสาวขี้นมาบ้าน ก็เล่นแต่คอมพ์ คนข้างกายบอกว่า เหนื่อยจากการงานมาก แถมทำหน้ายุ่งๆ คงจะผิดหวังอะไรมา เลยบอกว่า ไปไหนไกลๆเถอะ...

 

หะแรกเธอก็พูดถึงเวียงจันทร์โน้น ผมไม่เห็นด้วย เลยเสนอว่า ไปเขาพระวิหารกันดีกว่า เธอเห็นด้วย เราก็จัดข้าวของแบบง่ายๆใส่ลังพลาสติกโยนขึ้นท้ายรถ แล้วผมก็บึ่งไปอำเภอกันทลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ โดยมีลูกสาวโทรจองห้องที่พักไว้ล่วงหน้าแล้ว

 

เหตุผลที่ผมเสนอเขาพระวิหารเพราะข่าวกำลังออกมาว่าเขมรขอ UNESCO เป็นมรดกโลก และไทยก็เอะอะขึ้นมาว่าจะทำอย่างไรบ้างเกี่ยวกับมรดกโลก นัยว่าขอเอี่ยวพื้นที่รอบๆที่เป็นพื้นที่ที่ตั้งปราสาทเขาพระวิหารให้เป็นพื้นที่มรดกโลกด้วย เพราะ.... อีกเหตุผลหนึ่งเพราะผมจดจ้องมาหลายปีแล้วที่จะขึ้น แต่ไม่ได้ขึ้นสักที มีแต่เฉียดๆไปแค่ตีนเขาเท่านั้น  ไปซะคราวนี้ แก่ตัวมาอาจจะไม่มีโอกาสเดินขึ้นอีกแล้ว เพราะคนข้างกายเธอมีปัญหาเรื่องหัวเข่า เดินพอได้ แต่ปีนนี่ลำบาก..

 

ขอรวบรัดตัดตอนไปที่การเดินขึ้นเขาพระวิหารเมื่อผ่านด่านไทย ด่านเขมร เสียค่าด่านตามธรรมเนียมแล้วก็เข้าสู่ประเทศกัมพูชา ตลาดขายสินค้ากางร่มคันใหญ่ๆก็ปรากฏเต็มพรืดไปหมด เมื่อเราเดินไปนั้นมีสายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่พวกเรา ผมสังเกตได้ ในผมนึกถึงทหารนอกเครื่องแบบเดินประกบเราห่างๆ เพื่อเงี่ยหูฟังเราพูดจา มีเด็กสาวเดินมาประกบ เธอพยายามขายโปสการ์ด เราก็มองหน้าเธอแล้วเดินเฉยๆต่อไป..

 

 

 

 

เราพยายามมาแต่เช้าเพราะเดาเหตุการณ์ได้ว่ายิ่งสายยิ่งร้อน ร้อนที่แดด ร้อนทั้งเดินขึ้นเขา ร้อนทั้งคนมาเที่ยวมากมาย ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ..เดินไปได้หน่อยเดียวเราก็ต้องซื้อน้ำเย็นขวดหนึ่งติดตัวไปด้วย ราคา 15 บาท บ้านเราขายอย่างแพงก็ 10 บาท หรือบางแห่งก็ขาย 7-8 บาทเท่านั้น เราเข้าใจดีและไม่ต้องต่อรองเขา เพราะกว่าเขาจะแบกขึ้นมาได้นั้น เหงื่อเขาหมดไปเป็นโอ่งเป็นไหละมั้ง..

 

เราเดินขึ้นเรื่อย ค่อยๆไป หยุดบ้างเดินบ้าง แค่เดี๋ยวเดียวเหงื่อก็เต็มหลังเปียกโชกเลยหละ เอ เด็กสาวคนนั้นเดินตามเราตลอดและพยายามแสดงตัวเป็นผู้บรรยายแบบกล้าๆ..กลัวๆ.. เราเห็นเช่นนั้นก็เดาออกว่าเธอคงพยายามหาทางเป็นผู้บรรยายแล้วขอเงินเรา ผมไม่คิดมาก ดีแล้วที่มีคนบรรยายให้ฟัง เรายินดีเสียเงินให้เธอ...

 

ได้ผลครับ  พอเราแสดงอาการซักถามรายละเอียด เธอก็ใส่เกียร์ 4 เลย ปราสาทนี้สร้างมานานเท่าใดแล้ว 1200 กว่าปีจ่ะ ใช้เวลาก่อสร้างถึง 300 ปี โดยตัดหินทรายมาจาก... การสร้างสร้างจากองค์บนสุดก่อน แล้วค่อยๆลดหลั่นลงมาเรื่อยๆ... ตามหลักการแสดงความเคาระสิ่งสูงสุดตามศาสนาฮินดู .. กษัตริย์จะนั่งเสลี่ยงมาจากข้างล่างเมื่อมาถึงปราสาทชั้นที่สองก็ลงเดิน มีนางสาวพรมจรรย์ยืนเรียงรายสองข้างทางเป็นระยะตามหลักหินรูปบัวตูมนั่น

 

ก่อนขึ้นปราสาทแต่ละชั้น มเหสีเท่านั้นที่จะเดินตรงขึ้นบันได ส่วนนางสนมไม่มีสิทธิเดินเช่นนั้น ต้องเดินออกทางด้านข้าง.....

 

เธอทำหน้าที่ใช้ได้ทีเดียว  เมื่อขึ้นปราสาทแต่ละชั้นเธอยังมีน้ำใจดึงมือคนข้างกายผมและเดินนำหน้านำทางไปด้วย ถึงปราสาทชั้นที่สี่อันเป็นสุดยอดของปราสาทเธอก็แนะนำให้ซื้อดอกไม้ธูปเทียนขึ้นไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บนนั้น

 

 

 

 

เมื่อเราลงมาเธอก็พาเดินออกไปชมวิวเขตประเทศกัมพูชา มองเห็นชุมชนข้างช่าง เสียงดนตรี ดังลั่น ถามเธอว่าเขมรเล่นสาดน้ำสงกรานต์เหมือนไทยไหม เธอตอบว่า เขมรเขาทำพิธีสงกรานต์ตั้งแต่เมื่อวาน และวันนี้ก็มีการเล่นสนุกสนานกันบ้าง แต่ไม่มากเท่าประเทศไทย เธอชี้ว่าบ้านของเธอก็อยู่ตรงนั้น

 

เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดการขึ้นชมก็ถึงเวลาลง  ทีนี้เธอก็บอกความในใจแบบตรงไปตรงมาว่า เธอเดินมาช่วยอธิบายทุกอย่างให้นี้เพราะต้องการขายโปสการ์ดสักชุดหนึ่ง เธอกล่าวพร้อมกับหยิบโปสการ์ดมา 3-4 ชุด ราคาตั้งแต่ 100, 150, 200 บาท เราไม่ต้องอ้อมค้อม หยิบเงินสองร้อยบาทให้เธอพร้อมแลกกับโปสการ์ด 1 ชุดนั้น แล้วเธอก็ขอบคุณแล้วพาเดินลงไปทีละชั้น

 

เราพยายามเดินช้าๆ และดูในสิ่งที่ยังไม่ได้ดู 

 

พลันไปเห็นต้นไม้ต้นหนึ่งขึ้นอยู่ข้างขวามือขององค์ปราสาทหลังสูงสุดนั้น  ผมเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปมาเป็นหลักฐานว่า ผมได้พบต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทเขาพระวิหารเข้าแล้ว เป็นเผ่าพันธุ์แซ่เฮอย่างแน่นอน 

 

จะเป็นพันธุ์อื่นไปไม่ได้เด็ดขาด ผมเดินเข้าไปสัมผัสเบาๆพร้อมพูดว่า พระผู้เป็นเจ้าท่านทรงมีเมตตาแก่คนแซ่เฮเป็นยิ่งนัก ท่านทรงบันดาลให้เกิดเผ่าพันธุ์ไม้แซ่เฮขึ้นในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ บนที่สูงส่งเช่นนี้ ข้างขวาของปราสาทที่ทำพิธีศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

 

 

 

เหตุผลที่ผมรู้ว่าเป็นพันธุ์ไม้แซ่เฮก็เพราะว่า เขาเติบโตขึ้นมาแล้วเขาก็ กอดกันกลมเป็นเกลียว ไปเลยซิครับ... อิอิ  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากดงหลวง

คำสำคัญ (Tags)#วันสงกรานต์#เขาพระวิหาร#บางทราย#คนแซ่เฮ#ต้นไม้แซ่เฮ

หมายเลขบันทึก: 176930, เขียน: 15 Apr 2008 @ 02:15 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 18:56 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 42, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)